แสนสิริ” เปิดเกมรุก สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการอสังหาฯ ชี้ “บริการ” หัวใจหลักสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดการอยู่อาศัย จับเทรนด์โลกเสริมแกร่งบริการครบวงจร เพื่อสร้าง “บ้านที่มากกว่าบ้าน” ชูจุดแข็งผู้นำอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์  ครั้งแรกในไทย! กับ “Sansiri Home Care Card” แพ็กเกจต่อประกันบ้านหลังหมดประกันแบบรายปี พร้อมเปิดตัว คู่มือดูแลบ้านด้วยตนเอง บนแอปฯ Sansiri Home Services

แสนสิริเดินเกมรุก เผย “บริการ” หัวใจหลักสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ทุกเซกเมนต์ เพราะเป็นหลักประกันที่มีมูลค่าสูงในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดการอยู่อาศัย เดินหน้าทุ่มงบกว่า 100 ลบ. ฟันธงล่วงหน้า เกมการแข่งขันขั้นต่อไปของวงการอสังหาริมทรัพย์ คือบริการเหนือกว่า มุ่งจับเทรนด์โลก เสริมทัพกลยุทธ์ด้านบริการครบวงจร เติมเต็มทุกการอยู่อาศัยปี 2562 ย้ำจุดต่างทางการแข่งขันที่เหนือกว่า ตอบโจทย์ลูกค้าเรียลดีมานด์ด้วยมาตรฐานบริการเทียบแบรนด์ชั้นนำระดับโลกในทุก Touch Points สร้าง “บ้านที่มากกว่าบ้าน” เพื่อการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนก่อนอยู่อาศัยและหลังอยู่อาศัย และครั้งแรกในไทย! เปิดตัว “Sansiri Home Care Card” แพ็กเกจต่อประกันบ้านหลังหมดประกันแบบรายปี เริ่มต้นเพียง 3,500 บาทต่อปี เริ่มใช้งานไตรมาส 3 ปีนี้ ควบคู่กับคู่มือดูแลบ้านแบบง่ายๆ ด้วยตนเองผ่านแอปฯ Sansiri Home Services นำร่องพร้อมใช้งานแล้วกว่า 83 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญและใช้ระยะเวลาในการตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะเป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าและต้องอยู่อาศัยเฉลี่ยมากกว่าครึ่งชีวิต บางคนทุ่มเทใช้เวลานับสิบปี เก็บหอมรอมริบในการซื้อซึ่งนอกเหนือจากดีไซน์ที่สวยงาม คุณภาพของวัสดุ หรือนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแล้ว “บริการ” ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้อย่างยิ่ง เพราะบริการที่ดีจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปได้ตลอดช่วงการอยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังควรไตร่ตรองและตระหนักให้ลึกถึงประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือ ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัย (customer insight) อย่างตรงจุด ปัจจุบันเทรนด์อสังหาฯ ทั่วโลกได้รุดหน้าไปไกลโดยลงมาแข่งขันกันพัฒนาบริการที่ดีเพื่อการอยู่อาศัย เนื่องจากดีไซน์สวยงามและคุณภาพกลายเป็นบรรทัดฐานที่แตกต่างกันไม่มากในตลาดโลกไปแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับรายงานเรื่อง ปรับเกมกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาฯ พิชิตใจผู้บริโภคยุค 4.0 โดย Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ จากการสำรวจพบว่า กว่า 90% ของผู้ตอบแบบสำรวจ มองว่า บริการมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน แสนสิริ เล็งเห็นว่าประเทศไทยกำลังเริ่มก้าวสู่ในจุดที่มาตรฐานด้านดีไซน์และคุณภาพของวัสดุมีพัฒนาการทางการแข่งขันทัดเทียมกันมากขึ้นถึงจุดที่เป็น Red Ocean โดยแสนสิริคาดการณ์ว่าเกมการแข่งขันขั้นต่อไปของวงการอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นการแข่งขันด้านการพัฒนาบริการที่ล้ำหน้าขึ้นไปอีกขั้น เราจึงรุกกลยุทธ์ในการสร้าง Brand Differentiation ที่จะนำเสนอบริการคุณภาพที่เหนือกว่า เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดการอยู่อาศัย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แสนสิริให้ความสำคัญเสมอมาตลอดกว่า 35 ปี โดยมุ่งสร้างศักยภาพทางการแข่งขันที่แตกต่างและเหนือกว่าผลิตภัณฑ์บริการที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน ตลอดจนยกระดับวงการอสังหาไทยฯ ให้ก้าวไปอีกขั้นได้”

แสนสิริได้มองเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจด้านบริการในกลุ่มแบรนด์ชั้นนำของโลกที่มุ่งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้วยความแข็งแกร่งด้านบริการการดูแลรับประกันหลังการขาย (Waranty Service) กันมากขึ้น อาทิ Apple ที่มีแพลตฟอร์มอย่าง AppleCare หรือ BMW ที่มีแพลตฟอร์มอย่าง BSI ไม่เว้นแม้แต่วงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศชั้นนำของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีมูลค่าอุตสาหกรรมรับประกันการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสูงถึง 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2561 และเติบโตเฉลี่ยต่อเนื่องถึงปีละ 5% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคปัจจุบันต้องการหลักประกันที่สร้างความความอุ่นใจในการอยู่อาศัยระยะยาว (ข้อมูลจากรายงาน : Home Warranty industry 2018 โดย Colonnade)

แสนสิริไม่หยุดนิ่งในการให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์บริการที่ตอบโจทย์อย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปีที่ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อมอบประสบการณ์ดีที่สุดในทุกแบรนด์ Touch points ภายใต้ความเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าในทุกเซกเมนต์ เริ่มจากขั้นตอนของ การซื้อที่อยู่อาศัย ที่มีทีมงานขาย (Sales) มืออาชีพ เพื่อให้ข้อมูล คำแนะนำเกี่ยวกับโครงการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีผู้ช่วยในการดูแลในทุกขั้นตอนการส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์โครงการแก่ลูกบ้านในทุกขั้นตอน ต่อมา การย้ายเข้าอยู่อาศัย เรามีแพลตฟอร์ม การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ที่ให้บริการในการขนย้ายและเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าอยู่อาศัยอย่างครบวงจรผ่านบริการ Move-In Experience จวบจนระหว่างการอยู่อาศัย แสนสิริยังได้คัดสรรบริการและสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของลูกค้าในทุกระดับ และสำหรับเรื่องความปลอดภัยในการอยู่อาศัย แสนสิริยังมีระบบรักษาความปลอดภัย Sansiri Security System ที่ยึดมาตรฐานเดียวกันในทุกๆ โครงการ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยควบคู่บุคลากรมืออาชีพที่ได้รับการอบรมภายใต้มาตรฐานแสนสิริ พร้อมเพิ่มความไว้วางใจให้กับลูกบ้านเป็น 2 เท่า ด้วยศูนย์ควบคุมสังเกตการณ์จากส่วนกลาง Smart Command Centre เครื่องมือที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการความปลอดภัยและระบบวิศวกรรมอาคาร

และที่สำคัญ เรามีบริการ Home Care ที่คอยดูแลรักษาสภาพของที่อยู่อาศัยให้ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลาทั้งในรูปแบบของการดูแลรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Care) และในรูปแบบของ การดูแลซ่อมบำรุง (Maintenance Care) เพื่อเปลี่ยนเรื่องการดูแลรักษาบ้านที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่าย กับบริการซ่อมบำรุงในประกันและหลังหมดประกัน นอกจากนี้ การจัดสรรบริการที่ดีที่สุดเหนือกว่ามาตรฐานของตลาด สำหรับลูกค้าทุกเซกเมนต์ อาทิ บริการเพื่อการอยู่อาศัยต่างๆ Easy Living ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าทุกระดับราคา รวมถึงบริการที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าระดับลักชัวรีที่พัฒนาจากความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าระดับบน และอีกหนึ่งความแข็งแกร่งด้านการบริการของแสนสิริ คือ การทำงานควบคู่กับบริษัทในเครืออย่าง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทีมงานมืออาชีพที่เป็นศูนย์กลางในการให้บริการ และบริหารจัดการความต้องการให้กับลูกบ้านแสนสิริทั้งก่อนและหลังการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขาย ปล่อยเช่าซื้อเพิ่ม หรืออยู่อาศัยเอง รวมถึงการดูแลบริหารโครงการ และส่วนกลางมาแล้วทุกรูปแบบด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี โดยบริการเกือบทั้งหมดสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างแอปพลิเคชั่น Sansiri Home Service

นายอุทัยเผยว่า “สำหรับแผนกลยุทธ์ด้านบริการในปี 2562 แสนสิริได้ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ต่อยอดความแข็งแกร่งด้านบริการด้วยการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างให้เทียบชั้นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้แนวคิด  “บ้านที่มากกว่าบ้าน” โดยนำเทรนด์และอินไซต์ของลูกบ้านมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ก้าวแรกที่เป็นลูกบ้านแสนสิริ เพื่อทำให้บ้านของแสนสิริเป็นมากกว่าบ้านสามารถตอบโจทย์ทุกช่วงการอยู่อาศัยได้ในทุกระดับเซกเมนต์ เราจึงริเริ่มพัฒนาบริการดูแลรักษาบ้านหลังการอยู่อาศัยล่าสุด เป็นครั้งแรกในไทยที่จะมาเสริมศักยภาพด้านบริการภายใต้หมวด Home Care ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทั้งในแง่ของ การดูแลรักษาเชิงป้องกัน (Preventive) โดยเปิดตัวคู่มือดูแลบ้าน (Maintenance Guide) ที่รวบรวมวิธีดูแลรักษาบ้านที่ลูกบ้านสามารถทำเองได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Sansiri Home Service พร้อมแจ้งกำหนดการดูแลรักษาและแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ โดยตั้งเป้าขยายบริการให้ครอบคลุมกว่า 164 โครงการ ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ ในส่วนของการดูแลซ่อมบำรุง (Maintenance) กับครั้งแรกของการเปิดตัว Sansiri Home Care Card แพ็กเกจต่อประกันบ้านหลังหมดระยะประกันแบบรายปี โดย แบ่งเป็น 3 แพ็กเกจ ได้แก่ แพ็กเกจซิลเวอร์ครอบคลุม 5 หมวดบริการ แพ็กเกจโกลด์ ครอบคลุม 6 หมวดบริการ และแพ็กเกจแพลทินัม ครอบคลุม 7 หมวดบริการ ในราคาเริ่มต้นเพียงปีละ 3,500 บาท เตรียมนำร่องให้บริการในไตรมาส 3 ของปีนี้ ครอบคลุมกว่า 50 โครงการทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์เฮาส์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล  โดยเบื้องต้นสามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทางแสนสิริ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 1685 และภายในไตรมาสแรกของปี 2563 ตั้งเป้าพัฒนาระบบให้สามารถจ่ายเงินค่าบริการและตรวจสอบสถานะการบริการแบบละเอียดในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มทำงานจนจบงาน ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Sansiri Home Service อีกด้วย โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ Sansiri Home Care Card มากกว่า 1,600 รายภายในปี 2563 และบริการแบบรายครั้ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 300 บาท นอกจากนี้ ยังมีบริการดูแลรักษาบ้านที่ยังอยู่ในช่วงระยะประกัน ตรวจเช็กสุขภาพบ้านโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากพันธมิตรชั้นนำในทุกโครงการของแสนสิริ อย่างกิจกรรมรักษ์สุขภาพบ้าน ที่ทำอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี

สำหรับด้านความปลอดภัยในการอยู่อาศัย จากรายงานเรื่อง ปรับเกมกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาฯ พิชิตใจผู้บริโภคยุค 4.0 โดย Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ พบว่าเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยยังมีแนวโน้มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันมากขึ้น พบว่าราว 77% ของผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 7,000 คน ต้องการระบบเตือนภัยอัจฉริยะภายในที่พักอาศัยเพิ่มมากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจรวบรวมข้อมูลโดย KANTAR TNS พบว่า ปัจจัยบริการด้านความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม (Good Security Service) เป็นปัจจัยที่ลูกค้าให้ความสำคัญอย่างสูงในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ (Extremely Important) ในช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะล่าสุดปี 2561 เพิ่มขึ้นประมาณ 7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ซึ่งเป็นผลจากการเปิดตัวมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เพิ่มความไว้วางใจและอุ่นใจในการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านในปี 2561 ได้แก่ Sansiri Security System รวมถึง Smart Command Centre

“แสนสิริ เชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ด้านการบริการของเราในปีนี้จะช่วยตอกย้ำวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของแสนสิริในการพัฒนาการบริการที่ สะดวก รวดเร็ว และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับลูกบ้านได้ตรงจุดมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขให้สมบูรณ์แบบตลอดการเดินทางของชีวิตลูกบ้านแสนสิริทั้งก่อนและหลังการขาย และตลอดการพักอาศัยในที่อยู่อาศัยของแสนสิริ” นายอุทัยกล่าวปิดท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer