ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ยังคงขับเคลื่อนด้วย วัฒนธรรม และ นวัตกรรม ของ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

ในเดือนพฤษภาคม 2562 ที่จะถึงนี้ โรงแรมดุสิตธานีสูง 23 ชั้น ที่ในอดีตเคยเป็นตึกสูงที่สุดของเมืองไทยจะเริ่มทยอยทุบทิ้ง

หลังจากนี้ไปอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 ปี โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่ สูง 39 ชั้น 250 ห้องจะผงาดขึ้นมาแทนที่

ภาพของพนักงานโรงแรมจำนวน 500 คนที่ถูกเชิญมาเป็นแขกชุดสุดท้าย ได้มารวมตัวกันหน้าตึกเพื่อดูไฟที่ดับทีละชั้น ทีละชั้น จนมืดสนิทเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ยังเป็นภาพที่ประทับใจของหลายๆ คน

วันที่ 1 เมษายน ล็อบบี้โรงแรมแห่งนี้ได้เปิดขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อจัดงานเฉพาะกิจ แถลงข่าวตอกย้ำการผนึกกำลังร่วมกันของ 2 พันธมิตรที่แข็งแกร่ง คือกลุ่มดุสิตธานี กับ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) ที่จะพลิกโฉมสร้างโครงการใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

กว่า 5 ทศวรรษของ “แลนด์มาร์ก” ใจกลางย่านสีลม

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล สตรีผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่ได้รับการยกย่องในเวทีโลกได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการก่อตั้งโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวขึ้นแห่งแรกในประเทศไทยบนพื้นที่ใจกลางย่านสีลม-พระราม 4 โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ”

เป็นโรงแรมที่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างสูงสุด เมื่อผนวกรวมกับการบริการที่มีเอกลักษณ์แบบไทยทำให้ “โรงแรมดุสิตธานี” ได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี กลายเป็น “แลนด์มาร์ก” ที่รู้จักกันทั่วโลก

วันนี้ ดุสิตธานี จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของดุสิตธานีได้เริ่มขึ้นภายใต้การนำทีมของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล คนปัจจุบัน ผู้ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากชนินท์ โทณวณิก ทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ให้เข้ามารับผิดชอบวางแผนการบริหารจัดการภาระสำคัญนี้เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา 

ยุทธศาสตร์ความใหญ่ “ลดความเสี่ยง”เมื่อรายได้มาจากหลายทาง  

ศุภจีกล่าวว่า วิสัยทัศน์เดิมที่เคยถูกกำหนดไว้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการเป็นผู้บริการทางด้านที่พักและโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและภูมิใจในความเป็นไทย มอบบริการที่มีเอกลักษณ์ สร้างความประทับใจทั่วโลก ยังต้องคงไว้แน่นอน  

แต่อาจจะไม่มีพลังเพียงพอในการสร้างรายได้ในโลกอนาคต ดังนั้น ท่ามกลางการแข่งขันในโลกดิจิทัล  เลยถูกเพิ่มเติมด้วยยุทธศาสตร์การทำงานแบบใหม่ด้วยการผนึกกำลังร่วมกับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) เพื่อสร้าง “ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค” โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมผสานหรือมิกซ์ยูส ในพื้นที่ 23 ไร่ (พื้นที่เดิม 18 ไร่ขยายเพิ่มอีก 5 ไร่)

ครั้งนี้นอกจากตัวโรงแรมแล้วยังเพิ่มในส่วนที่พักอาศัย 2 อาคารสูง 69 ชั้น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์คในพื้นที่ 80,000 ตารางเมตร และอาคารสำนักงาน รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 440,000 มูลค่าโครงการรวมกว่า 36,700 ล้านบาท

เธอบอกว่าโครงการมิกซ์ยูสที่เกิดขึ้นก็จะเป็นต้นแบบในการขยายธุรกิจของดุสิตธานีในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงด้านรายได้ในอนาคต ที่จะไม่มาจากโรงแรมทางเดียวอีกต่อไป

ในขณะเดียวกันโครงการใหญ่แห่งนี้จะเป็นตัวแฟล็กชิปที่น่าภูมิใจตอกย้ำความน่าเชื่อถือของแบรนด์ดุสิตธานีที่กำลังรับบริหารโรงแรมไปทั่วโลกด้วย

ตัวศูนย์การค้านั้นกำหนดแล้วเสร็จ ประมาณกลางปี 2566 ส่วนของออฟฟิศและที่พักอาศัยนั้นแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2567  

 

“ความท้าทายอย่างมากๆ สำหรับตัวเองก็คือทำอย่างไรถึงจะสามารถบริหารจัดการเรื่องการก่อสร้างดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ให้เสร็จทันได้ตามกำหนด และกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ดีแห่งหนึ่งของโลกเหมือนที่ดุสิตธานีเคยทำไว้”

เธอบอกว่าถึงจะเป็นโรงแรมใหม่ที่มีความทันสมัยในโลกอนาคต แต่ยังคงความมีเสน่ห์ของโรงแรมเดิม เป็นการหลอมรวมงานอนุรักษ์ที่เชิดชูความเป็นไทยกับนวัตกรรมที่ทันสมัยไว้ด้วยกัน

“เราให้ความสำคัญกับการเก็บเรื่องราวองค์ประกอบสำคัญของโรงแรมดุสิตธานีเดิมเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ หรือการนำชิ้นส่วนเอกลักษณ์ต่างๆ มาใช้ เป็นโรงแรมที่มีสีสันไม่ใช่ Minimal Style แน่นอน”

บนรูฟท็อปชั้น 39 สูงสุดของโรงแรมจะทำเป็น “สกายวอล์ก” มีบันไดเวียนเดินขึ้นไปได้ เพื่อให้คนได้มาสัมผัสยอดเสาสีทองซึ่งมีความโดดเด่นอย่างมาก เป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่งของโรงแรมดุสิตธานี ชั้นนี้จะมีบาร์และกิจกรรมยามค่ำคืน และมี VR โชว์มุมต่างๆ ของโรงแรม

“ใครที่ยังคิดถึงห้องอาหารไทยเบญจรงค์ คิดถึงล็อบบี้โรงแรมที่มองเห็นสวนสวยงาม คิดถึงบันไดในสวนที่นางสาวไทยและมิสยูนิเวิร์ส ใส่ชุดว่ายน้ำโชว์ตัว หรือเสาต้นใหญ่ๆ จะมีให้เห็นแน่นอนค่ะ สวยกว่าเดิมด้วย”

 เธอมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้คือจุดเด่นที่แตกต่างที่สามารถจับใจคนจากทั่วโลกเหมือนที่ในอดีตเคยทำมาแล้ว

อาคารที่พักอาศัยนั้นจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบให้ทุกห้องเห็นวิวแบบพาโนรามาของสวนลุมพินีและวิวเส้นขอบฟ้าอันสวยงามของมหานครกรุงเทพ เป็นอาคารที่พักแบบเช่าสิทธิ์ระยะยาวหรือลีสโฮลด์ (30 ปี บวก 30 ปี) ในขณะที่ตัวออฟฟิศจะทันสมัยด้วยนวัตกรรมแห่งยุครองรับการเป็นที่ตั้งของอินโนเวทีฟสตาร์ทอัพถึงระดับสำนักงานระดับโลก

ส่วนศูนย์การค้าซึ่งจะมีบทบาทสำคัญที่สุดในการเชื่อมทุกโครงการมาด้วยกัน จะถูกออกแบบผสมผสานไลฟ์สไตล์อินดอร์และเอาต์ดอร์เข้าด้วยกัน เน้นพื้นที่สีเขียวร่มรื่นที่สุดใจกลางกรุง   

ภาระเร่งด่วนต้องสร้างรายได้ทดแทน

ศุภจียอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดุสิตธานีขาดรายได้หลักแต่เธอได้วางแนวทางการสร้างความสมดุลในเรื่องรายได้ทั้งในและนอกประเทศ และไดเวอร์ซิฟายไปยังธุรกิจอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มทดแทนมาตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เข้ามารับตำแหน่ง  

เช่นในปีที่ผ่านมากลุ่มดุสิตธานีได้ขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วยการสร้างแบรนด์ใหม่ๆ จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงท้องถิ่น แต่ยังต้องการพักในโรงแรมที่สะดวกสบาย มีการต่อยอดสู่ตลาดลักชัวรีด้วยการเข้าลงทุนกิจการแบรนด์อีลิธ เฮเวนส์ เพื่อเข้าสู่ธุรกิจการบริหารจัดการและให้เช่าวิลล่าระดับหรูแบบครบวงจร ครอบคลุมประเทศต่างๆ ในเอเชีย

รวมทั้งขยายไปสู่การลงทุนในธุรกิจอาหารซึ่งเป็นจุดแข็งของกลุ่มดุสิตธานีอย่างจริงจัง ภายใต้การดำเนินงานผ่านบริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด ที่ได้เข้าลงทุนในบริษัท NRIP ผู้ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เครื่องปรุงรส ซอส เครื่องดื่ม และน้ำผลไม้ ลงทุนในบริษัท เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง จำกัด (ECC) ผู้นำ เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจอาหารและธุรกิจเคเทอริ่ง รวมถึงการจัดตั้ง บริษัท ดุสิต กูร์เมต์ ในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อต่อยอดการทำการตลาดผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ของดุสิตธานี

ในปี 2561 ดุสิตธานีมีรายได้รวม 5,565 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 290 ล้านบาท ยังเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นจากปี 2560   

นอกจากประสบการณ์ของผู้หญิงไทยคนแรกที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารของไอบีเอ็ม บริษัทด้านไอทีรายใหญ่ของโลก เคยเป็นซีอีโอหญิงที่เข้าไปกอบกู้สถานการณ์ขาดทุนของบริษัทไทยคม

รวมทั้ง Passion อันแรงกล้าส่วนตัวของเธอที่จะสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งในระดับโลก จนยอมเข้ามาบริหารโรงแรมดุสิตธานี เมื่อ 3 ปีก่อน

แต่คงต้องยอมรับว่าภารกิจครั้งนี้ท้าทายอย่างมากๆ แต่เมื่อไรที่ Mission complete คงเป็นบทพิสูจน์ความ excellent อีกครั้งของกลุ่มดุสิตธานี และผู้หญิงที่ชื่อ ศุภจี สุธรรมพันธุ์

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer