ก่อนหน้านี้ Marketeer Online เคยหยิบเอาโน้ตบุ๊กในซีรีส์ ZenBook จาก ASUS ถึง 2 รุ่น มา Hands-on ให้ได้รู้จักฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์นักธุรกิจรุ่นใหม่ อย่าง ZenBook S UX391 รวมถึงโน้ตบุ๊กที่เกิดมาเพื่อ ครีเอเตอร์ อย่าง ZenBook Pro 15 กันไปแล้ว ล่าสุด ASUS ไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์การใช้งาน ลุยเปิดตัว ASUS ZenBook 13 รหัส UX333 นิยามใหม่ของโน้ตบุ๊กสำหรับเราๆ สายคนทำงานออฟฟิศ  ที่ถูกออกเเบบมาเพื่อเติมเต็มทั้งในฝั่งของ “ฟังก์ชันการใช้งาน” แบบครบครัน

แต่ยังไม่ทิ้งเรื่องของ “ดีไซน์” เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานอย่างลงตัวแล้ว ยังโดดเด่นเพื่อสร้างความต่างท่ามกลางคู่แข่ง ลองมาติดตามไปพร้อมๆ กันว่า ASUS ZenBook 13 เครื่องนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง? และที่สำคัญโน้ตบุ๊กของคนทำงานยุคนี้ทำไมถึงหยุดแค่เรื่องของฟังก์ชันการใช้งานไม่ได้!?

SIZE DOES MATTER! แน่นอนว่า เหล่าคนทำงานออฟฟิศต่างต้องการความคล่องตัวในการทำงาน “โน้ตบุ๊กดีๆ ฟังก์ชันครบๆ สักเครื่อง” จึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เป็นที่สุด ASUS ZenBook 13 จึงถูกออกแบบให้คอมแพคด้วยตัวเครื่องขนาด 13 นิ้ว เล็กกว่ากระดาษ A4 ที่ใช้ในสำนักงาน พกพาเหมือนพกแฟ้มเอกสาร 1 อัน หรือจะจับใส่กระเป๋าถือก็ดูไม่เกะกะ แถมน้ำหนักเพียง 1.09 กก.

นอกจากนั้น ยังมีนวัตกรรม ASUS 4-sided NanoEdge Display “ขอบจอทั้ง 4 ด้านบางกว่าปกติ” ทำให้มีพื้นที่บนหน้าจอเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กในไซส์เดียวกัน ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับหน้าจอ LCD เเบบ Full HD ขนาด 13.3”  “คอมแพคกว่า พกพาสะดวกกว่า ได้จอไซส์ที่ใหญ่กว่า”

ASUS NumberPad ฟังก์ชันที่เกิดจาก Pain Point ของผู้ใช้งาน

หลายคนมีปัญหากับเรื่องการ “พิมพ์ตัวเลขบนเครื่องโน๊ตบุ๊ก” ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกคัดคีย์บอร์ดในฝั่งของตัวเลข NumPad ออก ทำให้เวลาคีย์ตัวเลขเยอะๆ อาจมีผิดพลาดเพราะต้องใช้ตัวเลขที่อยู่ในฝั่งของตัวอักษร หรือจะให้ต่อคีย์บอร์ดเสริมก็ดูจะวุ่นวาย

ASUS จึงหยิบเอา Pain point มาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็น ASUS NumberPad ฟังก์ชันเก๋ๆ แค่กดปุ่มเปิด บริเวณทัชแพดก็จะกลายเป็น NumPad ได้ทันที พร้อมไฟ LED แสดงตัวเลขชัดๆ พร้อมปุ่ม บวก ลบ คูณ หาร Enter และ Backspace คนทำงานสายบัญชี หรือต้องคีย์ตัวเลขลงเอกสารเยอะๆ น่าจะชื่นชอบ

แม้จะเป็น Ultra-slim Design แต่พอร์ตการเชื่อมต่อครบอย่างไม่น่าเชื่อ

หมดปัญหาต่อพ่วงไม่สะดวก หรือจะยกไปพรีเซ็นต์งานแต่ละทีก็ต้องพก Dock พ่วงรุงรังเต็มไปหมด เพราะ ASUS ZenBook 13 เก็บพอร์ตต่อพ่วงอุปกรณ์สำคัญๆ ไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น HDMI สำหรับพรีเซ็นต์งานจอใหญ่ รวมทั้ง USB 2.0 จำนวน 1 พอร์ต และ USB 3.1 อีก 2 พอร์ต (อยู่ในรูปแบบ USB Type C 1 พอร์ต ส่วนอีกช่องเป็น USB 3.1)

เเละยังมาพร้อมช่องการ์ดรีดเดอร์แบบ MicroSD และที่สำคัญมีที่เสียบหูฟัง+ไมค์แบบ 3.5 mm ติดมาด้วย “เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาต่อพ่วงออกจอใหญ่ หรืออยากจะเมาส์เสริมพ่วงด้วยคีย์บอร์ดแยกตอนนั่งทำงานที่โต๊ะก็เสียบกับเครื่องไม่จำเป็นต้องผ่าน Dock อีกต่อไป”

สเปกแรงเพียงพอกับความบันเทิงยุคนี้

สำหรับเครื่อง ASUS ZenBook 13 ที่ Marketeer Online หยิบมา Hands-on รอบนี้แม้จะเป็นตัวเล็กสุดในตระกูล แต่เรื่องความแรงเพื่อการทำงานและความบันเทิงถือว่าไม่น้อยหน้า ด้วย CPU Intel Core i7-8565U Gen 8th บวกกับการ์ดจอแยก Nvidia GeForce MX150 แรงพอที่จะดูหนัง 4K หรือจะทำงานหลายๆ หน้าจอไม่กระตุก

สามารถเล่นเกมออนไลน์ DotA 2, LOL หรือเกมฮิตๆ บน Mobile เล่นผ่านโปรแกรม NoX/BlueStack สบายๆ บน Ram 8GB ความจุ SSD 512 GB ที่มีมาให้เก็บได้ทั้งงานและเกม แถมลำโพงยังเป็น harman/kardon แบรนด์ด้านเครื่องเสียงชื่อดังระดับโลก (ลองเเล้วรู้สึกได้ว่าสามารถเเยกเสียง R-L ออกมาได้อย่างชัดเจนเเละมีน้ำหนัก)

ดีไซน์และฟังก์ชันที่ลงตัว

ด้วยความที่อยู่ในตระกูล ZenBook โฉมใหม่ดีไซน์ตัวเครื่องจึงมาพร้อมกับนวัตกรรม ErgoLift เมื่อเปิดโน้ตบุ๊กออกมาใช้งาน ฝาพับจะยกตัวขึ้นมาดันคีย์บอร์ดยกขึ้นมาทำมุมเล็กน้อยเพื่อให้ถูกหลักสรีรศาสตร์ พิมพ์งานง่ายขึ้น รวมถึงยังช่วยเรื่องการระบายความร้อนที่เป่าออกทางด้านหลังหรือวางบนตัก

โดย ASUS ZenBook 13 จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Royal Blue และ Icicle Silver ที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่บาร์สี Rose Gold ที่ด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มความหรูหราสร้างสไตล์ไม่ซ้ำเเบบใคร 

ส่วนเรื่องของฟังก์ชันด้านความปลอดภัย ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะไหนจะเอกสารสำคัญ หรือข้อมูลส่วนตัวในเครื่อง ASUS ZenBook 13 มีระบบ Fast Face Login ด้วยระบบ 3D IR Camera เพียงแค่เปิดเครื่องกล้องเว็บแคมด้านบนของขอบจอจะทำการสแกนหน้าและล็อกอินเข้าสู่หน้าจอ Window อัตโนมัติ สอดคล้องกับเทรนด์ของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีหลายๆ อย่าง ที่นิยมหันมาใช้การสแกนใบหน้าล็อกอิน เพื่อความสะดวกสบายรวดเร็วเเละลดปัญหาเรื่องจำพาสเวิร์ดไม่ได้ไปได้เยอะทีเดียว

ที่สำคัญตัวเครื่อง ASUS ZenBook 13 ยังถือเป็นเเบรนด์เเรกในตลาดโน้ตบุ๊กขอบจอบางที่สามารถติดกล้องไว้บริเวณขอบหน้าจอด้านบน อีกด้วย ลองดูวิธีการใช้ Fast Face Login ด้วยระบบ 3D IR Camera ที่คลิปนี้

“ความเฟียร์ส” แบบแฟชั่นนิสต้ายังไม่จบแค่บนตัวเครื่อง

เพราะงานนี้ ASUS ประเทศไทย หวังดัน ASUS ZenBook เพื่อเจาะกลุ่มคนทำงาน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และสาวๆ ที่หลงใหลในเรื่องแฟชั่น การแต่งตัว ดังนั้นโน้ตบุ๊กที่ติดตัวเราไปทุกที่ทุกวันที่ออกไปทำงาน จึงเปรียบเสมือนเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ต้องสามารถสะท้อนรสนิยมของผู้ใช้ออกมาได้

เพื่อสะท้อนความเป็นแฟชั่นจ๋าของ ASUS ZenBook ผ่านงานเปิดตัวล่าสุดที่จัดขึ้นเมื่อ 16 ม.ค. 2019  ณ สยามพารากอน โดยในงานนี้ ASUS ได้จับมือกับดีไซเนอร์ชื่อดังของไทย หมั่นโถว – วรายุ จิตร์ประไพ เปิดตัวแคมเปญพิเศษ ASUS X Insomnia by Vara

งานแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ Insomnia พร้อมกับการเปิดตัว ZenBook รุ่นล่าสุดครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึงกระเป๋าสำหรับใส่ Zenbook รุ่นลิมิเต็ด ที่ได้ร่วมออกแบบกับดีไซเนอร์ของแบรนด์ เพื่อเติมความเป็นแฟชั่นไอคอนนิก เปลี่ยนให้โน้ตบุ๊กเป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์ทำงาน แต่ยังตอบโจทย์ในด้านไลฟ์สไตล์แฟชั่น สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ออกมาได้อย่างชัดเจน

ถือเป็นอีกหนึ่งมูฟเมนต์สำคัญที่ทำให้เราได้เห็นการ collaborate กันระหว่างวงการไอทีอย่างอุปกรณ์โน้ตบุ๊กจับมือกับวงการแฟชั่นและงานดีไซน์ อีกด้วย

ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับรุ่น ASUS ZenBook ขนาด 13 /14 นิ้ว เริ่มต้นที่ 26,999 บาท เเละรุ่น 15 นิ้ว เริ่มที่ 29,999 บาท

Marketeer Online ได้รวบรวมบรรยากาศงานเปิดตัว ASUS X insomnia by Vara ไว้ให้ทุกท่านได้ชมกัน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASUS ZenBook ได้ที่: https://www.asus.com/



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer