ทุกวันนี้หลายๆ ธุรกิจทั่วโลกกำลังโดน Disrupt มากขึ้นเนื่องจากลูกค้ามีทางเลือกที่มากกว่าเดิม รวมถึงธุรกิจขายตรงด้วยเช่นกันเพราะคู่แข่งไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทขายตรงเท่านั้น หากแต่เป็น ‘อีคอมเมิร์ซ’ ที่เข้ามาชิงดีมานด์เดิม ทำให้ธุรกิจขายตรงเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย และ “ยอดนักธุรกิจ” ที่ลดลงของธุรกิจขายตรง ลึกๆ อาจมาจาก ‘แรงจูงใจ’ ในการทำงาน  

ผิดกับ “แอมเวย์” ยังคงเป็นธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Direct Selling News เนื่องมาจาก ‘โมเดลธุรกิจ’ ที่ปรับตัวและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะการจ่ายผลตอบแทนแก่นักธุรกิจ

กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าแอมเวย์สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด ตลอดจนตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอาชีพที่มีความอิสระ สามารถทำรายได้ได้จริง เห็นผลรวดเร็วและมั่นคง

หากดูส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจขายตรงในประเทศไทย จะเห็นว่า “แอมเวย์” ถือเค้กชิ้นใหญ่ที่สุด แม้ตลาดขายตรงจะชะลอตัวในปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริหารมองว่าภาพรวมตลาดขายตรงปี 2562 จะมีมูลค่าราว 6.9 หมื่นล้าน เติบโตเพียง 1-2% เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจไม่เป็นใจ

ในขณะที่แอมเวย์มีการเติบโตสวนทางตลาด โดยตั้งเป้าการเติบโตทั้งปีที่ 7% แต่ผ่านมาแล้ว 2 ไตรมาสทำรายได้เติบโตแล้ว 10% จุดแข็งคือ การปั้นแบรนด์จนติดตลาด และมีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้า (Loyal Consumer)

ล่าสุดแอมเวย์ได้ทุ่มงบสูงสุดในรอบ 60 ปีเพื่อปรับกลยุทธ์ทั่วโลก โดยแอมเวย์ประเทศไทยใช้เงินลงทุนถึง 1,100 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มและเงินอัดฉีดโปรแกรมเงินรางวัลใหม่ที่ชื่อ CORE PLUS+ (คอร์พลัส)

CORE PLUS+ คือ โปรแกรม ‘เงินรางวัลพิเศษ’ ที่บริษัทให้ประโยชน์กับนักธุรกิจมากกว่าเดิม และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้โปรแกรมคอร์พลัสตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 โปรแกรมนี้จะช่วยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หรือผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจให้สามารถมีรายได้การันตีขั้นต่ำ 10% จากการขายสินค้าชิ้นแรกให้กับลูกค้า ทำให้การเริ่มทำธุรกิจไม่ได้ยากอย่างที่คิด และ CORE PLUS+ ยังจะตอบแทนมากขึ้นไปอีก เมื่อนักธุรกิจในช่วงสร้างธุรกิจและระดับผู้นำมีการเติบโตของยอดขายและโครงสร้างธุรกิจที่มั่นคง

“การลงทุนครั้งใหญ่นี้ นอกจากจะช่วยให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นแล้ว เรายังมั่นใจว่าแอมเวย์จะครองความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัลนี้ได้ เพราะแอมเวย์มีเครื่องมือทางดิจิทัลและเทคโนโลยีมากมายที่จะอำนวยความสะดวกให้ทั้งนักธุรกิจ สมาชิก และลูกค้า ได้รับความประสบการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และประทับใจในการให้บริการแบบมืออาชีพของนักธุรกิจได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน”

แอมเวย์ยังทุ่มงบลงทุนด้านการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ทำให้สามารถเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ต่างๆ เข้ากับ ‘โซเชียลมีเดีย’ ตอบโจทย์ความต้องการซื้อสินค้ายุค 4.0 เมื่อธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ได้ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับความเป็นไปในยุคสมัยด้วยการผสมผสานศาสตร์แห่งโลกดิจิทัล และศิลปะในการทำธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน จะทำให้บริษัทยังรักษาแชมป์อันดับ 1

แอมเวย์ตั้งเป้าหมายที่จะมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี และมั่นใจว่าจะมียอดขายถึง 30,000 ล้านบาท ภายในปี 2025

รายได้ขายตรงแอมเวย์ไทย 30,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 ปี จะเป็นไปได้หรือไม่?

                                    CORE PLUS+ คือกลยุทธ์วัดความสำเร็จในครั้งนี้

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer