ในวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมาดีแทค ประกาศแต่งตั้ง CEO คนใหม่อย่างกะทันหัน หลังจากที่ อเล็กซานดรา ไรซ์  CEO หญิงคนแรกของดีแทคขอยื่นใบลาออกจากดีแทคจากเหตุผลบางประการ

ในวันแรกที่อเล็กซานดราได้เข้ารับตำแหน่ง เธอได้ประกาศกับสื่อมวลชนว่าเธอจะพาดีแทคให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ในอายุงาน CEO 1 ปี 4 เดือน ผลงานสุดท้ายของเธอได้สร้างการเติบโตยอดผู้ใช้งานให้กับดีแทค เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา นับจากไตรมาสสองของปี 2559 ที่ยอดลูกค้าดีแทค ตกลงอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งแรก

พร้อมกับการสร้าง Brand Awareness ให้กับดีแทคกลับมาเป็นแบรนด์ที่มีสีสันในตลาดและภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจนอีกครั้งกับการสร้างแบรนด์ผ่านสโลแกน Never Stop กับวลี “ไม่หยุดค่ะ” ที่คุ้นชินและติดหู

พร้อมกับการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 ดีแทคมีการพัฒนาคุณภาพสัญญาณและขยายโครงข่ายด้วยการขยายสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300MHz ของทีโอทีได้ถึง 4,700 สถานี ทำให้ปัจจุบันสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300Mhz มีจำนวนถึง 17,400 สถานีทั่วประเทศ ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายดีแทคดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา และลดอัตราการร้องเรียนของลูกค้าลง 67% เมื่อเทียบกับมกราคม 2562 พร้อมกับการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าถึง 4 เท่า

ส่วนผลงานของเธอจากรายงานประจำปี 2562 พบว่า ดีแทคมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 20.6 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นลูกค้าระบบรายเดือน 31% ระบบเติมเงิน 69%

การเติบโตด้านจำนวนผู้ใช้งานมากจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ที่ดีแทคสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้ใหม่ได้มากถึง 2.3 แสนราย เพิ่มจากลูกค้าดีแทคในไตรมาส 2 ปี 2562 ที่มีทั้งสิ้น 20.4 ล้านราย

แต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ดีแทคยังประสบปัญหาลูกค้าลดลง 5.6 แสนราย

มาดูด้านรายได้ ปี 2562 ดีแทคมีรายได้รวม 82,146 ล้านบาท เติบโต 9.1% จากปีที่ผ่านมา

และมีรายได้จากการให้บริการหลัก (รายได้จากการให้บริการเสียงและข้อมูล) 58,853 ล้านบาท เติบโต 0.1%

ที่มาพร้อมกับกำไรสุทธิ 5,899 ล้านบาท เติบโต 69.4 จากปี 2561 ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนค่าธรรมเนียมและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว และกำไรสุทธินี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการระงับข้อพิพาทกับ CAT ในไตรมาส 4/61

ทั้งนี้แม้อเล็กซานดราหยุดที่จะทำหน้าที่ CEO ดีแทคต่อไป

ภายใต้ไม้ต่อของเธอสู่ชารัด เมห์โรทรา CEO คนใหม่ของดีแทค จะพาดีแทคไปในทิศทางที่ได้ตั้งเป้าไว้

ผ่านการเติบโตสำหรับรายได้จากค่าบริการไม่รวมค่าไอซีในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ (low single-digit) ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้ตัดจำหน่ายหรือ EBITDA คาดการณ์การเติบโตในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับกลาง (mid single-digit) ส่วนเงินลงทุน หรือ CAPEX ประมาณการไว้ที่ 13,000–15,000 ล้านบาท ได้หรือไม่ คงต้องดูกันสิ้นปี 2563



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer