เราได้ยินมานานว่าคนไทยไม่ชอบทำประกันชีวิต

ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง อย่างที่ได้ยินมาเพราะคนไทย 1 คนมีค่าเฉลี่ยถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 0.37 ฉบับ

เฉลี่ยคนไทย 1 คนมีกรมธรรม์ชีวิตยังไม่ถึง 1 ฉบับด้วยซ้ำ

แล้วหากเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นประชากร 1 คน ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 3.22 ฉบับ

หากเทียบประชากรสิงคโปร์ 1 คน ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 2.67 ฉบับ

ทำไมคนไทยถึงซื้อกรมธรรม์ ประกันชีวิต น้อยกว่าประเทศอื่น?

มีสารพัดเหตุผลต่างๆ มากมาย แต่หากนับเฉพาะเหตุผลใหญ่ๆ มีอยู่ 3 ข้อ

เรื่องแรกสุดคงหนีไม่พ้นรายได้ของประชากรที่น้อยกว่าประเทศอื่นๆ

ข้อมูลจาก IMF ระบุว่าคนไทย 1 คนมีรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 230,016 บาท หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยเดือนละ 19,168 บาท

คนสิงคโปร์ 1 คน มีรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2,049,312 บาท หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยเดือนละ 170,776 บาท

คนญี่ปุ่น 1 คน มีรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1,248,320 บาท หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อเดือนคือ 104,000 บาท

จะเห็นว่าคนไทยมีรายได้น้อยกว่าประชากร 2 ประเทศนี้ 5-8 เท่าเลยทีเดียว

เมื่อรายได้ประชากรน้อย การจะซื้อกรมธรรม์ชีวิตของคนไทยจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องหลังๆ เพราะแค่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจนถึงผ่อนที่อยู่อาศัยและรถก็เป็นภาระที่หนักหน่วง

จะมีคนไทยเพียงไม่กี่คนที่จะเหลือเงินแต่ละเดือนเพื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้แก่บริษัทประกันชีวิต

เหตุผลต่อมาคือมีการลงทุนต่างๆ ทั้งระยะกลาง-ยาว เข้ามาแทรกแซงทางความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหุ้น-ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์-กองทุน และอีกสารพัดอย่าง

ซึ่งการลงทุนเหล่านี้หลายคนมองว่าสามารถทดแทนและคุ่มค่ากว่าการลงทุนในประกันชีวิต

สุดท้ายก็คือประสบการณ์เลวร้ายจาก “ตัวแทนบริษัทประกันชีวิต บางบริษัท”

หากลองค้นหาเรื่องนี้ในโลกออนไลน์ จะพบเรื่องราวดราม่าเกี่ยวกับการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพมากมาย

เรื่องที่พบเห็นบ่อยสุดคือ การเคลมประกันชีวิตบางบริษัทและตัวแทนบางคนเป็นเรื่องยากลำบาก, ตัวแทนขายประกัน มีความยัดเยียดสูง เป็นต้น

เป็นเรื่องที่ฝังลึกมานานหลายปี และถูกบอกต่อปากต่อปากจากรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้ประเทศไทยจะมีบริษัทประกันชีวิตดีๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมากก็ตามที

เมื่อรายได้ประชากรที่ไม่มากหากเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมไปถึงการได้ยินประสบการณ์เลวร้ายจากการทำประกันชีวิต

ทำให้คนไทยจำนวนมากจึงหมางเมินประกันชีวิต ถึงแม้รัฐบาลจะมีการกระตุ้นให้คนไทยทำประกัน ด้วยการสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

มาถึงตรงนี้ อาจจะนึกว่าคนไทยทำประกันชีวิตกันน้อยลง

ข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตประเทศไทย เปิดเผยไว้อย่างน่าสนใจถึงค่าเฉลี่ยเบี้ยประกันชีวิตของคนไทย

ปี 2014 คนไทยจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเฉลี่ย 631 บาท/คน/เดือน

ปี 2015 คนไทยจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเฉลี่ย 671 บาท/คน/เดือน

ปี 2016 คนไทยจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเฉลี่ย 709 บาท/คน/เดือน

หรือหากมองในมุมจำนวนคือ ในปี 2014 มีกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้งหมด 19 ล้านฉบับ จนมาถึงในปี 2017 ประเทศไทยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่ที่ 24 ล้านฉบับ

ถึงจะไม่ได้เป็นอัตราการเติบโตแบบหวือหวา แต่ก็ถือว่าช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาบริษัทประกันชีวิตและรัฐบาลเองก็ประสบความสำเร็จในการรณรงค์ให้คนไทยวางแผนทำประกันชีวิตมากขึ้นในระดับหนึ่ง

แล้วทำไมรัฐบาลถึงต้องกระตุ้นให้คนไทยต้องมี กรมธรรม์ ประกันชีวิตติดตัวกันทุกคน

เพราะการสูญเสียประชากรไป 1 คนจะเกิดผลกระทบในหลายๆ ด้าน

ยิ่งหากเป็นคนที่หารายได้ให้แก่ครอบครัวเป็นหลัก ถือเป็นบุคคลที่ควรจะทำประกันชีวิต

เพราะหากเกิดการสูญเสีย ลูก, หลาน และภรรยาจะลำบากทันทีหากขาดรายได้จากประกันชีวิตมาชดเชยรายได้ประจำในทุกๆ เดือน

ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคมในหลายๆ ด้าน

ประกันชีวิตจึงเปรียบเสมือน มรดก ชิ้นสำคัญที่จะมอบให้แก่คนที่เรารักและห่วงใย

ในวันที่เราไม่สามารถที่จะอยู่เคียงข้างคนที่เรารัก
——————————————————–

เรื่องน่ารู้: ประชากรญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ทำประกันชีวิตมากที่สุดในโลก ด้วยค่าเฉลี่ยคนญี่ปุ่น 1 คนจะมีกรมธรรม์ประกันชีวิต 3 ฉบับ
.
และมีค่าเฉลี่ยได้วงเงินประกันชีวิตมากกว่า 3 ล้านบาท/คน ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 1.9 แสนบาท/คน

——————————————————-
ที่มา: IMF-สมาคมประกันชีวิตประเทศไทย-SCB-ไทยประกันชีวิต-สำนักงานสถิติแห่งชาติ การคำนวณใช้เรต 32 บาท / 1 ดอลลาร์สหรัฐ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer