การที่กลุ่มซีพีและพันธมิตรได้ลงนามในสัญญาการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น
 
เป็นข่าวใหญ่แห่งปีเพราะมันสะท้อนให้เห็นความคืบหน้าในโครงการ EEC มหาโปรเจกต์พลิกประเทศ ให้ชัดเจนมากขึ้น
 
เป็นอภิมหาโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มาก มีความซับซ้อนทั้งด้านการเงิน กฎหมาย และเทคโนโลยี ที่ท้าทายอย่างมากว่าจะบริหารจัดการอย่างไรให้สร้างได้ทันในเวลาที่กำหนด และมีมูลค่าที่ถูกที่สุด แต่มีคุณภาพในการให้บริการที่ดีเยี่ยม
 
ถึงแม้มีธุรกิจมาแล้วมากมาย แต่ธุรกิจหนึ่งที่ซีพีไม่เคยทำมาก่อนคือด้านคมนาคม โครงการรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นเรื่องใหม่สำหรับเครือซีพี
 
แต่งานนี้ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ออกมาย้ำว่า “งานนี้ซีพีเป็นผู้นำ ต้องกล้าเสี่ยงเมื่อรับมาแล้วต้องทำให้สำเร็จ”
 
โดยเขายังตั้งใจจะให้เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่จะทิ้งไว้ให้กับแผ่นดิน และร่วมฉลองไปกับการครบรอบ 100 ปีซีพี ในปี 2563 อีกด้วย
 
และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางส่วนในท้องที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
 
นับว่าเป็นการเริ่มต้นโครงการแล้วอย่างจริงจัง
 
รายละเอียดโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
1. แนวเส้นทางโครงการผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ. สมุทรปราการ จ. ฉะเชิงเทรา จ. ชลบุรี และ จ. ระยอง รวมระยะทางทั้งหมด 220 กม.
2. รถไฟความเร็วสูงมีความเร็วสูงสุด 160-250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
3. ประกอบไปด้วย 9 สถานี ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสถานีอู่ตะเภา
4. เงินลงทุนทั้งหมด 224,544.36 ล้านบาท
5. ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี และเวลาให้บริการ 45 ปี รวม 50 ปี
6. เมื่อครบกำหนดแล้วทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของรัฐบาล
7. คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2569


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer