ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC นอกจากจะสร้างโอกาสให้กับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ดึงดูดการลงทุนจากภายในประเทศ และต่างประเทศแล้ว การพัฒนาพื้นที่สู่เขตเศรษฐกิจพิเศษยังถือเป็น ‘โอกาสสำคัญ’ ของกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ

แน่นอนว่า “เมื่อแผนพัฒนา EEC กำลังจะถูกสร้างให้เป็นจริง  ที่นี่จึงเป็นแหล่งงาน  ที่มีแรงงานระดับหัวกะทิชั้นนำของประเทศ จากบริษัทแนวหน้าชั้นนำ  อย่างเช่น SCG ปตท. และ Start UP ทำให้เป็นแหล่งรวมแรงงานที่มีศักยภาพและมีรายได้สูง

รวมถึงยังได้รับการผลักดันจากการพัฒนา Facility พื้นฐานในการขยายเศรษฐกิจ อย่างเรื่องของระบบระบบโลจิสติกส์และการคมนาคมแบบเต็มขั้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนการเพิ่มศักยภาพให้ EEC ขึ้นแท่นเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ

(ภาพจาก: https://www.eeco.or.th)

เริ่มจากแผนยกระดับคมนาคมทางอากาศ ด้วยการพลิกโฉม ‘สนามบินอู่ตะเภา’ ให้กลายเป็นฮับทางอากาศรองรับระบบขนส่งมวลชนและระบบโลจิสติกส์ส่งออก-นำเข้าสินค้าจากทั่วโลก การเพิ่มขีดความสามารถให้กับขนส่งทางน้ำด้วย ‘ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด’ และ ‘ท่าเรือแหลมฉบัง’ เพื่อรองรับการขนส่งทางเรือจากคู่ค้าต่างประเทศ

และโครงการที่ส่งผลต่อผู้บริโภคมากที่สุดอย่าง ‘โครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน’ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา โดยล่าสุดได้ปิดดีลไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2562 ระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 5 ปี

(ภาพจาก: https://www.eeco.or.th)

เมื่อแล้วเสร็จรถไฟความเร็วสูงสายนี้จะกลายเป็น กุญแจสำคัญ ทางด้านคมนาคมและการเดินทางของคนทั้งแรงงานและนักท่องเที่ยว เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ EEC และสนามบินเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้  ยังมีทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง ช่วงพัทยา-มาบตาพุด จะทำให้ผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง เป็นเส้นทางเลือกสำหรับการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-สัตหีบ-มาบตาพุด-ระยอง รวมทั้งช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกอีกด้วย

เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นเส้นทางสายหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกไปยังทั่วทุกภูมิภาค

เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน

จึงไม่แปลกที่เหล่าดีเวลอปเปอร์ชั้นนำของไทยต่าง “จ้องตาเป็นมัน” เตรียมกางแผนพัฒนาโครงการในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดนำร่องอย่างชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามา รวมถึงการขยับขยายเติบโตทางเศรษฐกิจ และระบบขนส่งมวลชนแบบก้าวกระโดดในครั้งนี้

ORIGIN วางหมาก ‘‘BEYOND A LIVING PLATFORM’’
ลุยสร้างเมือง ‘ORIGIN Smart City Rayong บุกทำเล ’ไข่แดง’ ใจกลางระยอง

หมายมั่นปั้นเมืองให้กลายเป็น New CBD และ แลนด์มาร์ก Lifestyle HUB แห่งใหม่ ใจกลางเมืองใหม่ระยอง

ORIGIN ถือเป็นหนึ่งในดีเวลอปเปอร์ที่เดินเกมไวเดินหน้าประกาศแผนพัฒนา
โปรเจกต์ยักษ์ที่ จ.ระยอง สร้าง ORIGIN Smart City Rayong” ภายใต้คอนเซ็ปต์ BEYOND A LIVING PLATFORM บนเนื้อที่ขนาด 24 ไร่ งบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท

งบลงทุนขนาดนี้ พื้นที่ขนาดนี้…
ORIGIN กำลังสร้างเมือง สมาร์ทซิตี้ แห่งใหม่

ซึ่งภายในพื้นที่จะประกอบไปด้วยโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise และ High Rise ที่สูงที่สุดในระยอง ในส่วนของที่อยู่อาศัยแบบขายขาด และส่วนของ พื้นที่พาณิชย์ ประกอบไปด้วย เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์และเซอร์วิสออฟฟิศ เพื่อให้กลายเป็น อาณาจักรมิกซ์ยูส ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ในหลากหลาย รวมทั้งต่อยอดได้ในระยะยาว

โดยความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่แนวคิดในการพัฒนาโครงการแบบ “สมาร์ทแพลตฟอร์ม” ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

การดึงเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อยกระดับชีวิตของผู้อาศัยสะดวกสบายยิ่งขึ้น การพัฒนาคุณภาพสังคมเพื่อการอยู่อาศัยที่ดี และพัฒนาให้เป็นเมืองต้นแบบในการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน

รายละเอียดและแนวคิดของ ‘ORIGIN Smart City Rayong ’มีอะไรบ้าง? Marketeer พาไปทำความรู้จักพร้อมๆ กัน!

ทรานส์ฟอร์มชีวิตด้วย ‘SMART TECH’ สู่ “สมาร์ทซิตี้” แพลตฟอร์มการอยู่อาศัยในอนาคต 

ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาเพื่อยกระดับการใช้ชีวิต และเชื่อมต่อระบบการสื่อสารไร้สายบนเครือข่าย Internet เรียกว่า Internet Of thing  (IOT) เพื่อ ตอบสนองการใช้ชีวิตยุคอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Home Automation” ที่ให้คุณควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในห้องพัก ด้วย Mobile Application และ “Intelligence Facilities” เทคโนโลยีในพื้นที่ส่วนกลางที่ทันสมัย ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล

“Home Automation” ความสะดวกสบาย ที่สั่งได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ด้วย 4 เทคโนโลยี

  • Digital Door lock: ปลอดภัยเเละ “สมาร์ท” ด้วยการควบคุมการล็อกประตู ผ่าน Mobile Application
  • Motion Sensor Nightlight: ระบบเซนเซอร์เปิด- ปิดไฟอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย รวมถึงช่วยในเรื่องของความปลอดภัยยามค่ำคืน เพียงเดินผ่านจุดเซนเซอร์ระบบส่องสว่างภายในห้องก็จะทำงานทันที
  • Lighting Control: ระบบเปิด-ปิด และจัดการระบบส่องสว่างในทุกๆ ห้อง ผ่านสมาร์ทโฟนในมือคุณ
  • Air Control: สามารถควบคุมและปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศผ่าน Application ก่อนถึงห้องก็สามารถสั่งเปิดแอร์เย็นๆ รอไว้ได้เลย

พื้นที่ส่วนกลางอัจฉริยะ Intelligence Facility รองรับทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย

ในเมื่อชีวิตจริงของการอยู่อาศัยคงไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตอยู่ในห้องของตัวเอง พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทางตัวโครงการ ORIGIN Smart City จึงต้องจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีในส่วนนี้!

เริ่มที่ Smart Security เพิ่มขีดความปลอดภัยสูงสุดด้วยเทคโนโลยี เช่น VDO Door Phone เห็นหน้าผู้มาติดต่อตั้งแต่หน้าล็อบบี้ Plate Recognition ระบบตรวจจับทะเบียนรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้เข้า-ออกโครงการ และรวมถึงระบบ CCTV กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ทั่วทั้งโครงการ

  • VR Fitness: อีกขั้นของการออกกำลังกายด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality ประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้สนุกไปกับการออกกำลังกายได้มากกว่าเดิม
  • Wifi common Area: ในเมื่อทุกอย่างเป็น IoT (Internet Of thing) ใน LOBBY พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการจึงมีบริการระบบ Wifi

 

“ตัวระบบ IoT ภายในที่อยู่อาศัยลูกบ้านจะสามารถสั่งการระบบ Home Automation ผ่าน Mobile Application ได้”

  • Smart Locker: อีกหนึ่งดีเทลเล็กๆ ที่สำคัญ ล็อกเกอร์อัจฉริยะ-รับฝากของ พร้อมใช้งาน 24 ชม. สั่งเปิดปิดได้ผ่าน application บนสมาร์ทโฟน
  • Smart Screen: หน้าจออัจฉริยะที่ถูกติตตั้งไว้บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง คอยรายงานสภาพการจราจร รายงานสภาพอากาศ ค่าฝุ่น PM2.5 รายงานอุณหภูมิ รวมถึงใช้แทนป้ายประกาศต่างๆ สำหรับแจ้งข่าวสารไปยังลูกบ้าน ลดการใช้กระดาษและป้ายแบบเดิมๆ ได้ในตัว

SMART ECO เมืองต้นแบบสังคมแห่งพลังงานทดแทน

อีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่ คือเมืองต้นแบบสังคมแห่งพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ‘‘ENERGY Management System’’ ต้นแบบแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย และเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

แพลตฟอร์มนี้ พัฒนาและบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยระบบดิจิทัลครบวงจร อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง เช่น การนำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากแผง Solar Cell มาใช้เป็นพลังงานทดแทนในการป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในพื้นที่ส่วนกลาง

ติดตั้ง Smart Shelter สเตชั่นอัจฉริยะ ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ทั้งหมด โดยภายในนั้นจะประกอบไปด้วยกระจกอัจฉริยะที่สามารถเช็กสภาพการจราจร เช็กอุณหภูมิและสภาพอากาศ เช็กค่าฝุ่น PM2.5 มีจุด Wireless Charger’’ สำหรับ Smart Phone และบริการ Bike Sharing พร้อมจุดจอดจักรยานที่ใช้ระบบ Wireless ในการล็อก รวมถึง EV Charger สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผง Solar Cell เช่นกัน

และนอกจากจะผลิตพลังงานทดแทนเพิ่มแล้ว ระบบส่องสว่างตลอดทั้งโครงการยังเลือกใช้เป็นแบบระบบเซนเซอร์ Smart LAMP Censor เพื่อลดการใช้พลังงานได้อีกทาง

รวมถึง PEA Hero Platform ระบบการจัดการพลังงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้บริการด้านการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าภายใน ‘‘สมาร์ท ซิตี้’’

SMART COMMUNITY

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ ไลฟ์สไตล์ฮับ สุด ‘‘สมาร์ท’’

นอกจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่อยู่ในส่วนของที่พักอาศัยแล้ว ORIGIN Smart City Rayong ยังถูกวางให้เป็น อาณาจักรมิกซ์ยูส (MIXED-USE) ที่โดดเด่นเหนือคู่แข่งด้วยบริการแบบครบวงจร (One-Stop Services) ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในย่านนั้น, คอมมูนิตี้ มอลล์, ซูเปอร์มาร์เก็ต, LIFESTYLE HUB ร้านกาแฟ, Co-Working Space, Service Office, Service Apartment และ โรงแรมในเครือ Intercontinental Hotel Group

พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดอีโคซิสเต็มด้านการจับจ่ายในรูปแบบ Cashless Society ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายผ่านระบบ e-Payment หรือ QR Code Payment รวมถึง 7-11 Vending Machine เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่พร้อมให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอด 24 ชม. และบริการ Washing Machine เครื่องบริการซักผ้า ให้บริการตลอด 24 ชม. ซึ่งทั้งสองบริการสามารถชำระค่าบริการผ่านระบบ e-Payment ได้เช่นกัน

“จะเห็นได้ว่าแนวคิดในการสร้าง BEYOND A LIVING PLATFORM สู่การมาของ ORIGIN Smart City ที่ จ.ระยอง คือการผสมผสานเอาเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยเข้ากับนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สร้างคอมมูนิตี้ที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการวางแผนเพื่อรองรับการขยับขยายของเมืองและเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด”

ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ Origin Property เล็งเห็นศักยภาพทำเลระยอง ใน EEC Zone หรือ  Eastern Economic Corridor โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก สอดคล้องกับ “กลยุทธ์ทะเลสีคราม’’ Blue Ocean ด้วยการเข้าไปเป็นผู้นำในตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพก่อนใคร ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้กับโครงการในพื้นที่  EEC ZONE  ด้วยการสร้างอาณาจักร Origin District ศรีราชา ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

”ORIGIN SMART CITY RAYONG’’ อภิมหาโปรเจกต์ใหม่ จากการนำทัพด้วย 3 แกนสมาร์ท SMART TECH, SMART ECO และ SMART COMMUNITY บนทำเลศักยภาพใจกลาง ‘‘ไข่แดง’’ เมืองระยอง พิกัดโครงการ


 เตรียมพบกับ…ปรากฏการณ์ทรานส์ฟอร์มที่อยู่อาศัยสู่รูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคต กับ “ORIGIN Smart City Rayong’’ ลงทะเบียน คลิก: https://bit.ly/2WE9ya2

BEYOND A LIVING PLATFORM   ชีวิตอนาคตกำหนดได้ที่นี่…

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน