Lazada Kids Cinema ช่องว่างที่ ลาซาด้า ต้องเติมเต็มเพื่อเป็นต่อในธุรกิจ

อาจจะฟังดูแปลกๆ สักหน่อย ที่วันนี้ ลาซาด้า ได้จับมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก ในชื่อ Lazada Kids Cinema ที่เอ็มควอเทียร์

เพราะเมื่อนำแบรนด์มาลิงก์กับโรงภาพยนตร์เด็กแล้ว อาจจะดูไม่เข้ากันเท่าไรนัก เพราะลูกค้าหลักของลาซาด้าคือวัยรุ่น วัยทำงาน

เกมนี้ของลาซาด้ามีคำตอบ

 เพราะด้วยตลาดอีมาร์เก็ตเพลสแพลตฟอร์มในประเทศไทยมีการแข่งขันกันสูง จากคู่แข่งที่เป็นอีมาร์เก็ตเพลสแพลตฟอร์มด้วยกันเอง ที่เผาเงินจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะดึงลูกค้าและร้านค้าในแพลตฟอร์มของตัวเองมากที่สุด

และยังต้องตั้งรับกับโซเชียลคอมเมิร์ซที่แม่ค้าไอจี เฟซบุ๊ก และไลน์ เข้ามาแย่งชิงเงินในกระเป๋าของลูกค้าอย่างไม่มีลดละ

การแข่งขันในตลาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ในการดึงลูกค้าและร้านค้าให้อยู่กับแพลตฟอร์ม และแอคทีฟอย่างต่อเนื่อง เพราะยอดจำหน่ายทุกบาททุกสตางค์ของร้านค้าหมายถึงรายได้ที่กลับมาของแพลตฟอร์ม

และตลาดนี้ก็ยังมีช่องว่างอีกมาก เพราะการเข้าถึงอีคอมเมิร์ซของคนไทยมีสัดส่วนไม่ถึง 3% ของมูลค่าทั้งหมดในธุรกิจรีเทลเท่านั้น

เมื่อตลาดแข่งขันสูง และยังมีช่องว่างมหาศาลให้ลงเล่น

 จึงไม่แปลกเลยที่การเผาเงินไปกับแคมเปญโปรโมชั่นส่วนลด และแคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อตอกย้ำแบรนด์ แย่งชิงลูกค้าจึงเป็นการแข่งขันเบสิกของอีมาร์เก็ตเพลสในเวลานี้

ผู้นำตลาดอีมาร์เก็ตเพลสอย่างลาซาด้าจึงต้องคิดให้ต่าง

ในเมื่อคู่แข่งเบอร์สองอย่างช้อปปี้เริ่มไล่เข้ามา และยังมีเจดี เซ็นทรัล ที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้ามาในตลาดอย่างช้าๆ แต่มีพลังจากเครือของเซ็นทรัล และยักษ์ใหญ่ในวงการอีคอมเมิร์ซอย่างเจดีดอทคอมประเทศจีน


ซึ่งการคิดต่างนี้คือการขยับตัวเองจากผู้ให้บริการในโลกออนไลน์เข้าไปอยู่กับผู้บริโภคในโลกออฟไลน์ รูปแบบ
O2O (Online to Offline) ที่ต่างจากคู่แข่งมากขึ้น

อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา ลาซาด้าได้เปิดโครงการ LOL Market ซึ่งเป็นกิจกรรมออนกราวด์ที่ให้ร้านค้าในไอจีเปิดร้านค้าในลาซาด้า เพื่อออกร้านขายสินค้าในพื้นที่ที่ลาซาด้าจัดให้ในงาน LOL Market ที่เซ็นทรัลเวิลด์และอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าได้จับต้องสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อผ่านแพลตฟอร์มลาซาด้าของแม่ค้าที่เปิดอยู่ในนั้น

ซึ่งกิจกรรม LOL Market ทำให้ลาซาด้าสามารถขยายร้านค้าจากแม่ค้าไอจีที่มาสมัครเข้าร่วมโครงการได้มากกว่า 300 ร้านค้า ที่ช่วยให้สินค้าในลาซาด้ามีความหลากหลาย

และโครงการ LOL Market ยังทำให้ลาซาด้าได้โปรโมตกิจกรรมและแบรนด์ของตัวเองผ่านช่องทางไอจีแม่ค้าที่มาออกร้าน และขยายฐานผู้ซื้อจากลุ่มลูกค้าเดิมของแม่ค้าในไอจีที่ตามมาซื้อในลาซาด้าได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ลาซาด้ายังได้กลุ่มลูกค้าใหม่จากผู้ที่เข้ามาเดินชมสินค้าภายในงานและลองสั่งซื้อสินค้าในงานผ่านลาซาด้าเป็นครั้งแรกอีกด้วย

กลยุทธ์ O2O ของลาซาด้าในปีนี้ เป็นกลยุทธ์ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้จะเป็นการขยายไปในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น อย่างเช่น เอ็นเตอร์เทนเมนต์

 และนี่คือที่มาของลาซาด้าในการเข้าไปเป็น Naming Sponsor เปิดตัวโรงภาพยนตร์ในชื่อ Lazada Cinema ที่เซ็นทรัล รัชโยธิน เพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษา และ Lazada Kids Cinema ที่เอ็มควอเทียร์ เพื่อเจาะกลุ่มครอบครัว

 ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ลาซาด้า ประเทศไทย ได้บอกกับเราว่าการที่ลาซาด้ามาเป็น Naming Sponsor โรงภาพยนตร์เด็ก มาจากที่ผ่านมากลุ่มสินค้าแม่และเด็กเป็นกลุ่มสินค้าที่ขายดีติด Top3 ในลาซาด้ามาอย่างต่อเนื่อง

และคุณแม่อายุ 25-35 ปี กลุ่มหลักที่ซื้อสินค้าใน Category นี้

ทำให้ลาซาด้ามองว่าตลาดแม่และเด็กมีโอกาสเติบโตได้มากกว่านี้ ถ้าสามารถดึงคุณแม่ที่ยังไม่เคยเป็นลูกค้าลาซาด้ามาก่อน ให้เข้ามาทดลองใช้ไปพร้อมๆ กับตอกย้ำแบรนด์ให้คุณแม่ที่เป็นลูกค้าเดิมเข้ามาซื้อสินค้าเป็นประจำ

โรงภาพยนตร์เด็กในเอ็มควอเทียร์จึงได้ตอบโจทย์ในด้านนี้ เพราะกลุ่มผู้เดินเอ็มควอเทียร์ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และชั้นโรงหนังในเอ็มควอเทียร์เป็นชั้นเดียวกับ Play Ground แนว Extreme ของเด็กที่ชื่อ Bounce ที่ดึงพ่อแม่ให้พาเด็กมาเล่นและเห็นโรงภาพยนตร์ Lazada Kids Cinema อยู่เสมอ

นอกจากโรงภาพยนตร์ทั้ง 2 โรงแล้ว ลาซาด้ายังได้จับมือกับเมเจอร์ขยายฐานลูกค้าของลาซาด้าจากการมอบส่วนลดให้ลูกค้าที่กดลิงก์จากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันมายังแพลตฟอร์มลาซาด้า เพื่อสินค้าอื่นๆ ในแพลตฟอร์มลาซาด้าอีกด้วย

Lazada Kids Cinema

ขยายช่องทางสู่ร้านค้าออฟไลน์

นอกจากนี้ ในกลยุทธ์ O2O ในปีนี้ ธนิดายังได้สานต่อกิจกรรม LOL Market ครั้งที่สอง จัดขึ้นที่เอ็มควอเทียร์ แต่ครั้งนี้เป็นการเปิดให้ร้านค้าในโลกออฟไลน์เข้ามาร่วมโครงการเท่านั้น

นอกจากนี้ ลาซาด้ายังมีโครงการนำ KOL (Key Opinion Leade) มาไลฟ์สดในแพลตฟอร์มลาซาด้าเพื่อขายสินค้าที่คัดเลือกจากร้านค้าในลาซาด้าทั้งหมด และผู้สนใจสินค้าก็สามารถสั่งซื้อสินค้าในขณะไลฟ์สดได้ทันที ไม่แตกต่างจากที่แม่ค้าไลฟ์สดขายสินค้าบนเฟซบุ๊ก

โดยการไลฟ์สดนี้ได้เปิดทดลองเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อหาโมเดลการตลาดที่เหมาะสมและโอกาสความเป็นไปได้ในการทำตลาด ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

ทั้งนี้ ในแต่ละเดือนลาซาด้าประเทศไทยได้ใช้งบการตลาดไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แคมเปญโปรโมชั่น กิจกรรมออนไลน์ออนไลน์กราวด์ และส่วนลดร้านค้าเฉลี่ยเดือนละ 4-7 ล้านเหรียญสหรัฐ ในประเทศไทย ซึ่งถือว่า ลาซาด้าประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ใช้เงินในการทำมาร์เก็ตติ้งมากอันดับต้นๆ ในรีเจียน

Marketeer FYI

– ลาซาด้ามีร้านค้าที่เป็นของคนไทยเปิดอยู่ในแพลตฟอร์ม 50,000 ร้าน

– ในแต่ละวันจะมีลูกค้าเข้าชมสินค้าในแพลตฟอร์มมากถึง 10 ล้านเพจวิวในช่วงเวลาปกติ มีอัตราการเติบโตเกิน 140% นับจากมีนาคมถึงธันวาคม 2561 จากลูกค้าแอคทีฟ 15 ล้านรายต่อเดือน

– ในการซื้อต่อหนึ่งออเดอร์ ลูกค้าซื้อสินค้าเกิน 2 ชิ้น  โดยถ้าเห็นเสื้อผ้าจะซื้อสินค้าเฉลี่ย 3-4 ชิ้นต่อออเดอร์ และลูกค้าบางคนเข้ามาซื้อซ้ำในหนึ่งวัน

 – มีสินค้าสัดส่วนประมาณ 5% ที่ลูกค้าเลือกใส่ตะกร้าและไม่เช็กอินชำระเงิน

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer