บริการต่อยอดที่โตเกินคาด ทำให้ Grab ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป โดย Kell Jay Lim ผู้บริหาร Grab ที่ดูแล GrabFood ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผยว่า ยอดขายโดยรวมบน Platform ของ Grabfood ในมิถุนายนที่ผ่านมา โตจากเดือนเดียวกันของปี 2018 เป็นอย่างมาก คิดเป็น 20% ของทั้งบริษัท เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีก่อนซึ่งยังอยู่ที่เพียง 5% เท่านั้น ซึ่งทำให้จากนี้จะทุ่มงบด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจส่วนนี้ให้มากยิ่งขึ้น

ผู้บริหาร GrabFood ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อีกสาเหตุที่ทำให้แผนกที่ตนดูแลอยู่ทวีความสำคัญ คือการส่งอาหารทำกำไรได้มากกว่า App เรียกแท็กซี่หรือจักรยานยนต์แล้ว ประกอบกับมีแนวโน้มโตได้อีกมาก แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน

Grabfood

สำหรับ GrabFood เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2016 โดยการซื้อกิจการ UberEats เฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก Uber เมื่อปี 2018 จึงขยายพื้นที่ให้บริการไปมากกว่า 200 เมืองทั่วภูมิภาค แต่ก็มีบริการส่งอาหารของ GoJek และ Foodpanda ที่เน้นส่งอาหารเลย เป็นคู่แข่ง

การผลักดัน GrabFood ของ Grab สอดคล้องกับการประเมินของธนาคารเพื่อการลงทุน UBS ที่ว่าในอนาคตตลาดบริการสั่งอาหารผ่าน App หรือ Online Platform ต่างๆ ทั่วโลกจะโตขึ้นอีกถึง 10 เท่า

Food GrabFood

จาก 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) ในปี 2018 จะเพิ่มเป็น 365,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) ในปี 2030 จากการพัฒนาของระบบทั้งหมดจนผู้บริโภคลดการทำอาหารกินเองที่บ้านลงไปอย่างมาก/cnbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer