“เอ็มเปย์” ทุ่ม 787 ล้านบาท เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ “Rabbit Line Pay”

เอ็มเปย์ (mPay) ใช้เงิน 787 ล้านบาท เข้าเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น “Rabbit Line Pay” ร่วมกับไลน์และแรบบิท ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งในโมบายเพย์เมนต์

 

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชนหรือ เอไอเอส กล่าวว่า แนวทางของไอไอเอสคือ ขยับตัวเองจากโมบายโอเปอเรเตอร์ร มาเป็น ดิจิทัล ไลฟ์ เซอร์วิส โซลูชั่น ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายคือการเป็น เบอร์หนึ่งในโมบายเพย์เมนต์ด้วย

แต่ที่ผ่านมาโมบายเพย์เมนต์ของเอไอเอสเองที่ใช้ชื่อว่าเอมเปย์ (mPAY) ส่วนใหญ่จะถูกใช้ในในกลุ่มของธุรกิจ B2B มากกว่าเป็น B2C โดยล่าสุด ล่าสุดเอ็มเปย์ ใช้เงิน 787 ล้านบาท เข้าเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น “Rabbit Line Pay” ร่วมกับไลน์และแรบบิท ในสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่เท่าๆกัน

หลังจากนี้ เอ็มเปย์ ในกลุ่มของลูกค้า B2B ที่มีอยู่ราว 20,000 บริษัทจะยังอยู่ ส่วนของ B2C ก็จะลดบทบาทลง โดยผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 2 ล้านราย แอกทีฟอยู่ประมาณ 4-5 แสนราย จะถูกโอนเข้าไปเป็น Rabbit Line Pay ทั้งหมด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึงจะเสร็จสิ้น โดยต่อจากนี้ลูกค้าใหม่ก็จะเป็น Rabbit Line Pay ทั้งหมดด้วย

การจับมือในครั้งนี้จะช่วยให้เอ็มเปย์เข้าถึงฐานลูกค้าที่มากขึ้นจากเดิมที่มีแค่ของเอไอเอสที่มีฐานลูกค้าอยู่ 40.1 ล้านราย ก็จะมีในส่วนของ แรบบิท 8.5 ล้านราย และไลน์อีก 42 ล้านราย

ส่วนประโยชน์ที่ฐานลุกค้า Rabbit Line Pay ที่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียน 3 ล้านราย มียอดแอคทีฟ 1.5. ล้านราย คือจุดเติมเงินที่จะมีมา 2 แสนจุด จากร้านเทเลวิซ , เอไอเอสช็อป และจุดเติมในระบบเติมเงิน

อย่างไรก็ตามความท้าทายของเอ็มเปย์ในขณะนี้คือผู้บริโภคจะตอบรับได้มากแค่ไหนและจะกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมใหม่นั้นคือหยิบโทรศัพย์มาจ่ายเงินแทนหยิบเงินสดได้หรือไม่ ?