ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก มีผลต่อการผลักดันธุรกิจให้เกิดการพัฒนาเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และส่งผลให้คนรุ่นใหม่มีวิถีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น และเพื่อสร้างการแข่งขันในการดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืน โดยให้เข้าใจถึงแนวความคิดและนวัตกรรมต่างๆ จากการเรียนรู้และสัมผัสจากผู้มีประสบการณ์จริง นี่คือสิ่งที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและมีความหลากหลายในผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่สุดในโลก มองเห็นและริเริ่ม โครงการ Krungsri Business Trip นี้ขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บริการ Krungsri Business Empowerment ที่มุ่งให้ความรู้และเครือข่ายแก่ลูกค้าของธนาคาร

ประสบการณ์จริงจากต้นแบบที่ไม่ได้มีโอกาสเจอกันง่ายๆ

กรุงศรีได้พาลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ Krungsri Leadership Academy (KSLA) และ Krungsri Leadership Academy Boot Camp (Mini KSLA Boot Camp) ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ และ/หรือทายาททางธุรกิจ มาสัมผัสประสบการณ์จริงในการศึกษาดูงาน ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อมุ่งหวังให้นักธุรกิจไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแรงในยุคที่ดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำเนินธุรกิจในโลกอนาคต โดยในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด CHINA 5.0: AI / Big Data Management and Smart City โดยพากลุ่มนักธุรกิจเพื่อศึกษาและเยี่ยมชม 8 บริษัทชั้นนำในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้ได้องค์ความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้าน Cloud Computing & Big Data Application, Block Chains, IoT, Smart Wearable, AI, Driverless Technology และ Internet Technology ในแบบเจาะลึกที่น้อยคนจะได้ไปสัมผัส

นอกจากนี้ เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลที่องค์กรจำเป็นต้องปรับ Information Infrastructure เพื่อให้สามารถรองรับการบริหารจัดการ Big Data สำหรับ E-Commerce ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในสถานที่จริง เพื่อสร้างไอเดียและแรงบันดาลใจในการดำเนินการหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ก้าวทันยุคดิจิทัล ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการ Transformation จากธุรกิจออฟไลน์มาเป็นธุรกิจออนไลน์ในยุค Smart and Cashless Society รวมถึงการศึกษาทิศทางและแนวโน้มรูปแบบอุตสาหกรรมที่นำ Robot มาทำงานแทนมนุษย์ เป็นต้น ซึ่งประเทศจีนนับเป็นผู้นำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการค้าและเทคโนโลยีระดับโลก มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด

Shanghai Data Exchange Corp

สัมผัสที่สุดแห่งนวัตกรรมของโลกในอนาคต

เริ่มต้นที่บริษัท Shanghai Data Exchange Corp และ Shanghai Cloud Data Co., Ltd. ผู้นำด้าน Big Data มีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต การเดินทาง กล้อง CCTV และระบบเซนเซอร์จากอุปกรณ์ IoT มาทำการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในการประเมินและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้คนในมิติต่างๆ เช่น พฤติกรรมการเดินทาง การเลือกร้านอาหาร การซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์อย่างมากต่อธุรกิจในการลงทุนและการมองหาโอกาสทางธุรกิจ

จากการศึกษาดูงานที่นี่ ช่วยให้ทราบว่า ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาไปสู่ Smart City ส่งผลให้องค์กรทั้งรัฐและเอกชนสามารถตัดสินใจและวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และนำมาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดเป็นการสร้างกลยุทธ์ธุรกิจได้มากมาย บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย

Shanghai Cloud Data Co., Ltd.

มาสัมผัสประสบการณ์ Smart City ที่บริษัท Industrial Internet Innovation Center (3IN) ตั้งอยู่ ณ เขตอุตสาหกรรมหลินกัง พื้นที่ที่รัฐบาลจีนกำหนดให้ทำการทดลอง Prototypes เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม และวางแผนพัฒนาให้เป็น Hi-Tech Cluster

โดย 3IN เป็นหน่วยงานวิจัยของรัฐเทียบเคียงกับ NECTEC เป็นผู้สร้าง Platform เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการกว่า 200 บริษัท เช่น Huawei, Tencent, Cisco และเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น Fudan และ Shanghai Jiao Tong พัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Industrial Internet หรือ Industry 4.0 โดยทำการกำหนดมาตรฐานของ IoT ของอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ ที่ใช้ในโรงงาน และนับเป็นประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้สัมผัสกับความล้ำสมัยของนวัตกรรมเทคโนโลยี AI และ IoT  ที่เป็นผลผลิตของ 3IN มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไร้คนขับ โรงงานไร้แรงงานคน เครื่องบินและเรือที่ไร้คนขับ ท่าเรือที่ไม่มีคนงาน และการเกษตรกรรมที่ไม่ต้องใช่แรงงานคน เป็นต้น

Industrial Internet Innovation Center (3IN)

จากนั้นมาเปิดโลกทัศน์ให้เห็นการทำงานของ Robot และ AI สำหรับธุรกิจ ที่ “Xiao-I Co., Ltd.” ผู้นำการพัฒนาและที่ปรึกษาด้าน AI Solutions ให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ รวมถึง Robot สำหรับการให้บริการลูกค้า Chatbot สำหรับ Customer Services หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่ตอบคำถามและให้บริการลูกค้า หุ่นยนต์ดูแลผู้ป่วย หุ่นยนต์บริการในโรงแรมครบวงจร ตลอดจนหุ่นยนต์ผู้พิพากษาและแพทย์

ทั้งนี้ บริษัทใหญ่ๆ ในจีน เริ่มนำ AI และ Robot มาใช้ในการสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการธุรกิจและลดต้นทุน ซึ่งรัฐบาลจีนมองว่า AI เป็นทิศทางในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำธุรกิจตลอดจนการดำรงชีวิต และในอนาคตอันใกล้นี้ อาชีพที่เป็นการทำงานซ้ำหรือเป็นการแก้ปัญหาที่เคยมี Solutions อยู่แล้ว จะถูกแทนที่โดย AI และ Robot อย่างแน่นอน

Xiao-I Co., Ltd.

มาที่ “Deep Blue Technology (Shanghai) Co., Ltd. บริษัทผู้พัฒนา AI Solutions ลำดับต้นๆ ของประเทศจีน ก่อตั้งโดยกลุ่มของนักศึกษาปริญญาเอก 5 คน มีการพัฒนา AI ให้กับหลากหลายธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยี Computer Vision, Autonomous Driving, Biological Intelligence และ Semantic Intelligence ผลงานมากมาย อาทิ รถบัสไร้คนขับ หุ่นยนต์ให้บริการลูกค้า หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย หุ่นยนต์ส่งของ หุ่นยนต์ดับเพลิง ตู้ขายสินค้าอัจฉริยะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของธุรกิจและพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการ โดยแกนการพัฒนาของ Deep Blue มองว่าการเป็น Smart City ที่สมบูรณ์ต้องเป็น AI City ที่การบริหารจัดการเมืองและธุรกิจ เป็นการบริหารจัดการและควบคุมผ่าน AI ทั้งหมด ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะเป็นการผลักดันให้ประชากรและระบบการศึกษา ต้องเร่งพัฒนาขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

Deep Blue Technology (Shanghai) Co., Ltd.

เรียนรู้การจัดการ Big Data  ที่ “Transwarp Technology (Shanghai) Co., Ltd. ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม Hadoop สำหรับการจัดการ Big Data รายแรกของประเทศจีน บริษัททำการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศจีน นำเสนอแพลตฟอร์มข้อมูล Spark และ Hadoop ที่มั่นคงพร้อมสำหรับองค์กร ในการสื่อสารโทรคมนาคม บริการทางการเงิน และภาครัฐ

Starbucks Reserve Roastery

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ สัมผัสความยิ่งใหญ่ของ “Starbucks Reserve Roastery สาขาเซียงไฮ้” ที่สวยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากความอลังการของ Main Bar ยาวกว่า 30 เมตร และ Roasting Area ที่โชว์การคั่วเมล็ดกาแฟอย่างเต็มระบบ จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือการใช้เทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ ด้วย TAOBAO’s AR แสดงขั้นตอนการผลิตกาแฟให้ดูบนสมาร์ทโฟนแบบ Real Time พร้อมบริการอันทันสมัยแบบครบวงจร

Starbucks Reserve Roastery

ปิดท้ายที่ HEMA Supermarket ที่สร้างขึ้นโดย Jack Ma ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร Alibaba ธุรกิจ E-Commerce ชั้นนำระดับโลก ซูเปอร์มาร์เก็ตสุดไฮเทคภายใต้คอนเซ็ปต์ “Smart Supermarket and Cashless Society by Alibaba” แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยต้องการรวมการซื้อขายแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ในรูปแบบ New Retail” ค้าปลีกแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อข้อมูลไปสู่ลูกค้าได้แบบมีประสิทธิภาพ และสร้างความสะดวกแก่ลูกค้าในการจับจ่ายใช้สอยอย่างแท้จริง

โดยมีตัวกลางในการเชื่อมโยงคือแอปพลิเคชัน Hema บนสมาร์ทโฟน เชื่อมต่อกับบัญชีลูกค้า Taobao หรือ Alipay เพื่อชำระค่าสินค้า และสามารถสั่งของจากออนไลน์และมารับที่หน้าร้านได้ทันทีในเวลาไม่เกิน 30 นาที พร้อมบริการสินค้าหลากหลายในทุกกลุ่ม ตั้งแต่ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ผักสด ผลไม้ รวมถึงอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ ก็มีพร้อมบริการ

แนวคิดอันล้ำสมัยนี้ นอกจากลูกค้าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในซูเปอร์มาร์เก็ตไร้เงินสดแล้ว แอปพลิเคชัน Hema ยังบริหารการรับชำระเงินได้มีประสิทธิภาพ มอบความสะดวกกับทั้งลูกค้าและทางร้าน อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ Alibaba จะได้ข้อมูลเชิงลึกถึงความต้องการของลูกค้ารายนั้นๆ ทันทีว่าคนไหนซื้ออะไร เมื่อไร สามารถส่งโปรโมชั่นเชิญชวนและแนะนำได้ตรงจุด ที่นี่จึงไม่ใช่แค่เพียงจุดขายสินค้า แต่ยังเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ

HEMA Supermarket

นอกเหนือจากประสบการณ์ คือเครือข่ายทางธุรกิจ

ตลอดการเดินทางในครั้งนี้ สิ่งที่ได้รับกลับไปและสำคัญไม่แพ้ประสบการณ์จากการดูงานบริษัทชั้นนำของนครเซี่ยงไฮ้ คือ การพบเจอ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเจ้าของธุรกิจ รวมถึงผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจทั้งระหว่างผู้ที่เข้าร่วมโครงการหรือผู้ร่วมโครงการกับบริษัทชั้นนำในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนลเชียล กรุ๊ป (MUFG) สามารถเชื่อมต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้ผ่านเครือข่ายที่แข็งแรงของธนาคาร

การเดินทางในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่มากกว่าการเยี่ยมชมแต่คือการได้เห็นการทำงานจริงของบริษัทชั้นนำของประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของโลก เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำความรู้ในช่วงเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ยุค Digital and Innovation ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ หรือนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นในประเทศของเราที่สร้างมาจากผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้

Huangpu River

ทั้งนี้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยให้เติบโต ด้วยบริการ Krungsri Business Empowerment ที่มุ่งให้ข้อมูล ความรู้ และเครือข่ายธุรกิจ ผ่านกิจกรรมสัมมนาความรู้ (Business Talk & Business Forum) รายงานวิเคราะห์ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SME ที่มีต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและประเด็นร้อน (SME Index) บริการจัดส่งบทวิเคราะห์และข้อมูลข่าวสารทางธุรกิจผ่านทางอีเมล (Business Connect) กิจกรรมศึกษาดูงานต่างประเทศ สำรวจตลาด สร้างเครือข่าย (Business Journey) แพลตฟอร์มออนไลน์จับคู่ธุรกิจเพื่อ SME (Online Business Matching) และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสเติบโตให้ลูกค้าธุรกิจไทย สู่ตลาดต่างประเทศ (Krungsri – MUFG Business Matching Fair) ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.krungsri.com/bank/th/SME/empowerment.html



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer