Potato Corner ยอดขายเท่าไร ? พร้อมวิเคราะห์ Key Success ที่ทำให้ Potato Corner ขายดีกว่า ชา KOI Thé

เวลาเราไปห้างทีไร จะเห็นคนต่อแถวซื้อ Potato Cornerและ ชา KOI Thé ตลอด จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่า 2 แบรนด์นี้ ใครขายดีกว่ากัน

ไม่รอช้า ระหว่างรอคิวสั่งชา KOI Thé กับ Potato Cornerเราก็เข้าไปดูรายได้จากกระทรวงพาณิชย์ทันที และพบว่า Potato Cornerขายดีกว่าชา KOI Thé มากถึง 21 ล้านบาท

Potato Corner ขายดีเพราะอะไร

แล้วทำไม Potato Cornerถึงขายดีกว่าล่ะ ทั้งๆ ที่ตอนเปิดตัวหลายคนปรามาสว่า Potato Cornerอาจจะเป็นแค่ของเล่นคนรวย พีช พชร จิราธิวัฒน์ เท่านั้น เพราะธุรกิจนี้พีชเป็น 1 ใน 5 ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด  

สิ่งที่ทำให้ Potato Cornerประสบความสำเร็จ เรามองว่ามาจากกลยุทธ์ 5 ประการได้แก่

1. เปิดตัวด้วย พีช พชร

ในฐานะแบรนด์น้องใหม่ในตลาดไทย ในช่วงเปิดตัวPotato Corner ได้นำ พีช พชร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น เป็นจุดสร้างกระแสความสนใจให้คนรู้สึกอยากที่จะทดลองชิม เฟรนช์ฟรายส์ของพีชกัน และเมื่อได้ชิมและประทับใจในรสชาติจึงเกิดการบอกต่อ

และเมื่อมีการเปิดสาขาใหม่ ได้มีการจัดกิจกรรม Meet and Greet กับพีช พชร เพื่อผลักดันให้กลุ่มแฟนคลับพีชเข้ามาที่ร้าน เพื่อถ่ายรูปกับพีชและโพสต์ในโลกโซเชียลกระจายข่าวสารให้ Potato Cornerโดยไม่ต้องเสียเงินค่ามีเดีย

2. รสชาติหลากหลาย ที่ตลาดไม่มี

ปกติแล้วเฟรนช์ฟรายส์เป็นของขบเคี้ยวยอดนิยมของคนไทย และขึ้นเชื่อว่าเป็นอาหารที่ขายดีที่สุดในร้านฟาสต์ฟู้ด แต่ที่ผ่านมาเฟรนช์ฟรายส์ที่มีจำหน่ายในร้านฟาสต์ฟู้ดมีเพียงรสชาติเบสิก คือ เกลือ เค็มๆ เท่านั้น

ทำให้ Potato Corner สร้างจุดแตกต่างให้กับตัวเองจากเฟรนช์ฟรายส์ในร้านฟาสต์ฟู้ดด้วยรสชาติต่างๆ ถึง 7 รสชาติให้เลือกรับประทาน และยังมีรสชาติอื่นๆ ตามเทศกาลเพื่อดึงลูกค้าที่เบื่อรสชาติที่เคยรับประทานให้เกิดความอยากที่จะลองรสชาติใหม่ เพื่อเพิ่มความถี่ในการซื้อมากขึ้น

3. ตั้งราคาตามหลักจิตวิทยา

ราคาจำหน่ายของ Potato Cornerตั้งราคาและชื่อเรียกขนาดบรรจุตามหลักจิตวิทยา ด้วยราคาลงท้ายด้วยเลข 9 และบรรจุภัณฑ์เริ่มต้นที่ขนาด Large ในราคา 39 บาท ขนาด Jumbo 59 บาท  Maga 79 บาท และอื่นๆ ในขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าจ่ายเงินเพียง 39 บาท แต่ได้เฟรนช์ฟรายส์ขนาด Large กลับมาเชียวนะ

4. ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์มอบส่วนลด

ใช้พลังของพาร์ตเนอร์ที่นำเสนอส่วนลดให้กับลูกค้าเมื่อเข้ามาซื้อ Potato Cornerในการขยายฐานลูกค้า และยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อ Potato Cornerแทนอาหารรับประทานเล่นของแบรนด์อื่นจากส่วนลดที่ได้รับ

5. เปิดสาขาใหม่-แจกเฟรนช์ฟรายส์ฟรีเพื่อลองรับประทาน

การขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคอาจจะไม่คุ้ยเคยกับ Potato Corner เท่าไรนัก Potato Cornerได้ใช้กลยุทธ์แจกเฟรนช์ฟรายส์ให้รับประทานฟรี เพื่อให้ลูกค้าลองเปิดใจรับประทาน และเมื่อติดใจในรสชาติจะกลับมาซื้อซ้ำในที่สุด

 

KOI Thé ชาก้อยที่ขายดีเพราะวัยรุ่น-พรีเมียม

ส่วนชา KOI Thé ซึ่งมีรายได้ที่น้อยกว่า Potato Corner เป็นชาที่มีที่มาจากไต้หวัน ก่อตั้งโดยชาวไต้หวันที่ชื่อ Khloe Ma ที่ต้องการนำชาไต้หวันไปให้คนทั่วโลกรู้จัก

โดยในยุคแรกของชา KOI Thé  ในประเทศไทย แทบจะขายไม่ออก ซึ่งมาจากการวางกลยุทธ์ด้านทำเลที่ตั้งผิด เพราะชา KOI Thé สาขาแรกตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลบางนา ซึ่งเป็นพื้นที่มีทราฟิกสูง แต่ผู้ใช้บริการในเซ็นทรัลบางนาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัว และกลุ่มคนที่อาศัยอยู่แถบบางนา ที่อาจจะไม่กล้าที่จะลองเครื่องดื่มแปลกใหม่ที่มีราคาแพงมากนัก

เพราะชา KOI Thé  วางตัวเองเป็นชาไข่มุกพรีเมียม มีราคาจำหน่ายแก้วละประมาณ 100 บาท เป็นราคาที่สูงกว่าชานมไข่มุกทั่วไปถึง 60-70 บาทเลยทีเดียว

และเมื่อชา KOI Thé  ได้เปลี่ยนทำเลที่ตั้งใหม่ ด้วยการเปิดร้านในสยามสแควร์วัน ซึ่งเป็นใจกลางเมือง และเป็นศูนย์รวมวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อและกล้าที่จะลองของใหม่

ประกอบด้วยชื่อ KOI Thé  ที่คำว่า KOI อ่านออกเป็นไทยๆ ว่า ก้อย ที่เรียกได้ง่ายติดปาก และตัวไข่มุกที่มีความแปลกไม่เหมือนใคร ด้วยลูกไข่มุกที่เล็กและเป็นสีทอง ให้ความหนึบในการเคี้ยวมากกว่าชาไข่มุกทั่วไป ทำให้ KOI Thé  เริ่มเกิดและสามารถสร้างกระแสให้คนไทยได้รู้จัก

หลังจากที่คนกลุ่มแรกซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นในสยามได้ทดลองรสชาติและรู้สึกถึงความพรีเมียมของชาและบอกต่อไปยังกลุ่มเพื่อนผ่าน Face to Face และโซเชียลมีเดีย ทำให้ชา KOI Thé  ได้สร้างการรับรู้กระจายเป็นวงกว้าง

ประกอบกับภาพลักษณ์ของร้านและความเป็นพรีเมียมของชา ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อแสดงตัวตนในโลกออนไลน์ ยิ่งทำให้ชา KOI Thé ได้ความนิยมเพิ่มขึ้นตามมา

ทีนี้ เรามากิน Potato Cornerและดูดไข่มุกทองจากชาก้อยกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline