หากใครยังจำกันได้ในช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว การประกาศยกเลิกสารพัดค่าธรรมเนียมผ่าน Mobile Banking ให้เป็น 0 บาท เปรียบเสมือนการประกาศของธนาคารว่า นี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในการทำธุรกิจของตัวเอง

จากธนาคารยุค Analog จะค่อยๆ ก้าวมาสู่ยุค Digital

หลังจากการประกาศค่าธรรมเนียม 0 บาท ก็ได้เห็นสารพัดความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจของธนาคาร ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทั้งการขอสารพัดสินเชื่อผ่าน Application บนมือถือ, การให้ลูกค้าจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่าน QR Code ของกลุ่มธนาคาร, และการช้อปปิ้งร้านค้าที่อยู่ใน Application Mobile Banking 

ไม่ใช่ธนาคารเพิ่งคิดและก็ทำเลย แต่เบื้องหลังนั้นมีการเตรียมตัวมาอย่างดี เพราะก่อนหน้านี้ หากสังเกตในรายงานประจำปี พ.ศ. 2560 ของเหล่าบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ ทุกรายต่างมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาทิ

ธนาคารไทยพาณิชย์จ่ายเงินเดือนพนักงานมากขึ้นกว่าในปี 2559 ถึง 11.8%

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ่ายเงินเดือนพนักงานมากขึ้นกว่าในปี 2559 ถึง 14.5%

แล้วค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานก็คิดเป็น 50% ของต้นทุนในการทำธุรกิจธนาคารในแต่ละปี

โดยธนาคารให้เหตุผลของการจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น ก็คือเป็นการเสริมทัพในส่วนที่พนักงานคนเก่าๆ ของธนาคารไม่สามารถทำได้ หรือบางธนาคารก็ระบุชัดเจนไปเลยว่าเป็นการจ้างพนักงานในส่วนของ IT เพิ่มขึ้น

การเพิ่มพนักงานในส่วน IT ระบบหลังบ้านก็เพื่อพัฒนาสารพัดเทคโนโลยีในยุค ธนาคารดิจิทัล ที่ธุรกรรมการเงินเกือบทุกอย่างแทบจะจบลงแค่ในมือถือเพียงแค่เครื่องเดียว 

แน่นอนธนาคารคาดว่าลูกค้าของตัวเองก็จะเดินทางมาที่สาขาน้อยลง พร้อมกับประกาศที่จะลดจำนวนสาขาและพนักงานประจำสาขาที่ถือเป็นต้นทุนอันดับต้นๆ ในการทำธุรกิจธนาคารในโลกใบเก่า

จากนั้นเมื่อมีนโยบายชัดเจนแล้วว่าจะลดจำนวนสาขา ก็ไปเพิ่มช่องทางบริการลูกค้าอีกหนึ่งรูปแบบใหม่ก็คือ “แบงกิ้ง เอเย่นต์” ที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์เลือกใช้ร้านสะดวกซื้อ, ไปรษณีย์ไทย เป็นเสมือนตัวแทนในการรับฝากถอนเงินสดให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ใช้บริการ Mobile Banking

พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กสิกรไทยได้ปิดสาขาในปี พ.ศ. 2561 ไปประมาณ 90 แห่ง และเมื่อถึงสิ้นปี พ.ศ. 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 850 แห่ง

อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งเป้า 3 ปี จะลดจำนวนสาขาเหลือ 400 จาก 1,153 สาขา และตั้งเป้าลดจำนวนพนักงานเหลือ 15,000 คน จาก 27,000 คน

การเซตเกมธุรกิจใหม่หมดครั้งนี้ของกลุ่มธนาคาร แม้จะระบุว่าไม่มีนโยบายให้พนักงานออก อย่างเช่นธนาคารไทยพาณิชย์เองก็บอกว่า ในแต่ละปีจะมีพนักงานลาออกประมาณ 3,000 คน ซึ่งก็จะเน้นรับพนักงานใหม่ในกลุ่มคนทำงาน IT เป็นหลักมากกว่าจะเปิดรับสมัครพนักงานประจำสาขา และสาขาไหนที่ถูกปิดก็จะโยกย้ายพนักงานไปทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสม

สิ่งที่น่าติดตามก็คือ รายงานประจำปี พ.ศ. 2561 ของบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเปิดเผยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ปีนี้

ตัวเลขที่น่าลุ้นน่าติดตามไม่แพ้ผลประกอบการก็คือ ในปีที่แล้ว 2561 ซึ่งถือเป็นยุคเริ่มต้นธุรกิจ “ธนาคารดิจิทัล”

แต่ละธนาคารจะมีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไร? และอัตราการจ่ายเงินเดือนพนักงานทั้งปี 2561 จะมากขึ้นหรือน้อยลงหากเทียบกับปี 2560

และเมื่อเห็นตัวเลข ก็จะค่อยๆ เห็นอนาคตของพนักงานแต่ละธนาคาร 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer