Marketeer Online ได้มีโอกาสรับเชิญเข้าร่วมสัมมนา “KAsset Investment Forum: 2040 Get Ready for the World Ahead” จัดขึ้นโดย บลจ.กสิกรไทย (KAsset)

ความน่าสนใจของงานไม่ใช่แค่เรื่องของการวางแผนการลงทุนหรือเลือกกองทุนอย่างไรให้มั่งคั่ง…

แต่ทว่า KAsset ได้จับมือกับพันธมิตรด้านนวัตกรรมและการลงทุนระดับโลก เพื่อถ่ายทอดความรู้พร้อมชี้ให้ทุกคนเห็นถึงเทรนด์และการเปลี่ยนแปลงระดับ Megatrends


“Megatrends”
คือแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค ส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของคนเราในอนาคต ทั้งเรื่องสังคม อุตสาหกรรม วัฒนธรรม การดำรงชีวิต รวมถึงเชื่อมโยงกับเรื่องเงินๆ ทองๆ และการลงทุนในอนาคต

บทความนี้จึงอยากพาทุกคนข้ามเวลาไปปี 2040 พร้อม “บทสรุป Megatrends กำหนดทิศทางโลก” ที่เกิดขึ้นภายใน KAsset Investment Forum เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที!

จับตา Megatrends เปลี่ยนโลก

วศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด

วศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย มองถึง การเปลี่ยนแปลงของโลก (Megatrends) ไว้อย่างน่าสนใจ

“เรื่องของ Megatrends ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 10-20 ปีข้างหน้าหรือบางเทรนด์อาจเริ่มขึ้นเเล้ว… มันคือการเปลี่ยนเเปลงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกคน ดังนั้น หากมองภาพการเปลี่ยนเเปลงตรงนี้ออกก็เท่ากับว่าช่วยให้เรามองเห็นการเปลี่ยนเเปลงของโลกใบนี้ได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม”

Megatrends สำคัญๆ ที่กำลังจะพลิกโฉมโลกใบนี้ให้เปลี่ยนเเปลงไป ประกอบไปด้วย 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ การขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) นวัตกรรมและเทคโนโลยี (Technological Innovation) ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด (Resource Scarcity) และ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคม (Demographic & Social Change)

 


เมืองใหญ่และสมาร์ทซิตี้ (Urbanization) ถือเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นได้ชัดและเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้บริโภคมากที่สุด เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงของหลายเมืองทั่วโลกต่างเร่งผลัดเปลี่ยนสู่ความเป็น Smart City ด้วยการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) อย่างเครือข่าย 5G เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากันด้วยอินเทอร์เน็ต ซึ่งถูกปรับให้ใช้งานกับทั้งภาคอุตสาหกรรม เเละภาคครัวเรือน เพื่อเชื่อมโยงให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในแง่ของประชากรเองในช่วงไม่กี่ปี สถิติการอพยพของผู้คนจากเมืองเล็กสู่เมืองใหญ่สูงถึง 3 แสนคนต่อสัปดาห์ และยังมีมากกว่า 500 เมืองทั่วโลกที่กำลังเกิดปรากฏการณ์ Urbanization ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศจีนถึง 250 เมือง” ผศ.ดร.สุวรรณ จันทิวาสารกิจ ผู้อำนวยการหลักสูตร CIO  วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ ชี้ให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ว่า

ผศ.ดร.สุวรรณ จันทิวาสารกิจ ผู้อำนวยการหลักสูตร CIO  วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์

ดังนั้น ในมุมของผู้บริโภค ภาครัฐ และภาคธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ว่า ไล่ตั้งแต่เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การวางผังเมือง ระบบสาธารณูปโภค การบริหารเทคโนโลยี Smart City บนความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน อีกทั้งยังสอดคล้องกับ Megatrends อื่นๆ อย่างน่าสนใจ

“เมื่อเมืองใหญ่ขึ้น ประชากรหนาแน่นขึ้น ธุรกิจบริการและธุรกิจที่มีแพลตฟอร์มแชร์ริ่งอีโคโนมี่จึงกลายเป็นดาวจรัสแสง ตัวอย่างเช่น บริการซักล้าง 24 ชั่วโมงอัตโนมัติ ร้านขายของชำที่ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานหน้าร้าน สามารถจ่ายผ่านระบบบนมือถือ รวมถึงธุรกิจบริการที่พักอาศัยและการเดินทาง”


นวัตกรรมและเทคโนโลยี (
Technological Innovation) นาทีนี้.. คงไม่มีใครไม่พูดถึงเทคโนโลยี Ai แต่ในอนาคตเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีจะยิ่งทวี “ความเข้มข้น” และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนเรามากยิ่งขึ้น

สังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงของหลายๆ ธุรกิจที่ถูกเเทนที่่ Disrupt โดยเทคโนโลยีเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงเรื่องของการทำธุรกิจในรูปแบบของแพลตฟอร์ม คือหนทางใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นธุรกิจแห่งอนาคต

ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ภาคเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ภาคเทคโนโลยีแห่งเอเชีย อธิบายให้เห็นถึงพลังของเทคโนโลยีและดาต้า รวมถึงการต่อสู้ระหว่าง “New Economy VS Traditional Economy” รวมถึง “Ai VS Human” ไว้อย่างน่าสนใจ

ดาต้า (Data) หรือข้อมูลเปรียบได้กับน้ำมันดิบ เพราะคือแหล่งข้อมูลชั้นดีและได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ ธุรกิจ ที่สำคัญฐานข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน คิดเป็นร้อยละ 90% เกิดขึ้นในช่วงระยะเพียง 2 ปี จะเห็นได้ว่านี่เป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

น้ำมันดิบในรูปแบบดิจิทัล คือรากฐานที่แข็งแรงของธุรกิจแบบ New Economy ที่ผสมผสานเอาเทคโนโลยีและดาต้าเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจในรูปแบบของแพลตฟอร์ม ยกตัวอย่างเช่น Facebook หรือ YouTube บริษัทด้านคอนเทนต์ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างคอนเทนต์เอง แต่มีผู้คนทั่วโลกช่วยพวกเขานำเสนอเรื่องราวต่างๆ จากทั่วโลก

หรือจะเป็น Airbnb ธุรกิจที่พักอาศัยแบบเช่าที่มีอยู่ทั่วโลก แต่ไม่มีห้องพักเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ แถมลูกค้าของพวกเขายังมอบฐานข้อมูลสร้างดาต้า เพื่อให้เจ้าของกิจการสามารถนำมาพัฒนาธุรกิจต่อไปได้อีก “นี่คือความแข็งแกร่งของธุรกิจประเภทแพลตฟอร์ม”

ประเด็นฮอตอย่าง Ai VS Human หลายคนมีความหวาดกลัวว่า Ai จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในอนาคตหรือไม่ บางส่วนอาจใช่ แต่วิธีที่จะทำให้มนุษย์สู้กับ Ai หรือก้าวทันเทคโนโลยีได้ นั่นก็คือการเรียนรู้ตลอดชีวิต Life for Learning ไม่หยุดที่จะพัฒนาและรู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งการตัดสินใจด้วยความเห็นอกเห็นใจมาใช้ ซึ่งในจุดนี้ Ai ไม่สามารถจัดการได้

“สำหรับธุรกิจที่น่าสนใจในส่วนของ Technological Innovation คงต้องมองไปยัง Business Model ว่าสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้หรือไม่ รวมถึงมีส่วนประกอบการนำเอานวัตกรรม ฐานข้อมูล ที่ได้กลายเป็นเรื่องสำคัญในอนาคต มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่”


ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด (
Resource Scarcity) เรื่องนี้อาจดูเป็นวิกฤต รวมถึงเป็นความท้าทายของการทำธุรกิจในอนาคต ด้วยความที่ทรัพยากรทั่วโลกมีอยู่จำกัด สวนทางกับประชากรและการขยับขยายของเมืองที่เพิ่มมากขึ้น แต่นั่นเป็นโอกาสของธุรกิจที่สามารถนำเอาแนวคิดการบริหารจัดการ รวมถึงส่งเสริมความยั่งยืนทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในวิทยากรด้านการลงทุนจากบริษัท Baillie Gifford โดยคุณ Alison Cuthbert อธิบายถึงธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน เพราะในอนาคตคนเราจะอายุยืนขึ้นจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย รวมถึงโอกาสเข้าถึงการศึกษายังเข้ามาลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ ทำให้โลกของเราพัฒนาต่อไปข้างหน้า

