ราเมช นาราสิมัน ประธานนิสสันไทยคนใหม่กับเป้าหมายใหญ่ดันแบรนด์สู่ Top 3 (สัมภาษณ์พิเศษ)

ผู้นำ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการผลักดันองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่น

ดังนั้น การที่นิสสันประกาศแต่งตั้ง ราเมช นาราสิมัน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมานั้น สะท้อนให้เห็นว่าบุคคลคนนี้ต้องไม่ธรรมดา

ในฐานะประธาน ราเมชจะดูแลรับผิดชอบการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจของนิสสันในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง และเสริมสร้างแบรนด์นิสสันในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ราเมชยังตั้งเป้าไว้ว่าจะผลักดันให้นิสสันขึ้นมาเป็น Top 3 ในตลาดรถของไทยอีกด้วย

ตามไปรู้จักตัวตน วิสัยทัศน์ และแนวทางต่างๆ ที่เขาวางไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไปกับ Marketeer พร้อมๆ กัน

ราเมช นาราสิมัน ประธานพลังบวก

ราเมชเกิดที่ประเทศอินเดีย แล้วไปใช้ชีวิตและศึกษาในประเทศออสเตรเลีย ประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่นอย่างมากคือ ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี เขาได้ทำงานด้านการบริหารและการเงินในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในประเทศออสเตรเลีย จีน ฟิลิปปินส์ และอังกฤษ

เมื่อปี พ.ศ. 2557 ได้เข้ามาร่วมงานกับนิสสันเป็นครั้งแรกที่ประเทศออสเตรเลีย ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน

ในปี พ.ศ. 2559 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการผู้จัดการ นิสสัน ประเทศฟิลิปปินส์ เขายังทำให้บริษัทสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดและมียอดขายเติบโตสูงสุดในฟิลิปปินส์อย่างเป็นประวัติการณ์

ราเมชบอกกับ Marketeer ว่า เขาก็ไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไปที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถยนต์ และชื่นชอบในเรื่องความเร็ว นอกจากชอบขับรถแล้ว ยังมีความสุขที่จะได้ดูแลเช็ดล้างรถด้วยตัวเอง และหากพบรอยขีดข่วนบนรถแม้แค่เพียงนิดเดียวก็จะเสียใจมากๆ

แม้ว่าบทบาทในฐานะผู้บริหารระดับสูงของเขาทุกวันนี้ ทำให้โอกาสในการขับรถและดูแลรักษารถด้วยตัวเองลดลงไปบ้าง เมื่อ Marketeer ถามว่า ชอบรถนิสสันรุ่นไหนมากที่สุด เขาบอกว่าชอบทุกรุ่น เพราะแต่ละรุ่นจะมีความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป

แต่ที่โปรดปรานมากเป็นพิเศษ คือ รถยนต์ที่เป็นไอคอนของนิสสัน 2 รุ่น คือ Nissan GT-R รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับตำนานที่โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะไม่เป็นรองใคร และล่าสุด Nissan LEAF ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า 100% สัญลักษณ์แห่งนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ เทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนอัจฉริยะ

ในตำแหน่งประธาน นิสสัน ประเทศไทย รถยนต์นิสสันประจำตำแหน่งที่ถูกคัดสรรมาให้ผู้นำอย่างเขา คือ นิสสัน เทียน่า ใหม่ ที่งามสง่าเหมาะสมกับผู้นำรุ่นใหม่ และรถยนต์นิสสันเทอร์ร่า รถอเนกประสงค์ที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะสุดล้ำสมัย ที่ทำให้เขาได้ใช้วันหยุดกับครอบครัวอย่างมีความสุขที่สุด

เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ราเมชบอกว่า ไม่รู้จริง ๆ เลยว่าโตขึ้นตัวเองต้องการเป็นอะไร ชอบอาชีพแบบไหน แต่เมื่อได้มาศึกษาในเรื่องตัวเลขและการเงิน ก็รู้สึกหลงใหลในเรื่องนี้มากขึ้น และเมื่อได้มาทำงานด้านการเงิน และบริหารจัดการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ความฝันจึงกลายเป็นจริงสำหรับเขา เมื่อได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้การทำงานในทุกๆ วันมีความสุขเต็มไปด้วยพลังบวก และสนุกจนราวกับว่าไม่ใช่เป็นการทำงานเลยทีเดียว

บทบาทที่”ท้าทาย”ครั้งใหม่ ในประเทศไทย

ทันทีที่เข้ามารับตำแหน่งในเมืองไทย ราเมช ได้เดินสายรับฟัง “เสียง” ของพนักงานเองโดยตรงเพื่อทำความรู้จักกับองค์กรของนิสสัน ประเทศไทย ให้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อวางแผนสร้างความเติบโตร่วมกัน รวมทั้งพบปะบรรดาผู้จำหน่าย หรือดีลเลอร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ดีของนิสสัน รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อทำความเข้าใจสภาพตลาดในประเทศไทยให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

“ในช่วง 3 -4 เดือนที่ผ่านมา ผมได้เริ่มเดินสายรับฟังความคิดเห็น (Listening Tour) เพื่อทำความรู้จักและสร้างความเข้าใจ เพื่อเรียนรู้ถึงสิ่งที่ทุกคนในองค์กรกำลังทำ และทิศทางที่พวกเรากำลังไป ผมเชื่อมั่นในการสื่อสารบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการให้อำนาจในการตัดสินใจ จะเป็นส่วนสำคัญให้เราสามารถสื่อสารกันอย่างจริงใจ จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และทำงานร่วมมือกัน เพื่อให้นิสสัน ประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง”

จากการ Listening Tour ยังทำให้ราเมชเข้าใจได้ว่า นิสสัน ประเทศไทยนั้นแข็งแกร่ง มีพนักงานที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในทุกภาคส่วนเป็นจำนวนมาก และยังเป็นทรัพยากรสำคัญที่เป็นหัวใจขององค์กรอย่างแท้จริง

“ผมอยากสร้างความมั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อจากนี้ก็เพื่อต่อยอดสิ่งที่ดีอยู่แล้วในองค์กร โดยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความคล่องตัว (Nimble) และทำให้ทุกฝ่ายทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ข้อมูลจากเสียงสะท้อนทั้งหมดยังเป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางในการบริหารเป็นอย่างมาก และสิ่งสำคัญที่เขาต้องการเน้นเป็นพิเศษจากนี้ไป แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ วัฒนธรรมองค์กร ระบบ และพนักงาน

ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ด้วยการสร้างความมั่นใจและปลูกฝังทัศนคติให้เกิด “ความรู้สึกเป็นเจ้าของ” (Ownership Mindset) ทำให้จัดการเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบได้เองโดยที่ไม่ต้องรอถามผู้บังคับบัญชา

ปรับปรุงระบบและขั้นตอน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้เกิด “ความคล่องตัว” (Nimble) และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงที

ส่งเสริมพนักงาน ผ่านการเพิ่มโอกาสในการก้าวหน้าในอาชีพ และเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรด้านต่างๆ รวมถึงส่งเสริมความหลากหลายและไม่มีการเลือกปฏิบัติ

ด้วยวิธีคิดแบบนี้จะทำให้การทำงานในองค์กรคล่องตัวขึ้น สอดรับกับโลกธุรกิจของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทุกวัน

“ภารกิจของผม คือ การสานต่อเพื่อให้นิสสัน ประเทศไทย มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และเป็นองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน ตั้งแต่พนักงานของเราเอง ไปจนถึงผู้จำหน่าย และซัปพลายเออร์ ที่จะร่วมเดินหน้าไปอย่างมุ่งมั่นพร้อมๆ กัน”

ในส่วนของเครือข่ายผู้จำหน่าย ซึ่งถือเป็นปราการสำคัญที่มีส่วนในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยนิสสันจะยังคงผลักดันให้เกิดบริการที่เกินความคาดหมายของลูกค้า ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด นิสสันพร้อมให้การสนับสนุน ทั้งในด้านการฝึกอบรมทีมงานขายและช่างเทคนิค และอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโชว์รูม หรือนำรถเข้ามายังศูนย์บริการ รวมถึงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การขาย จนถึงการบริการหลังการขายอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าปัจจุบันยึดมั่นในแบรนด์นิสสัน และลูกค้ารายใหม่กลายเป็นลูกค้าประจำไปอีกนานเท่านาน

“นิสสัน ประเทศไทย มุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการเหนือระดับให้แก่ลูกค้าของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าที่ซื้อและเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันจะจะได้รับความพึงพอใจ และหวนกลับมาซื้อและใช้บริการอีกครั้ง รวมถึงบอกต่อความประทับใจให้แก่คนรอบตัว”

“ราเมช สไตล์” วิถีผู้นำยุคใหม่

เมื่อถามถึงสไตล์ความเป็นผู้นำของเขา ราเมช บอกว่าเขามีปรัชญาของการเป็นผู้นำที่เรียบง่าย โดยให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นหลัก เขาเชื่อว่าการสื่อสารจะเป็นวิธีการที่สามารถเชื่อมโยงให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันได้มากที่สุด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่น ความเชื่อใจกัน เพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงาน

 

“ผมเชื่อว่าการพบปะพูดคุยกันแบบซึ่งหน้า ดีกว่าการคุยผ่านโทรศัพท์ หรือแม้แต่อีเมล เพราะช่วยลดการเข้าใจผิด และลดความยุ่งยากในการทำงานได้เป็นอย่างดี”

คนไทยจำนวนมากไม่ชอบแสดงความคิดเห็น ไม่ชอบพูดโดยเฉพาะกับผู้บริหารระดับสูง ตรงนี้จะมีปัญหากับการทำงานที่นิสสัน ประเทศไทย หรือไม่

“ผมมองเรื่องนี้เป็นความท้าทายมากกว่าปัญหา ผมเคยเจอมาแล้วสมัยทำงานที่นิสสัน ฟิลิปปินส์ เป็นเรื่องปกติที่องค์กรชั้นนำในเอเชียต้องเจออยู่แล้ว เพราะโดยพื้นฐาน การให้ความเคารพผู้อาวุโสหรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าเป็นวัฒนธรรมอันดีของเอเชีย สำหรับผมจะเป็นฝ่ายเข้าไปทักทายกับพนักงานก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ลดช่องว่างของการเป็นเจ้านายกับลูกน้อง และกระตุ้นให้พนักงานกล้าที่จะคุยกับผู้บริหารมากขึ้น”

ในส่วนนี้ ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงาน สื่อสารองค์กร นิสสัน ประเทศไทย ยังกล่าวเสริมว่า ประตูห้องของราเมชเปิดต้อนรับอยู่เสมอ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้ามาคุย ปรึกษาหรือบอกถึงไอเดียใหม่ๆ ได้ทันที

นิสสันต้องขึ้นมาเป็น Top 3 ในตลาดรถยนต์ของไทย

ในปี พ.ศ. 2559 ราเมช มีผลงานโดดเด่นในการผลักดันให้ยอดขายของนิสสัน ฟิลิปปินส์  เติบโตสูงสุดอย่างเป็นประวัติการณ์ โดยสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่นิสสัน ฟิลิปปินส์ มีอยู่ 3 เรื่องหลักคือ ผลิตภัณฑ์ (รถยนต์), การบริการ และประสบการณ์ของลูกค้า

เชื่อมั่นหรือไม่ว่าสามารถทำให้นิสสัน ประเทศไทย ที่เป็นองค์กรที่ใหญ่กว่า ประสบความสำเร็จแบบเดียวกันได้? ราเมชตอบคำถามนี้ด้วยรอยยิ้มว่า

“ผมเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะผมมีทัศนคติที่เป็นบวกเสมอและเชื่อในความเป็นไปได้”

สำหรับประเทศไทย ผมมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องทำให้นิสสันขึ้นมาเป็นผู้นำระดับ Top 3 บริษัทรถยนต์ในประเทศไทย โดยเน้นให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพ มูลค่าของผลิตภัณฑ์และบริการ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ การยึดเอาลูกค้าเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่ทำ

“หากเราร่วมมือกัน พวกเราจะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้นิสสันก้าวสู่ความสำเร็จ เป็นองค์กรที่แข็งแกร่งและดียิ่งๆ ขึ้นไปในทุกด้าน”

เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของนิสสัน ในประเทศไทย บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะของพนักงาน เพื่อรองรับเทคโนโลยีขับเคลื่อนระบบพลังงานไฟฟ้า ที่นิสสันเป็นผู้บุกเบิกนำเข้ามาในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

“เราเน้นย้ำในการเพิ่มพูนทักษะและยกระดับความรู้ความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านิสสันจะเติบโตก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเทคโนโลยีการขับขี่ที่แตกต่าง ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าว”

ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของนิสสันที่ไม่เพียงแต่ผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ แต่ยังส่งออกรถยนต์นิสสันรุ่นต่างๆ ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในอนาคตบทบาทของประเทศไทยจะยิ่งทวีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งนิสสันและผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

นิสสันยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อแผนการเติบโตของนิสสันและแบรนด์นิสสัน โดยจะผลักดันเทคโนโลยีระดับโลกสู่ผู้บริโภคในไทย เช่น  ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วย Nissan LEAF และ Nissan X-Trail HEV

พร้อมกันนี้ นิสสันจะยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการพัฒนาเพื่อยกระดับการบริการผ่านเครือข่ายผู้จำหน่าย ที่มุ่งเน้นเสริมสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การแข่งขันด้านทักษะ Nissan Skill Contest

เพื่อช่วยกระตุ้นให้พนักงานของผู้จำหน่ายขัดเกลาทักษะสู่ความเป็นเลิศ และการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Nissan Retail Concept (NRC) ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ของลูกค้านิสสันในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การออกแบบโชว์รูมและศูนย์บริการ กระบวนการให้บริการ ตลอดถึงการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการปรับปรุงระบบการขายให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

นิสสันกับดีลเลอร์ “รวมกันเราอยู่”

ทางด้านนโยบายต่อผู้จำหน่าย หรือดีลเลอร์ นั้น ราเมชกล่าวว่า จะมุ่งมั่นในการยกระดับแบรนด์นิสสันให้โดดเด่นในสายตาผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น โดยหัวใจสำคัญ คือ การมอบบริการที่ดีเลิศเกินความคาดหมายให้ลูกค้า ด้วยโครงการพัฒนาเพื่อยกระดับการบริการผ่านเครือข่าย
ผู้จำหน่าย ที่มุ่งเน้นเสริมสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ

ร่วมพัฒนาทักษะของพนักงานของดีลเลอร์ ผ่านโครงการแข่งขันทักษะประจำปี (Nissan Skill Contest) และการจัดการอบรมหลักสูตร Nissan Dealer Principle Driving Performance เพื่อเพิ่มความรู้ และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์ให้กับผู้บริหารของดีลเลอร์ เพื่อยกระดับทักษะในการบริหารธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Nissan Retail Concept (NRC) ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ของลูกค้านิสสันในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การออกแบบโชว์รูมและศูนย์บริการกระบวนการให้บริการ ตลอดถึงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลทันสมัย ปรับปรุงระบบการขายให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วยการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้ารถ Nissan LEAF ทั่วไทย ได้รับบริการจากพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี พร้อมจุดชาร์จที่มีไว้รองรับสำหรับลูกค้า EV ของนิสสันโดยเฉพาะ

ราเมชยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้วางแผนขยายและเพิ่มการลงทุนในส่วนของดีลเลอร์ในไทยไว้แล้ว เพื่อให้ดีลเลอร์ในประเทศไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการบริการลูกค้าให้มากขึ้น

“นิสสัน ประเทศไทย มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าที่ซื้อและเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันจะได้รับความพึงพอใจ และหวนกลับมาซื้อและใช้บริการอีกครั้ง รวมถึงบอกต่อความประทับใจให้แก่คนรอบตัว”

ล่าสุด นิสสัน ประเทศไทย ยังคว้าอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับด้านความพึงพอใจในการบริการหลังการขาย จากการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2562 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ หรือ J.D. Power 2019 Thailand Customer Service Index (CSI) Study โดยก้าวกระโดดขึ้นมาจากอันดับ 4 จากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ดัชนีความพึงพอใจของลูกค้านิสสันที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างแข็งขัน ระหว่าง นิสสันและเครือข่ายผู้จำหน่าย การบริการโดยคำนึงถึงความสำคัญของลูกค้าเป็นหลัก รวมถึงการลงทุนและสนับสนุนการยกระดับประสบการณ์การบริการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

“กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของนิสสัน คือ การยึดเอาลูกค้าเป็นหัวใจในทุกสิ่งที่เราทำ และผลการจัดอันดับด้านความพึงพอใจในการบริการหลังการขายของ เจ.ดี. พาวเวอร์  แสดงให้เห็นว่าการให้ความสำคัญแก่ลูกค้าเป็นหลักนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

ในขณะเดียวกัน นิสสันยังตระหนักถึงความสำคัญของเครือข่ายผู้จำหน่ายนิสสัน ซึ่งทำหน้าที่ในการเสริมสร้างประสบการณ์อันดีให้แก่ลูกค้า มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าปัจจุบันยึดมั่นในแบรนด์นิสสัน และลูกค้ารายใหม่กลายเป็นลูกค้านิสสันที่ผูกพันไปตลอดชีวิต

ยุทธศาสตร์เพื่อความเป็นผู้นำ ในตลาดรถยนต์เมืองไทย

ราเมชยอมรับว่าเขาตั้งเป้าการเติบโตในเมืองไทยไว้สูง โดยต้องการให้นิสสัน ประเทศไทย มีความคล่องตัว และพนักงานทำงานด้วยความหลงใหล ความมุ่งมั่น และเปี่ยมไปด้วยทัศนคติเชิงบวก เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนองค์กร โดยวางแนวทางในการบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จไว้ 4 ข้อดังนี้

  • ยกระดับแบรนด์นิสสัน โดยให้ความสำคัญกับการให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
  • เดินหน้าพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยมุ่งเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้าและคุณภาพในการขาย
  • เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ และการบริการลูกค้าที่เหนือระดับ
  • พัฒนาระบบต่างๆ เพื่อให้เราทุกคนสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

“สิ่งที่ผมต้องการเห็นในวันนี้ คือ ลดจำนวนการประชุมให้น้อยลง เน้นเฉพาะที่สำคัญและให้มีประชุมหารือกลุ่มเล็ก เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้เราสามารถหันมาโฟกัสในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นแบรนด์รถยนต์ในใจของลูกค้าในประเทศไทยได้ตามแผนที่วางไว้”

เมื่อไหร่ที่องค์กรใหญ่สามารถทำงานได้อย่างกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วเหมือนองค์กรเล็ก เป้าหมายที่วางไว้จะสามารถทำได้เร็วขึ้นแน่นอน

ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทย ให้ความเห็นทิ้งท้าย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน