VOLVO ในอุ้งมือมังกร เกมเปลี่ยนชะตาชีวิตแบรนด์รถหรูระดับตำนาน

     ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เมื่อแบรนด์รถหรูสัญชาติสวีเดนอย่าง VOLVO ต้องเสียอิสรภาพทางธุรกิจด้วยการขายกิจการให้แก่ กลุ่มบริษัทเจ้อเจียง จี๋ลี่ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์ในจีน โดยมีมูลค่าดีลครั้งนั้น 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

     ทุกสายตากำลังจับตามองว่า VOLVO แบรนด์รถหรูอายุกว่า 80 ปีคันนี้จะขับผ่านถนนธุรกิจที่เต็มไปด้วยขวากหนามนี้ได้อย่างไร เพราะต้องบอกว่าปัญหาของ VOLVO ณ เวลานั้นก่อนจะเปลี่ยนมือเจ้าของคือ แม้ Image ของแบรนด์จะยังคงแข็งแกร่ง แต่ภายในความแข็งแกร่งนั้นกลับเต็มไปด้วยรอยแผลทางธุรกิจ

เปิดแผนฟื้นฟู VOLVO

       การซื้อกิจการครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นถนนธุรกิจที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่เต็มไปด้วยปัญหาที่เจ้าของใหม่แบรนด์ VOLVO อย่างบริษัท “เจ้อเจียง จี๋ลี่ โฮลดิ้ง จำกัด” ต้องรีบสะสางพร้อมกับปรับกระบวนท่าการตลาดแบบ “ยกเครื่องใหม่” เลยทีเดียว

       โดยเริ่มต้นทันทีในปี 2010 ทั้งการสร้าง Branding ให้ชัดเจนกว่าในอดีต, ลงทุนสร้างโรงงานผลิตกระจายไปทุกทวีปจนเวลานี้มีถึง 8 โรงงาน, พร้อมกับคิดค้นรถยนต์คันใหม่ๆ ที่จะแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้มากกว่าในอดีต

        VOLVO ใช้เวลา 5 ปีกับภาระกิจเหล่านี้ จากนั้นในปี 2015 จึงเริ่มต้นกำหนดนโยบายใหม่ๆไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมไปสู่การผลิต EV Car ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของโลกอนาคต

        แต่ที่ถือเป็น “จุดพลิกเกม” ของ VOLVO นั้นคือยกระดับแบรนด์ให้เป็น Premium Car ที่มีความสดใหม่ค่อยๆ สลัด Image ในอดีตที่ VOLVO ถูกมองว่าเป็นรถสำหรับผู้บริหารอายุ 45 -50 ปีที่ชื่นชอบเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่เป็น “จุดขาย” ของแบรนด์มายาวนาน

         วิธีของ VOLVO คือเลือกจะเก็บเอาจุดขายนี้เอาไว้ จากนั้นก็สลัดดีไซน์รถทรงสี่เหลี่ยมทื่อๆ มาเป็นรถที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งพร้อมกันใส่สารพัดเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายอาทิเช่น จอสัมผัสสั่งงานได้ทุกอย่างในตัวรถเพียงจอเดียว, ช่องชาร์จ Smartphone แบบไร้สาย เป็นต้น

          และดูเป็นถนนการตลาดที่ VOLVO จะมาถูกทางเมื่อเส้นกราฟยอดขายทั่วโลกค่อยๆ เติบโตต่อเนื่องในทุกๆ ปี

EV Car & เทคโนโลยีไร้คนขับ

2 ไม้ตายในอนาคต

     ถึง VOLVO จะยังมียอดขายห่างชั้นจากเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง BENZ ที่ในปี 2017 ที่เพิ่งผ่านไปมียอดขายทั่วโลก 2,289,344 คัน

     แต่สำหรับ VOLVO ยอดขายแค่ 580,000 คัน ก็สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้บริหาร เพราะนี้คือการพลิกฟื้นแบรนด์ให้กลับมามียอดขายเติบโตต่อเนื่อง หลังจากมีเจ้าของคนใหม่เป็นบริษัทจีน ที่ก่อนหน้านี้มีคำสบประมาทมากมายว่านี้อาจถึงคราว “อวสาน” ของแบรนด์รถหรูระดับตำนานของโลกอย่าง VOLVO

     เมื่อทุกอย่างกลับสวนคำสบประมาท  VOLVO ทำได้ดีเกินความคาดหมาย ทำให้มีการวางแผนธุรกิจในระยะยาว

     เป็น Roadmap ที่ลากยาวอย่างมีอนาคต ที่สะท้อนถึงชัยชนะในเกมเดิมพันของ “หลี่ ซูฝู” เจ้าของบริษัท “เจ้อเจียง จี๋ลี่ โฮลดิ้ง จำกัด” กับการใช้เงิน 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐในการซื้อกิจการ VOLVO เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ที่ใครๆ ต่างมองว่าเป็นการลงทุนที่ผิดพลาดของเขา

     “ผมไม่เห็นจะกลัวอะไร ถ้าแพ้ก็แค่กลับไปสู่จุดเริ่มต้นเดิมคือ กลับบ้าน ไปทำนา เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เหมือนเดิม ผมก็มีกิน แค่นี้ชีวิตก็อยู่ได้” เป็นคำพูดของ “หลี่ ซูฝู” ที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศในวันที่เขาจ่ายเงินไป 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อซื้อกิจการ VOLVO ต่อจากบริษัทฟอร์ด มอเตอร์

     เชื่อแล้วหรือยังว่า VOLVO ในอุ้งมือมังกรคันนี้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว