เอพี เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกๆ ของเมืองไทยที่ทำโครงการที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร โดยใช้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเป็นแกนหลัก และมุ่งมั่นในการหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อกำจัด pain point ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้วิสัยทัศน์ “การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี–AP QUALITY OF LIFE”

หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับ Professor จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทำให้เอพีมีกระบวนการทำความเข้าใจในความต้องการแฝงของลูกค้า Unmet Needs และสามารถถอดรหัสข้อมูลเหล่านั้นออกมาเป็น “จิ๊กซอว์”  ตัวพิเศษนำไปใช้พัฒนาโครงการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกบ้านอย่างเกินความคาดหมาย

ต้องสร้างความแตกต่างให้เกิด “AP QUALITY OF LIFE”

ดังนั้น คำว่า AP QUALITY OF LIFE จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่แท็กไลน์สวยหรู แต่สะท้อนให้เห็นว่าเอพีพยายามที่จะสร้างความ “แตกต่าง” ในการทำที่อยู่อาศัยในทุกโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้คุณภาพที่ดีในการใช้ชีวิต

ภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจแนวราบ  บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่าแนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นจากผู้ก่อตั้งคือ อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และพิเชษฐ วิภวศุภกร กรรมการผู้อำนวยการ ที่สามารถนำพาเอพีให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากบริษัทที่มียอดรายได้เพียงแค่หลัก 100 ล้านบาทในปี 2534 มาสู่ตัวเลขรายได้ (รวม 100% โครงการร่วมทุน) สูงถึง 28,900 ล้าน ในปีที่ผ่านมา กลายเป็นผู้นำอสังหาฯ ระดับทอป 3 ของประเทศในปัจจุบัน

ความแตกต่างของเอพีเริ่มจากการเป็นผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้ารายแรกของไทย ต่อด้วยการพัฒนาโครงการทาวน์โฮมใจกลางเมืองเป็นครั้งแรก เมื่อมาถึงยุค Digital ก็มีการผสานนวัตกรรมการออกแบบพื้นที่ให้เข้ากับ Smart Living Technology ต่างๆ เช่น AP Smart Pod, Digital Door Lock เป็นต้น

“เอพียังคงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดความแตกต่างและพัฒนาธุรกิจเพื่อความสำเร็จแบบยั่งยืน เพื่อเท่าทันและล้ำหน้าต่อเทรนด์การใช้ชีวิต และเทรนด์การอยู่อาศัยในอนาคต โดยเฉพาะในสถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นของโลกธุรกิจในปัจจุบันที่เกิดการ Disrupt โดย Digital ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหลักที่กดดันให้ผู้ประกอบการต้องหันมาให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ”

ตัวอย่างหนึ่งที่ตอกย้ำคำพูดของผู้บริหารได้ชัดเจนคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในการพัฒนาโครงการแนวราบ แม้ว่าทุกวันนี้เอพีจะมีแบบบ้านแนวราบ (ทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยว) ที่อยู่ในระบบมากกว่า 70 โมเดลแล้วก็ตาม แต่จากอายุของผู้ซื้อโครงการแนวราบที่ลดน้อยลง ถือเป็นสัญญาณที่บอกให้เอพีต้องลุกขึ้นตั้งรับกับเทรนด์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา

ซึ่งเทรนด์ในการพัฒนาโครงการแนวราบในอนาคตจะประกอบไปด้วย 3  เรื่องหลักๆ คือ

1) Multi Generation Living แนวโน้มการอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลายช่วงอายุ ตั้งแต่เจเนอเรชั่นรุ่น เบบี้ บูม ไปจนถึงเด็กเล็ก ดังนั้นบทบาทของพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านต้องคิดมากกว่าพื้นที่พักผ่อน ทุกพื้นที่ต้องได้รับการออกแบบบนพื้นฐานการเข้าใจในเรื่อง Human Scale และพฤติกรรมที่แตกต่างกันของคนแต่ละวัย

2) Healthy Living การให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี ครอบคลุมความต้องการทั้งพื้นที่ส่วนกลางและภายในบ้าน

3) Smart Home Living ซึ่งเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่มาแรงมากในปัจจุบัน โดยการประยุกต์เอาเทคโนโลยีเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตภายในบ้าน

Smart Home Living เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

ภายใต้คอนเซ็ปต์ AP Digital Community หรือการนำเทคโนโลยี Smart Home Living เข้ามาส่งเสริมให้รูปแบบการใช้ชีวิตของครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ให้มีชีวิตที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ผ่านการสอดผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับแนวคิด IoT (Internet of Things) ที่ระบบและอุปกรณ์ต่างๆ สามารถสื่อสารถึงกันได้ 

โดย เอพี ได้นำร่องใช้งานจริงเป็นที่แรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่โครงการ ‘บ้านกลางเมือง CLASSE’ วิลล่า ระดับซูเปอร์ลักชัวรี เจาะกลุ่มลูกค้าครอบครัวเมืองระดับบน ย่านเอกมัย–รามอินทรา

ที่นี่เอพีได้วางระบบสมองกลอัจฉริยะ ‘Intelligent Hub-ไว้เป็นคีย์สำคัญในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ทุกชิ้นภายในบ้านให้สามารถสื่อสารและประมวลผลร่วมกัน รวมถึงการผสาน ‘Alexa Voice Command-นวัตกรรมระบบสั่งการด้วยเสียง’ ที่นอกจากจะควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านเสียงแล้ว ระบบนี้ยังทำงานร่วมกับสมองกลอัจฉริยะที่พัฒนาขั้นสูงไปจนถึงคิดคำนวณและตอบโต้กับเจ้าของบ้านได้อีกด้วย หรือระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดมากขึ้น ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยจริงได้อย่างน่าทึ่ง ช่วยให้ชีวิตของลูกบ้านในโครงการ บ้านกลางเมือง CLASSE สะดวกสบายและมีความปลอดภัย

สำหรับคอนเซ็ปต์ ‘AP Digital Community’ ซึ่งเอพีนำร่องใช้จริงที่โครงการบ้านกลางเมือง CLASSE เป็นที่แรก ครอบคลุม 3 มิติการอยู่อาศัยที่สำคัญ ได้แก่  

1) CONVENIENT ด้วยการเชื่อมต่อทุกสิ่งให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงเข้ามาผสาน เอื้อให้รูปแบบการใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ แอร์ ม่าน ทีวี เครื่องเสียง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทุกชิ้นสามารถควบคุมการทำงานด้วยเสียง

Alexa Voice Command’ นี้ยังทำงานร่วมกับสมองกลอัจฉริยะที่พัฒนาขั้นสูงไปจนถึงสามารถตอบโต้กับเจ้าของบ้านตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากจะเลือกสั่งงานผ่าน AP Intelligent Living Application ก็ทำได้เช่นกัน นอกจากนั้น Application ยังสามารถควบคุมการเปิด-ปิดของประตูรั้วบ้าน (Automatic Entrance)ง่ายและสะดวกสบายต่อการนำรถเข้าบ้าน”

2. SAFETY ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงในการอยู่อาศัย ด้วยการวางระบบดวงไฟส่องสว่างอัตโนมัติ (Automatic Lighting) เมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ทั้งภายในและภายนอกบ้าน เช่น บริเวณที่จอดรถ พื้นที่โดยรอบบ้าน และบริเวณบันไดทั้ง 3 ชั้น

รวมถึงการให้ความสำคัญกับทุกนาทีในการอยู่อาศัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ด้วยการวางระบบ Panic Bottom Alert ใน 2 จุดสำคัญภายในห้องผู้สูงอายุ คือข้างเตียงนอนและห้องน้ำ เมื่อกดสวิตช์ระบบจะส่งสัญญาณฉุกเฉินเป็นข้อความไปยัง AP Intelligent Living Application และ รปภ. ประจำโครงการเพื่อรีบให้การช่วยเหลือในทันที 

3. CONNECTED HOME ต่อติดทุกระบบการรักษาความปลอดภัยให้เป็นหนึ่งเดียว ใช้งานง่ายผ่าน AP Intelligent Living Application เครื่องมือสำคัญที่เชื่อมคุณเข้ากับบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการเฝ้าระวังประตู-หน้าต่าง กรณีที่มีการบุกรุกระบบจะแจ้งเตือนไปยัง Application และ รปภ.โครงการ การควบคุมการเปิด-ปิดดวงไฟตามที่ต้องการผ่าน Application และเจ้าของบ้านดูภาพสดได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกจากกล้อง CCTV ภายในบ้าน

สานต่อความสำเร็จเจ้าแห่งนวัตกรรมคอนโดมิเนียมส่งต่อนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

นอกจากลูกบ้านในแนวราบจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตได้รับความสะดวกสบายอย่างน่าทึ่งแล้ว เอพีก็ได้เอาแนวคิดในเรื่อง IoT เข้ามาใช้ในโครงการแนวสูง ผ่าน 3 เรื่องหลักที่สำคัญ คือ

1) Space Innovation & Technology นวัตกรรมสเปซและเทคโนโลยี วิธีคิดในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ทุกพื้นที่ต้องพร้อมสนับสนุนชีวิตสู่ความสำเร็จในอนาคต ผ่านการผสานเทคโนโลยี IoT เข้าไปกับการออกแบบสเปซ เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถเชื่อมต่อโลกไซเบอร์ ตลอดจนควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

2) 24/7 Safety & Convenient Assurance นวัตกรรมความปลอดภัยและความสะดวกสบายตลอด 24 ชั่วโมง  เช่น AP SMART POD นวัตกรรมการรับ-ส่งสินค้าผ่านตู้ฝากของอัจฉริยะ ที่ผู้ส่งและผู้รับสามารถเข้าถึงการใช้งานด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชม. AP Charging Pod สถานีชาร์จรถไฟฟ้าในคอนโด หรือแนวคิดในการดูแลใส่ใจคุณภาพชีวิตลูกบ้านหลังการเข้าอยู่อาศัย ด้วยการติดตั้งเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ AED ในคอนโดมิเนียม

3) Durable Homes นวัตกรรมบ้านคุณภาพที่มีความยั่งยืนในการอยู่อาศัย สิ่งหนึ่งที่เห็นผลตอบรับที่ดีอย่างมากจากลูกค้าคือ นวัตกรรมห้องน้ำสำเร็จรูป (Bathroom Pods Innovation) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปในลักษณะของโมดูลาร์ที่มาพร้อมกับคุณภาพ

“ล่าสุดเรายังได้มีการปรับกระบวนการก่อสร้างคอนโดมิเนียมด้วยการนำเทคโนโลยี AI BIM (Artificial Intelligence Building Information Modeling) เทคโนโลยีการออกแบบงานก่อสร้างอาคารสูงอัจฉริยะ 7 มิติ ซึ่งคิดค้นขึ้นโดย Prof.จากมหาวิทยาลัย Stanford มาใช้อย่างครบวงจรเป็นรายแรกในประเทศไทย”

โดยจุดต่างของ AI BIM คือ มิติที่ 7 ที่ครอบคลุมไปถึงกระบวนการบริหารจัดการอาคาร (AI BIM for Facility Management) ที่จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการสืบค้นงานระบบและงานโครงสร้างทั้งหมด เพื่อการซ่อมบำรุงและรักษาสภาพของอาคารให้สมบูรณ์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

“เอพี เชื่อว่าการที่เราจะส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัย ที่ครอบคลุมมิติทั้งคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ทั้งหมดนั้นเกิดการการสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตนเอง”

ภมรกล่าวย้ำถึงแนวคิดเบื้องหลังการสร้างความแตกต่างทั้งตัวสินค้าและบริการเพื่อให้ลูกค้าของเอพีได้รับความสุขอย่างแท้จริง และเป้าหมายขององค์กรในการสร้างนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน