True Flavors Markets : From Suphanburi to Bangkok

รสชาติที่แท้จากตลาดเก่าสุดเก๋าในสุพรรณบุรีถึงตลาดของเหล่าสไตลิสต์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ

เดือนนี้ Curated by Ploy คัดสรรสามตลาดในสองจังหวัดมารายงาน ดูเผินๆตลาดในสองจังหวัดนี้ต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้ามองลึกลงถึงราก ตลาดทั้งสามมีอะไรเหมือนกัน นั่นคือความแท้แห่งเนื้อในที่แรงทะลุเปลือกและไปไกลกว่าคำว่าเก๋ไก๋ ทั้งความพิเศษเฉพาะของร้านรวงในตลาด บรรยากาศแบบเป็นธรรมชาติตามจริงที่สะท้อนวิถีชีวิตในชุมชน

สุพรรณบุรี : ตลาดเก้าห้อง ตลาดศรีประจันต์ บางครั้งความเงียบก็คือความงดงามตามจริง สำหรับในจังหวัดสุพรรณบุรี เราปลื้มสองตลาดเก่าอายุร้อยปีอัพอย่างตลาดเก้าห้องและตลาดศรีประจันต์เป็นพิเศษ  

คุณป้าคุณน้าเจ้าถิ่นถึงกับหัวเราะเอ็นดูที่เราชอบที่นี่มากจนถามว่า “มาเที่ยวที่นี่แล้วสนุกรึหนู ตลาดนี้เราอยู่กันเงียบๆ ไม่ได้คึกคักอะไรมากมาย” หลายร้านในตลาดปิดไปเพราะเจ้าของไปสวรรค์แล้วก็มี ลูกหลานย้ายไปทำงานในเมืองอื่นก็แยะ แต่ที่ยังเปิดกิจการอยู่ก็ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์เฉพาะตัว หากคุณไม่กลัวความเงียบ ไม่ได้คาดหวังมุมเก๋ไก๋แบบจัดวางไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวโพสถ่ายรูป แต่อยากเห็นวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนตามจริง ลองไปเยือนตลาดเก้าห้องดู สถาปัตยกรรมเรือนไม้แบบดั้งเดิมต้นรัชกาลที่ห้า เรียงตัวต่อกันเป็นแถวยาว อยู่กันอย่างนี้มานานร้อยปีริมแม่น้ำท่าจีน ในเขตอำเภอบางปลาม้า ตลาดเก้าห้องมีสามส่วน ล่าง กลาง บน เดินเชื่อมต่อถึงกันได้หมดทะลุผ่านตรอกเล็กๆสวยสะพรึงด้วยแสงที่ลอดลงมาจากทางด้านบน ผ่านความเขรอะเก่าที่สะสมตามกาลเวลา ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นแบบไม่ได้ถูกบูรณะจนผิดพลิกรูปเดิม

เราจอดรถปากทางเข้าตลาดตรงจุดที่ตั้งของตลาดกลางเดินผ่านศาลเจ้าเข้าไป เจอโรงสีไม้เก่าโย้ที่เป็นฉากปรากฏในภาพยนตร์และละครมากมายหลายเรื่อง ตรงข้ามโรงสีมีร้านขายของชำสัพเพเหระพืชผัก อาหารขนมท้องถิ่นของเจ๊น่ารักใจดี เก็บหมาแมวโดนทิ้งมาเลี้ยงไว้มากมาย ด้านหน้าโรงสีคือทางเดินเลียบริมน้ำจะเห็นสะพานแขวนข้ามแม่น้ำท่าจีนจากตลาดไปวัดลานคาฝั่งตรงข้ามได้ ร้อยกว่าปีก่อนจุดนี้เป็นพื้นที่ค้าขายสำคัญแลกเปลี่ยนสินค้า ชุมชนไทยจีนสุดคึกคักในยุคที่การคมนาคมใช้เส้นทางทางน้ำเป็นหลัก

ตลาดเก้าห้องสร้างโดยพ่อค้าชาวจีนที่มาแต่งงานกับลูกหลานข้าราชการไทยสมัยรัชกาลที่ห้า ตลาดบนเป็นโซนโดดเด่นด้วยเรือนไม้สองชั้น ชั้นบนอยู่อาศัยชั้นล่างทำการค้าขาย ลูกหลานอยู่ต่อกันมาจนปัจจุบันเป็นรุ่นที่สี่ คุณเดช แห่งร้านกาแฟโบราณ (ตั้ง)เฮียงเส็ง เล่าว่าตลาดเก้าห้องส่วนใหญ่คึกคักช่วงเทศกาล ปกติก็จะเงียบหน่อย ร้านค้าเปิดไม่ครบหมดทั้งตลาดเป็นปกติ คุณเดชและคุณแม่สลับกันชงกาแฟชาบริการลูกค้า วันนี้คุณแม่ออกไปธุระคุณเดชก็อยู่ร้านแทน ครอบครัวเขาอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่บรรพบุรุษสาวขึ้นไปสามรุ่นรุ่นหอบของติดตัวเฉพาะจำเป็นมาจากเมืองจีน ข้าวของมีค่าแสดงความเป็นมาอันเป็นความทรงจำของครอบครัวจัดวางอยู่ทั่วไปในร้านซึ่งมีลักษณะเหมือนใต้ถุนเรือนไม้ พี่ชายคุณเดชเป็นซินแสชื่อดังจัดวางทุกอย่างเองตามตำรา ปกติภาพประดับผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบรรพบุรุษ ภาพเขียนอักษรจีน แต่ช่วงนี้ประดับภาพในหลวงรัชกาลที่ ๙ ด้วยความรักและคิดถึงพระองค์ท่าน

ฝั่งตรงข้ามร้านคุณเดชคือร้านขายขนมเปี๊ยะ/ขนมจันอับชื่อดัง ตั้งกุ๊ยกี่ ที่เราแวะซื้อขนมกับเด็กหญิงตัวน้อยทายาทรุ่นล่าสุดของร้านที่มาช่วยคุณแม่ของเธอขายขนม ไม่ไกลจะเห็นป้ายร้านประชานิยมที่วันนี้ปิด เดิมที่นี่เป็นร้านกาแฟขวัญใจผู้คนแถวนี้มาชุมนุม ตั้งแต่ พ.ศ. 2489  สร้างความฮือฮาด้วยมีโต๊ะสนุ้กเกอร์ตัวแรกของจังหวัด เรียกว่าประชานิยมคือพื้นที่ไลฟ์สไตล์ครบวงจรสำหรับชายหนุ่ม จิบกาแฟ แทงสนุ้ก แล้วยังตัดเสื้อได้ที่ร้านตัดเสื้อบุรุษไทยอาภรณ์ห้องติดกัน เสียดายทรีอินวันของแมนๆยุคนั้นปิดตัวลงหมดแล้วเหลือแต่ข้าวของแห่งความทรงจำจากสามกิจการนี้ หากคุณโชคดีมาวันที่คุณป้าเจ้าของรุ่นปัจจุบันเปิดร้านขายของชำ ของที่ระลึก ก็ลองขออนุญาตเจ้าบ้านเข้าไปส่องชมดู

ความสนุกของตลาดเก้าห้องสำหรับเราคือแต่ละร้านคัดสรรข้าวของมาขายไม่ซ้ำกัน บางร้านขายแป้งน้ำ เครื่องประทินผิว  ร้านพี่แดงปลายสุดของตลาดขายขนมสีเหลืองๆทำจากแป้งกับไข่เป็นรูปตัวปลาน่ารักมากจากอ่างทองเนื้อขนมหนึบๆ หอมกลิ่นแบบขนมสาลี่โชยมาเวลาเคี้ยว ร้านพี่แดงยังมีพืชผักแปลกๆอย่างดอกชมจันทร์วางขาย เก้าห้องจึงไม่ใช่ตลาดที่เต็มไปด้วยแผงสินค้าจากคนนอกพื้นที่เข้ามาขายของซ้ำๆกันกับที่คุณหาได้จากตลาดขายส่งในกรุงเทพฯหรือจตุจักร ตลอดจนไม่ได้มีอาหารขนมแปลกๆประเภทเรียก ‘Like’ หรือไว้ถ่ายรูปโชว์ลงโซเชียลมีเดีย แต่เต็มไปด้วยร้านขายของที่คนในพื้นที่ใช้จริง กินจริง   

เรานั่งคุยจิบกาแฟโบราณรสชาติเข้มข้นหวานมันที่ร้านคุณเดช เขายังใจดีชงอู่หลงขมเข้มมาแถมให้พร้อมเล่าเกร็ดต่างๆในตลาดให้ฟังอย่างสนุก อย่างเรื่องราวระเบียงไม้ที่บางห้องระเบียงเป็นราวไม้ทางตั้ง บางเรือนไม้แบบวางขวาง เจ้าถิ่นหนุ่มเล่าว่าเป็นการใช้รายละเอียดสถาปัตยกรรมแบ่งกรรมสิทธิห้องที่เจ้าของตลาดยกให้ภรรยาหลวงและภรรยารอง  

อีกตลาดที่สงบงามตามจริง ปราศจากการปรุงแต่งเอาใจนักท่องเที่ยวจนเสียรูปเดิมคือตลาดศรีประจันต์ ซึ่งเราได้พูดคุยกับเจ้าถิ่นอีกท่านคือพี่อ้ำ คุณฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ ผู้กำกับภาพยนตร์/หนังโฆษณา นักเขียนบท นักแปล มากฝีมือ คุณปู่คุณย่าพี่อ้ำเป็นชาวศรีประจันต์ ญาติๆครอบครัวทั้งตระกูลอยู่ตำบลมดแดง อยู่เรือนไทยกันเป็นหมู่ พี่อ้ำโตมาที่นั่น ช่วงวัยเรียนเข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ จนทำงานแล้วพักใหญ่พอมีเงินเก็บก็กลับไปปลูกบ้านริมน้ำโปร่งสบายอยู่ใกล้ๆกับญาติๆ พี่อ้ำจึงเป็นขาประจำตลาดศรีประจันต์ทุกครั้งที่กลับบ้านริมน้ำสัปดาห์เว้นสัปดาห์

“ตลาดศรีประจันต์เก่าแก่พอกับตลาดสามชุก แต่ไม่ได้ถูกคอมเมอร์เชียลไลซ์มาก ศรีประจันต์ไม่ได้ chic แต่มีวิถีความ slow life ในแบบที่ถูกกำหนดโดยวิถีการใช้ชีวิตแบบคนแถวนี้อยู่กันจริงๆ อย่างตลาดสดที่คนไปซื้ออาหารก็จะมีของอร่อยมาขายกันแบบวันต่อวัน น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก หน่อไม้ใบย่านางมีต้มมาขายเป็นถุงๆ ผักแถวนี้ดีงาม ผู้คนจ่ายตลาดสองรอบสำหรับอาหารแต่ละมื้อ เช้าก็จ่ายกันรอบนึง ตกบ่ายก็มาซื้อหาของอีกครั้งไปทำอาหารเย็น ค่ำมืดก็ปิดบ้านนอนอยู่กันเงียบๆ” พี่อ้ำเล่าว่าศรีประจันต์ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำช่วงที่นิ่ง เงียบ น้ำสะอาด ไม่มีโรงงาน มีแต่โรงสีเก่า ไม่มีเรือยนตร์วิ่งเสียงดัง

“เราอาจไม่มีสิ่งที่ทัวริสต์มองหา” แต่ว่าศรีประจันต์ก็มีของอร่อยในแบบเฉพาะตัวที่พี่อ้ำเล่าให้ฟังอย่างน่าอร่อย “ศรีประจันต์เล็กมาก มาถึงถามคนได้เลยซาลาเปาป้างิ้มเจ้าอร่อยอยู่ตรงไหน แล้วมีบะหมี่รสดีที่ค่อยๆทำ ถ้าใครใจไม่เย็นพอจะรู้สึกว่าช้าจัง ขนมทองม้วนที่เราเรียกว่าทองขยุ้ม เพราะเขาไม่ม้วน ขยุ้มๆวางไว้เลยออกมาเหมือนดอกกุหลาบ กุ้ยช่ายทอด และมีบ้านท่านเจ้าคุณ ป.อ.ปยุตโต ให้ชม” พี่อ้ำบอกว่าแถวนี้ไม่ Touristy เป็นชุมชนสงบเงียบที่มีทุกอย่างที่ผู้คนต้องการใช้สอย ร้านที่นอนยัดนุ่นขึ้นชื่อว่าความนุ่มแข็งกำลังสบายร่างที่ชาวกรุงเทพฯอย่างผู้กำกับละครดังต้องมาสั่งไปใช้ ร้านเครื่องเขียนเล็กๆ ร้านอาหารพื้นบ้านเจ้าอร่อยอย่างแพปลาสร้อยที่มีแค่สี่โต๊ะ เป็นรสชาติที่แท้แบบคนท้องถิ่นนิยม

ก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯ เราแวะรับประทานอาหารที่กุ่ยหมง-ร้านดังเก่าแก่อายุเก้าสิบกว่าปีประจำจังหวัด มีเมนูดังคือกุ้งทอดเกลือ แต่เรากลับปลื้มเนื้อปลากรายผัดกระเพราและปลาม้านึ่งมะนาวกระเทียมโทนมากกว่า ติดใจน้ำมะนาวเปรี้ยวซี้ดกลมกล่อมและปลาม้าสดสุดๆ ตรงข้ามกุ่ยหมงเป็นร้านขายของฝากของที่ระลึกชื่อร้านแม่บ๊วย ขนมไทยอร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะหม้อแกงหวานละไมที่มีกลิ่นหอมหวานคล้ายขนมสาลี่โชยมา

ตลาดเก้าห้อง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 แยกเข้าอำเภอบางปลาม้า ใช้ Google Map หาพิกัดการเดินทางกันได้ 14.4051° N, 100.1344° E ตลาดศรีประจันต์ พิกัด 14.618676,100.144369 ร้านกุ่ยหมง 328 โคกคราม บางปลาม้า  www.facebook.com/kuimong/ ร้านแม่บ๊วย 279/1-5โคกคราม บางปลาม้า

กรุงเทพฯ : Stylist Market at Yelo House จากสุพรรณบุรี เข้ากรุงเทพฯมาซอยเกษมสันต์ ๑ ซอยแห่งสีสันและความหลากหลายกรุ่นกลิ่นอายชีวิตชีวาจากหลากเชื้อชาตินักท่องเที่ยวที่เดินขวักไขว่ในซอยอันอุดมไปด้วยเกสต์เฮาส์ โรงแรมดีไซน์เดิร์นมาใหม่ปะทะโรงแรมวินเทจแบบดั้งเดิม ร้านอาหารเล็กๆโฮมเมดนานาชาติ แผงข้าวแกง ผลไม้สด สุดซอยคือคลองแสนแสบเส้นทางสัญจรดั้งเดิมของคนกรุงทอดตัวยาวขนานไปกับทางก้นซอย ที่มีโค้งหักซ้าย คุณจะเห็นป้ายเขียนว่า Yelo House

เราแวะมาที่นี่ตามคำชวนของเอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังผู้ทำหน้าที่ Curator  อีเว้นต์แรกของเยโล เฮาส์คือโปรเจ็คต์ตลาดของสไตลิสต์ Stylist Market ตลาดพิเศษที่เปิดบริการเพียงหนึ่งเดือน 18 สิงหาคม-17 กันยายน  จำหน่ายของสะสม ของวินเทจ งานทำมือทั้งงานผ้า งานกระเบื้อง และเครื่องเรือนรูปทรงพิเศษเฉพาะ ผลงานออกแบบของเหล่าสไตลิสต์ทั้งสายแฟชั่น งานตกแต่งภายใน งานโปรดักต์ชั่นโฆษณา อาหารการกิน ผู้คร่ำหวอดในวงการมีผลงานและประสบการณ์การทำงานสั่งสมชื่อเสียงมานานนับยี่สิบปีจากทั่วฟ้าเมืองไทยไว้ครบ บ้างสร้างสรรค์ออกแบบงานคราฟต์/ชิ้นงานเครื่องใช้ใหม่ บ้างคัดสรรของสะสมในครอบครองมาวางจำหน่ายในตลาดบรรยากาศโกดังเก็บอุปกรณ์การพิมพ์เก่า

หนึ่งในสี่หุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Yelo เล่าให้เราฟังว่าเขาเฝ้าเล็งมองโกดังนี้มาเป็นเวลานานกว่ายี่สิบปี คุณเหลียง ศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ ศิษย์เก่าสถาปัตย์ จุฬาฯ มหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ ผู้เริ่มต้นอาชีพสถาปนิกที่ A49 ก่อนจะมารับหน้าที่อาจารย์สอนหนังสือและผู้ก่อตั้ง Atelier of Architects www.atelierofarchitects.com/ ในวัยต้น 30s  ปัจจุบัน AOA คือบริษัทออกแบบมาแรงที่เปิดบริการมาเพียงสิบกว่าแต่ปีมีผลงานเด็ดให้ผู้คนจดจำมากมาย    

ที่ทำการ AOA ของคุณเหลียงอยู่ในตึกสูงติดกับโกดังเก่าสวยที่ปิดร้างมานาน เขาเล่าว่าเพียรติดต่อเจ้าของโกดังนี้แต่ไม่เคยสำเร็จ จนเมื่อคุณโอลีฟ สุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโอตาชำนิ (Chamni’s Eyes) www.facebook.com/chamniseye/ มีโครงการจะขยายกิจการธุรกิจที่ครอบคลุมหมวดงานเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ให้กว้างขวางหลากหลายขึ้น คุณเหลียงจึงเล่าให้คุณโอลีฟฟังถึงโกดังงามเก๋าแห่งนี้ แน่นอนว่าคุณโอลีฟสนใจและรับอาสาติดต่อขอเช่าเพื่อมอบหน้าที่ให้คุณเหลียงบูรณะปรับปรุงจนสำเร็จ โดยทั้งสองยังได้คุณธนัตถ์ สิงหสุวิช ช่างภาพมากฝีมือ และคุณ Hans Werner Muller แห่งบริษัท HWM  www.hwm.co.th มาร่วมเป็นอีกสองหุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Yelo House

โกดังเก่าเสาเหลือง Yelo House มีพื้นที่หลายส่วนประกอบด้วยแกลลอรี่จัดแสดงงานศิลปะที่คุณเหลียงปลาบปลื้มในโครงสร้างดั้งเดิมของโกดังอันมีความสูงโปร่งและทิศทางของแสงที่ส่องเข้ามาทางด้านข้างผ่านหลังคาแบบฟันเลื่อย (ที่เราต้องกลับไปชมอีกแน่นอนในยามกลางวัน ไปครั้งแรกเวลากลางคืนก็ได้บรรยากาศสนุกไปอีกแบบค่ะ) ด้วยอยากเห็นความงามของพื้นที่ที่คุณเหลียงบอกว่าคุณภาพแสงเทียบเท่าพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศเลยครับ

นิทรรศการศิลปะงานแรกที่จะจัดแสดง (24 สิงหาคม-30 กันยายน) ในโกดังเก่าพื้นที่แสงงามนี้ ประเดิมด้วย POD ART ภาพวาดของคุณป๊อด ธนชัย อุชชิน โดยได้คุณอังกฤษ อัจฉริยโสภณ แห่ง ARTIST + RUN (www.facebook.com/artistrungallery2016/) ทำหน้าที่ผู้ประสานงานนิทรรศการ ช่วยศิลปินคัดเลือกผลงานจัดแสดงและดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่แสดงงานตลอดจนการติดตั้ง เพื่อให้ผู้ชมงานศิลปะเข้าใจได้รสที่แท้แห่งเนื้องานในแบบ POD Art  อย่างงดงามตามจริง

 

Yelo House ยังมีพื้นที่เพื่อกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆและงานศิลปะอีกหลากหลาย รวมถึงร้านอาหารที่จะอยู่ด้านในสุดของโกดังที่มองเห็นคลองแสนแสบ และชุมชนเก่าแก่ บ้านครัว อีกฝั่งคลอง คุณเหลียงบอกว่าได้เปิดพื้นที่ของ Yelo ส่วนหนึ่งให้ผู้คนใช้เป็นทางสาธารณะเดินทะลุโกดังไปยังทางเดินเลียบคลองแสนแสบเพื่อทะลุไปบ้านจิม ทอมป์สันได้ “อยากให้ที่นี่เป็นจุดเชื่อมโยงชีวิตเมืองกับชีวิตริมน้ำครับ”

ชั้นสองของโกดังยังมีห้องเล็กห้องน้อยมากมายที่เตรียมพร้อมไว้รองรับกิจกรรมเวิร์คช็อปน่าสนใจต่างๆ พาเหรดกันมาแน่นแทบทุกเดือน โปรแกรมล่าสุดที่เราว่าเจ๋งน่าเรียนคือทาง Yelo ได้ศิลปินวิชวล นักวาดภาพประกอบสาวเก๋ฝีมือโดดเด่นระดับสากลที่ทุกคนจดจำงานศิลปะรูปทรงเรียบง่ายกราฟฟิกเท่ในคู่สีสดแจ่มให้ความรู้สึกสนุกสนาน คุณจิรา Jirayu Koo (www.every-every.com) เจ้าของผลงานเตะตาที่เธอออกแบบให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่าง The New York Times, Apple Music และ Perrier เป็นต้น เวิร์คช็อปแรกของเธอที่ Yelo House คุณจิราจะชวนผู้สนใจมาร่วมลงสีสันวาดลวดลายลงบนตุ๊กตาแม่ลูกดกรัสเซีย (Matryoshka) ที่เธอตั้งใจสั่งนำเข้ามาใช้กับเวิร์คช็อปนี้โดยเฉพาะ ติดตามโปรแกรมกิจกรรมอื่นๆของโกดังเสาเหลืองแห่งนี้ได้ที่เพจของ Yelo House ท้ายบทความนี้

เราคิดว่า Yelo House ทำหน้าที่เปรียบเสมือนตลาดสดแห่งวัตถุดิบเพื่อการคิดให้ผู้คนนำไปต่อยอดเรื่องราวที่เกี่ยวกับงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ ผ่านเนื้อแท้ของ Content ที่ผ่านการบรรจงคิดมาอย่างเปี่ยมเสน่ห์ เป็นมิตร   ในบรรยากาศการพลิกฟื้นความเก่าร้างของอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเท่สะท้อนยุคสมัย ใจกลางชุมชนเก่าแก่มีชีวิตชีวาน่าทำความรู้จัก ในทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ประชิดติดแบบเดินเชื่อมโยงถึงหอศิลป์กรุงเทพฯมหานคร สยาม และมาบุญครองได้ เป็นอีกหนึ่งโอเอซิสหมุดหมายใหม่ในเมืองที่มอบแรงบันดาลใจสนุกสร้างสรรค์มากมาย

 

Yelo House ๒๐/๒ ซอยเกษมสันต์ ๑    www.yelohouse.com  www.facebook.com/yelohouse   เปิดบริการอังคารถึงอาทิตย์  11.00-20.00   เวิร์คช็อป ของ Jirayu Koo จัดบ่ายวันเสาร์ที่ 9 กันยายน ตั้งแต่ 13:30-16:30 ที่ YELO House  ค่าใช้จ่าย 2,200บาท พร้อมเซ็ตตุ๊กตาไม้และอุปกรณ์สี (ผู้เรียนควรมีอายุ 8ปีขึ้นไป) สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ทาง facebook : YELO House

Curated by Ploy

AUG 17