พูดอย่างไรให้การเจรจาลื่นไหล

จะประสบความสำเร็จหรือพบความล้มเหลว การสนทนาจะเข้ามีส่วนร่วมด้วยอยู่เสมอ ยิ่งถ้าเป็นกิจกรรมที่ต้องติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นขอความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือต้องถกเถียงเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด ระดับความสำคัญของการสนทนายิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยนี้คือวิธีที่ทำให้ทุกบทสนทนาลื่นไหล มัดใจอีกฝ่ายและทำตามคำขอร้องของคุณในที่สุด

รู้จังหวะการสนทนา : จำได้ไหมว่าการสนทนาครั้งล่าสุดของคุณ จบลงแบบเพราะอะไร หากคำตอบคือตกลงกันไม่ได้ มันก็เป็นสัญญานเตือนแล้วว่า คุณมีปัญหาการสื่อสารที่เกิดจากขาดความเข้าใจเรื่องจังหวะ อาจเป็นการมัวแต่เอาชนะคะคานจนไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นบ้าง หรือปล่อยให้คู่เจรจาพูดอยู่ข้างเดียว ข้อติดขัดตรงนี้จะคลี่คลายได้ต้องอาศัยการฝึกฝน พูดกับคนรอบข้างบ่อยๆ อาจเริ่มจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือลองใช้ความกล้าสนทนาคนแปลกหน้า อย่างคนที่นั่งติดกันระหว่างใช้บริการขนส่งมวลชนดูบ้าง โดยเมื่อพูดบ่อยๆ ทักษะการสนทนาก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นจนรู้วิธีผ่อนหนักผ่อนเบา จับจุดได้ว่าตอนไหนต้องพูดอย่างไรในที่สุด

สบตาฟังอย่างตั้งใจ : เมื่อรู้จังหวะการสนทนาแล้ว ที่ต้องทำถัดมาคือแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่า คุณจดจ่ออยู่กับข้อมูลที่เขาหรือเธอกำลังบอก ด้วยการตั้งใจฟังและสบตา ขณะเดียวกันเมื่อมีโอกาสให้ถามประเด็นที่ยังสงสัยกลับไปบ้าง เพื่อย้ำว่าไม่ได้ใจลอยไปที่อื่นจนเข้าข่ายเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา หรือแค่ฟังแต่กลับไม่ได้ยิน เชื่อเถอะคู่สนทนาสัมผัสได้ถึงการฟังอย่างตั้งใจของคุณ และจะทำอย่างเดียวกันตอบแทนเมื่อถึงคราวคุณพูดบ้าง

พูดให้น้อยลงหน่อย : จะมีวาทะศิลป์ไม่ ได้วัดกันแค่ตรงที่ พูดเก่งแค่ไหน ใช้คำได้ถูกกาลเทศะและจูงใจคนได้หรือไม่ แต่ยังสามารถพิจารณาได้จากคุณภาพของการคำพูด หรือเน้นที่คุณภาพมากว่าปริมาณนั่นเอง ดังนั้นก่อนจะพูดอะไรออกไปควรคิดให้รอบคอบ ว่าต้องการคำตอบแบบไหนและผู้ฟังจะคิดอย่างไรเมื่อได้ยินคำที่ออกจากปากคุณ ขณะเดียวกันต้องจำไว้ด้วยว่าการพูดมากแบบที่เรียกว่าน้ำท่วมทุ่งนั้นอาจเสียเวลาเปล่าในโอกาสสำคัญ ต่างจากการพูดน้อยแต่ตรงประเด็นแบบ Less is More ที่เป็นประโยชน์มากกว่า

ตรงไหนเห็นว่าดีมีคำชม : เหตุที่ขนม ลูกอมหรือน้ำหวาน ยังเป็นสินค้าขายดี เพราะรสหวานในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้สร้างความสดชื่นให้ร่างกาย ในบริบทของการสนทนา เราควรหยอดคำหวานลงไปบ้าง โดยเฉพาะหากว่าเป็นประเด็นที่เราเห็นด้วยและยอมรับอย่างจริงใจว่านี่คือเรื่องต้องชื่นชม โดยคำเคลือบน้ำตาลเหล่านี้ไม่ใด้แค่การสนทนาลื่นไหลเท่านั้น แต่ยังสามารถลดอุณหภูมิความขัดแย้ง และเปิดใจของฝ่ายที่เห็นต่างได้อีกด้วย

รู้วิธีสร้างความประทับใจ : หลังเปิดใจอีกฝ่ายได้แล้ว ควรต่อยอดไปสู่การสร้างความประทับใจด้วย โดยวิธีดีที่สุดคือการแสดงให้เขาหรือเธอรู้ว่า สิ่งที่พูดมาเข้าท่าแต่ต้องแสดงออกอย่างจริงใจ และแนบเนียนไปพร้อมกับการละวางอัตตาที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่นลงบ้างในระดับที่เหมาะสม เช่นขอให้อีกฝ่ายขยายความว่าประเด็นที่คุณชื่นชมนั้นดีอย่างไร และสามารถใช้ประโยชน์ในด้านอื่นได้อีกหรือไม่ เพราะเมื่อได้ใจแล้ว ทุกอย่างต่อจากนี้จะง่ายขึ้น

ถ้าไม่รู้จริงควรเงียบไว้ : คำพูดเชิงกระทบกระเทียบอย่าง “ไปเอาความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นผิดๆแบบนี้มาจากไหน” คงไม่ถูกใช้กับใคร ถ้าคนนั้นไม่ลืมตัวพูดอย่างกูรู ทั้งที่ไม่รู้จริง ดังนั้นกับประเด็นที่คุณข้อมูลไม่แน่นพอหรือลังเล ควรเงียบไว้ แล้วถามกลับอย่างสุภาพ เพราะความน่าเชื่อถือจากคู่สนทนาจะลดลงทุกครั้ง เมื่อพลาดปล่อยไก่ออกไป / fastcompany