ซึ่งการพัฒนาที่ว่าต้องเดินไปในทิศทางที่ยั่งยืนด้วยความที่ทรัพยากรมีจำกัด การพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อทดแทน ลดการใช้พลังงานลงได้ คือทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น

Alison Cuthbert Portfolio Specialist, Baillie Gifford

Alison ยังยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของหลอดไฟ Philips สู่แบรนด์ Signify นวัตกรรมหลอดไฟแบบ LED สามารถลดการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับหลอดไฟปกติถึง 80% โดยในปี 2017 Signify ได้ผลิตหลอดไฟแบบ LED จำหน่ายไปทั่วโลกกว่า 568 ล้านดวง ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 14 ล้านตัน นอกจากนั้น ในปี 2020 กระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด 100% โดยจะไม่สร้างผลเสียต่อธรรมชาติ และในปัจจุบัน Signify ยังขึ้นแท่นเป็นผู้นำในการผลิตหลอดไฟ LED ของโลกเป็นที่เรียบร้อย


การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคม (
Demographic & Social Change) ตามที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่า Megatrends อาจเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่งนั่นเกี่ยวโยงเต็มๆ กับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรและสังคม

ในเมื่อมนุษย์อายุยืนขึ้นด้วยวิวัฒนาการและมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ดี “สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มขั้น” (Super Ageing Society) กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงในไทยเองมีตัวเลขของผู้สูงอายุรั้งอันดับ 3 ในอาเซียน เป็นรองแค่ฮ่องกงและสิงคโปร์

ดังนั้น ธุรกิจโครงสร้างขั้นพื้นฐาน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนทางประชากรจะได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต เช่น ที่พักอาศัยสำหรับคนทุกเพศทุกวัย Wellness Square, โครงการ Smart Town ออกแบบเละมีบริการสำหรับผู้สูงอายุให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวที่แม้ต่างเจเนอเรชั่นกันได้อย่างมีความสุข

ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หนึ่งในวิทยากรจากงาน Holger Wehner Product Specialist จาก Allianz Global Investor ได้หยิบยกกรณีศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสัตว์เลี้ยง Pet Economy ไว้อย่างน่าสนใจ

Holger Wehner Product Specialist, Allianz Global Investor

“แม้ในสังคมเมืองใหญ่จะเต็มไปด้วยผู้คน และโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเชื่อมทุกคนเข้าหากัน แต่กลับมีคนเหงาเพิ่มขึ้น สัตว์เลี้ยงหมาแมวจึงกลายเป็นเพื่อนแก้เหงา แต่ลักษณะการเลี้ยงดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน เจ้าของมองสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเหมือนคนในครอบครัวจึงต้องได้กินอาหารและได้รับการรักษาที่ดีที่สุด หรือสัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีหน้ามีตาในสังคมโซเชียล การเปลี่ยนแปลงที่ว่าส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจอาหารสัตว์ คลินิกรักษาสัตว์ รวมถึงบริการใหม่ๆ สำหรับสัตว์โดยเฉพาะ ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงโตขึ้น 5.2% ต่อปี และในอนาคตยังจะเติบโตไปได้อีก” นี่แค่กรณีศึกษาจากธุรกิจเดียวที่ทำให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของ Megatrends ได้อย่างเห็นภาพ”

จากงานสัมมนาครั้งนี้ทำให้เราเห็นภาพและเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงแพทเทิร์นในการใช้ชีวิตในอนาคต ก่อให้เกิดธีมการลงทุนในธุรกิจทั่วโลกที่สอดคล้องไปกับกระแสของ Megatrends ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ KAsset ที่มีเป้าหมายออกกองทุนใหม่ๆ ที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลง สามารถสร้างผลกำไรและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกอนาคต



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer