ในวันที่ประเทศไทยมาพร้อมกับหน้าร้อนระดับ 40 องศา ทำให้รู้สึกว่าอยากหยิบกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์คล้ายร้อนที่อยู่คู่คนไทยมานานอย่างเรื่องของ แป้งเย็น มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

ซึ่งเมื่อเอ่ยถึงเรื่องของแป้งเย็นแล้วล่ะก็ ชื่อของ “แบรนด์ตรางู” หรือที่หลายคนเรียกว่า แป้งเย็นตรางู น่าจะเป็นชอยส์แรกๆ ที่คนไทยคิดออก

รวมทั้งเชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าแป้งเย็นที่มีเอกลักษณ์ตรงกระป๋องเหล็กแบรนด์นี้อยู่กับคนไทยมานานกว่า 127 ปีแล้ว ที่สำคัญยังถือเป็นแป้งเย็นแบรนด์แรกของโลกอีกด้วย

คงเอกลักษณ์ แต่รู้จักปรับตัวไปกับยุคสมัย

ถ้าให้ถามถึงเคล็ดลับในการบริหารแบรนด์อายุเกิน 100 ปี ให้สามารถดำเนินธุรกิจรวมถึงนั่งแท่นผู้นำในตลาดมาโดยตลอดนั้น  คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น “การรู้จักปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตน”

ซึ่งถือเป็น 2 เรื่องที่ทางแบรนด์ตรางูทำควบคู่กันมาโดยตลอด ไม่นานนี้เราอาจเห็นเพื่อนๆ แชร์เรื่องของสเปย์เย็นดับร้อนแค่ฉีดพ่นก็เย็น หรือจะเป็นทิชชูเย็นที่นอกจากจะคลีนเหงื่อไคลสิ่งสกปรกต่างๆ แล้ว ถ้าเป็นของตรางูยังแถมความเย็นฉ่ำสบายตัวทันทีที่ฉีกซองและใช้มันกับร่างกายในวันที่อุณหภูมิประเทศไทยไม่เคยปรานีคนไทยเลย

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นโปรดักส์อินโนเวชั่นของแบรนด์ตรางู แต่พระเอกของแบรนด์อย่างแป้งเย็นกระป๋องเหล็กที่คุ้นตาก็ยังคงถูกผลิตแบบสายพานไม่เคยได้หยุดพัก เพราะผู้บริโภคเองก็ยังคงหลงรักตัวช่วยคลายร้อนที่ว่านี้ และทางแบรนด์เองยังเชื่อว่ากระป๋องเหล็กสามารถเก็บความเย็นของสินค้าได้ดีกว่า ส่วนตัวผู้บริโภคที่เป็นแฟนของตรางูก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน

อันที่จริงตรางูยังมีโปรดักส์ไลน์เกี่ยวกับการดับร้อนแตกออกไปอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเจลอาบน้ำ สบู่อาบน้ำ หรือให้คลาสสิกสุดๆ ก็ยังมีแป้งน้ำแบบไทยๆ รวมถึงอีกหลายต่อหลายโปรดักส์

ในส่วนของตัวแป้งเย็นเองก็มีการปรับสูตรเพื่อให้ถูกใจผู้บริโภคยุคนี้ด้วยการนำเสนอสรรพคุณใหม่ๆ อย่าง แป้งไวลด์ทานาคา ที่ใช้ทาหน้าได้ มีส่วนผสมของทานาคาลดสิวและทำให้ผิวเนียนนุ่ม หรือเป็นแป้งเย็นตรางูกลิ่นเฟรนช์ ลาเวนเดอร์ ที่นอกจากจะเย็นสบายตัวยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ใช้จากกลิ่นหอมๆ ของดอกลาเวนเดอร์

“การออกโปรดักส์ใหม่ๆ รวมถึงตัวแป้งเย็นเองที่เติมเต็มสรรพคุณอย่างการดึงเอาสมุนไพรทานาคาหรือเพิ่มกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ลงไปถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกของผู้บริโภคและทลายกำแพงของความเป็นแป้งเย็นที่ต้องซื้อมาใช้แต่ตอนหน้าร้อนลง กลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์ตรางูเพิ่มยอดขายได้ตลอดปีอีกด้วย”

คูลทุก Gen

แม้ในตลาดแป้งเย็น ตรางู จะต้องเผชิญกับคู่แข่งหลากหลายแบรนด์ที่ต่างมองว่า เมืองไทยอย่างไรก็ร้อน แถมร้อนขึ้นทุกปีๆ ซึ่งวิธีการอาบน้ำให้สดชื่นแล้วโรยด้วยแป้งเย็นกลิ่นหอมให้สบายตัวก็ยังคงถือเป็นวิธีดับร้อนทันใจแบบเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า สินค้าประเภทแป้งเย็นจึงกลายเป็นของคู่บ้านของใครหลายๆ คน ตลาดนี้ยังไงก็ยังขายได้

แม้ในปัจจุบันการทาแป้งตัวขาวออกจากบ้านอาจไม่ถูกใจคนรุ่นใหม่ โปรดักส์อินโนเวทีฟทั้งหลายผ่านสเปย์หรือทิชชู่เปียกจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนยุคนี้ได้มากกว่า

เมื่อเราถอดความคิดของแบรนด์ตรางูออกมาจะเห็นได้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องโปรโมตเรื่องความเย็นอีกแล้ว เพราะผู้บริโภคทุกคนต่างรู้ดี แค่เห็น โลโก้ตรางู หรือแถบกุหลาบรอบๆ กระป๋องก็สัมผัสได้ถึงความเย็นสดชื่นแล้ว

แต่การบ้านชิ้นใหญ่ที่รอพวกเขาอยู่คือการพาให้สินค้าของตน “คูล” พอที่จะอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ทุกเจเนอเรชั่นมากกว่า

ดังนั้นการเริ่มต้นจากการพัฒนาโปรดักส์จึงถือว่าเดินมาถูกทาง แต่ในฝั่งของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ต่างๆ ต้องควบคู่ไปด้วยกัน ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า แบรนด์ตรางู พร้อมมอบความคูลให้กับคนในทุกๆ Gen ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งนั่นคือหน้าที่แคมเปญทางการตลาดต้องพาแบรนด์ไปถึงจุดจุดนั้นให้ได้

อย่างในแคมเปญล่าสุดที่ทางแบรนด์เลือกเปิดพรีเซ็นเตอร์ใหม่ทีเดียวถึง 4 คนพร้อมกันก็เพื่อเป็นตัวแทนของคน 4 เจเนอเรชั่นซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ Baby Boomer ไปยันคน Gen Z นั่นก็คือวัยรุ่นในปัจจุบันนั้น ภายใต้แนวคิดใหม่อย่าง #ตรางูโค้ดคูลของทุก Gen

โดยจุดประสงค์หลักของแคมเปญนี้คือการสะท้อนให้เห็นว่า “แบรนด์ตรางู” มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ของทุกกลุ่มวัย หลากหลายการใช้งาน ทั้ง “อาบ-ทา-เช็ด-ฉีด ความเย็นสดชื่นก็ติดตามเราไปได้ในทุกที่” ขยายอาณาเขตความหอมเย็นสดชื่นไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มลูกเล่นและฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ยึดติดแค่ว่าแป้งตรางูจะต้องเป็นเพียงแค่แป้งที่โรยตัวแล้วจบกัน

นอกจากนั้นทั้ง 4 พรีเซ็นเตอร์ยังมีประสบการณ์ในการรับมือหน้าร้อนด้วยผลิตภัณฑ์ตรางูที่แตกต่างกันออกไป ลองฟังประสบการณ์จากพวกเขาทั้ง 4 คนได้ที่คลิปวิดีโอด้านล่าง

 

กล้าที่จะสร้างสรรค์ เพื่อให้เห็นความแข็งแกร่ง

กับแนวคิดของการ Modernization ที่ทางแบรนด์ตรางู ได้มีการทำมาอย่างต่อเนื่องผ่านการทำสินค้ารุ่น limited edition

ถือเป็นอีกหนึ่งความสร้างสรรค์ที่ทำให้แบรนด์ตรางูไม่เคยตกยุค คือการเอาแบรนด์ไปใส่ในสินค้าอื่นๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ เทียบเท่ากับแบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลก

ลองคิดภาพถึงคนที่ใส่เสื้อสกรีนแบรนด์ Coca-Cola ที่อกแล้วรู้สึกเท่ไปกับมัน หรือว่าเสื้อสีเหลืองตัดสีน้ำเงินพร้อมสกรีนคำว่า IKEA กลายเป็นแฟชั่นฮิตอยู่พักใหญ่ “การที่แบรนด์จะเป็นอย่างนั้นได้ต้องแข็งแกร่งจนผู้บริโภคยอมรับ”

และแบรนด์ตรางูกล้าที่จะลองทำแบบนั้นเช่นกัน! โดยทางแบรนด์ตรางูได้ดีไซน์กระป๋องแป้งแบบกระเป๋าสะพาย และ แบบเป็นหูหิ้ว เข้าร่วมมือกับ Matter Maker แบรนด์ดีไซน์ของไทยที่กำลังมาแรงซึ่งเป็นผู้นำไอเดีย ออกแบบและผลิตเสื้อยืด Matter Makers x Snake Brand ลิมิเต็ดคอลเลกชั่น

ประกอบไปด้วย เสื้อยืดแขนกุดลายกุหลาบ เสื้อแขนสั้นมัดย้อม และกางเกงขาสั้น ทั้งหมด 3 แบบ 6 สี รับหน้าร้อนที่แค่เห็นก็รู้สึกคูล ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะนำเอกลักษณ์บางส่วนของแป้งเย็นตรางู ไม่ว่าจะเป็น สี โลโก้ รวมถึงลวดลายได้ลงตัวอย่างสวยงาม

สรุป

“หน้าร้อนปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ แป้งเย็นตรางู เทคแอกชั่นในหลายๆ ด้านเพื่อปั้นแบรนด์ให้เข้าถึงทุกเจเนอเรชั่น คูลได้ในแบบที่ไม่ต้องยัดเยียด แต่เลือกใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์เป็นตัวนำในการเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งต้องถือว่าเป็นการสร้างแบรนด์ที่ดูกระฉับกระเฉง จนชวนให้ติดตามต่อว่าแบรนด์แป้งเย็นที่อยู่คู่คนไทยจนขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ 100 ปี จะมูฟต่อไปในทิศทางไหน น่าติดตาม…”

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ร่วมกิจกรรมกับ ตรางูได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/notes/snakebrandfanpage  และ Instagram: Snakebrand



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน