ซีรีย์อินเดีย นาคีน-หนุมานฯ ใครกู้เรทติ้งได้มากกว่ากัน

ภารตะซีรียยุคนี้เป็นยุคของ ซีรีย์อินเดีย กู้เรทติ้งดิจิทัล จากความสำเร็จของช่อง 8 ที่นำซีรีย์อินเดียมาออนแอร์ และผลปรากฏว่า เรทติ้ง ในช่วงซีรีย์อินเดียดีเกินคาด โดยเรื่องสีตาราม ศึกรัก มหาลงกา ที่ฉายช่วงระหว่าง มกราคม-สิงหาคม 2560 เป็นภาพยนตร์อินเดียที่ช่วยขุดเรทติ้งช่อง 8 ในช่วงเวลาที่ซีรีย์ออนแอร์ขึ้นเป็น 4.1 ในช่วงที่พีคสุด และปรับช่วงเวลาออนแอร์จาก 1 ชั่วโมงเป็น 1.30 ชั่วโมง

จนช่อง 8 ได้ปรับผังใหม่ ชูซีรีย์อินเดียเป็น Content หลักสร้างเรทติ้งในช่วงไพรม์ไทม์ให้กับช่อง ด้วยการเซ็นสัญญานำซีรีย์อินเดียเพิ่มอีก 10 เรื่อง มูลค่า 500 ล้านบาท

ปัจจุบันช่อง 8 มีเรื่องซีรีย์อินเดียเรื่องหนุมาน สงครามมหาเทพ ออกอากาศครั้งแรก 4 กันยายน 2560 โดยแบ่งเป็นช่วงออนแอร์เป็น 2 ช่วงคือ 18.30-20.30 น.พักชมข่าวและต่อช่วง 2 ในเวลา 20.30-22.30 น. ตลอดวันจันทร์-พฤหัสบดี เป็นซีรีย์ที่ดึงเรทติ้งผู้ชมตั้งแต่ช่วงเย็นถึงไพรม์ไทม์

และความสำเร็จของช่อง 8 นี่เอง 3 และช่องอื่นๆ เดินตามสูตรสำเร็จช่อง 8 นำซีรีย์อินเดียมาออนแอร์บ้าง โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ประสบความสำเร็จกับซีรีย์อินเดีย “นาคีน” ซีรีย์อินเดียเรื่องแรกที่ออนแอร์ในช่อง 3HD หมายเลขช่อง 33

ซึ่งการนำนาคีนมาฉายนั้นเป็นการช่วยขุดเรทติ้งช่อง 33 ในช่วงละครเย็น เวลา 18.20 – 19.05 น ในวันจันทร์-พฤหัสบดี ออกอากาศครั้งแรก 1 พฤศจิกายน 2560 และดันให้เรทติ้งในช่วงเวลานั้นของช่อง 33 ต่ำกว่า 1 ให้ขึ้นมาถึง 3 ได้อย่างน่าสนใจ

โดยก่อนหน้านั้น นาคีน เป็นซีรีย์ที่ประสบความสำเร็จเรทติ้งสูงสุดในอินเดีย 2 ปีซ้อน (2558-2559)

จนในปีนี้ผู้บริหารช่อง 3 มองเห็นความสำคัญของซีรีย์อินเดียมีแผนนำ นาคีน มารีรันอีกครั้งในช่อง 3SD 28 พร้อมกับเซ็นสัญญาซื้อซีรีย์อินเดียเพิ่มอีก 14 เรื่อง ความยาว 150-300 ชั่วโมงต่อเรื่อง ด้วยมูลค่า 800 ล้านบาท เพื่อหวังจะเป็นเครื่องมือช่วยขุดเรทติ้งให้กับช่องเติบโตท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงของช่องดิจิทัล และสื่อออนไลน์ที่แย่งชิง Eye Ball ผู้ชมกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นไปอย่างน่าตกใจภารตะซีรีย์

 

 

ทำไม ซีรีย์อินเดีย ถึงช่วยกู้เรทติ้งช่อง

1.คนไทยเริ่มเบื่อละครไทย ที่ไม่ค่อยมีเนื้อหาแตกต่างจากเดิม ที่เน้นไปเรื่องชิงรักหักสวาท นางร้ายขี้อิจฉา ตอนใส่ร้ายนางเอก และเริ่มมองหาละครรูปแบบใหม่ๆ ที่เติมเต็มความบันเทิงและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ

โดยซีรีย์อินเดียเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนั้นพอดี จากพล็อตเรื่องที่ชวนให้ติดตามต่อ ไม่เหมือนซีรีย์อินเดียในอดีตที่ก่อนนั้นเน้นซีรีย์รักของชายหญิงวิ่งหนีและไล่ง้อกันข้ามเนินเขาเป็นลูกๆ แต่ซีรีย์อินเดียยุคใหม่ที่เข้ามาในไทยมีความเป็นแฟนตาซี การแต่งตัว โปรดักชั่น และโลเคชั่นที่แปลกตา

และมีการนำเนื้อเรื่องของเทพเจ้าและความเชื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินเรื่องซึ่งมีหลายๆ เรื่องตรงกับความเชื่อของคนไทย หรือเป็นเรื่องที่คนไทยเคยได้ยินได้ฟังมาก่อน เช่นเรื่องหนุมาน สงครามมหาเทพ หรือนาคีนเป็นต้น

2.ซีรีย์อินเดียยุคใหม่ ใช้งบลงทุนด้านโปรดักชันที่สูงขึ้น เฉลี่ยเรื่องละ 1,000 ล้านบาท (แต่ CG อาจจะสู้ Hollywood ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าหนังจักรๆ วงค์และหนังพีเรียดของไทยบางเรื่อง) สร้างความสมจริงในการดูมากขึ้น

3.ชื่อตัวละครในซีรีย์อินเดีย จากทีมพากษ์มีการปรับใหม่ให้ชื่อเป็นสำเนียงไทย ฟังแล้วจดจำง่ายขึ้น มีการแต่งเพลงประกอบซีรีย์ขึ้นมาใหม่เป็นเนื้อหาไทย ร้องโดยนักร้องไทย

4.พระเอกและนางเอกในละครอินเดีย มีหน้าตาดึงดูดผู้ชม โดยเฉพาะพระเอกที่มีหน้าตาดี ดึงดูดสาวไทยให้ติดขอบจอชื่นชมในความหล่อที่แปลกตาจากพระเอกไทย

5.มีการจัดกิจกรรมสร้าง Awareness และพลังซีรีย์อินเดียให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการนำนักแสดงอินเดียมาโชว์ตัวในไทย เช่นกิจกรรม มีทแอนด์กรี๊ด Ashish Sharma Fun Meeting ที่ช่อง 8 อาร์เอสจัดเป็นต้น

 

อะไรคือเหตุผลที่ช่องเลือก ซีรีย์อินเดียภารตะซีรีย์

1.ช่องมีความจำเป็นต้องหา Content เข้ามาออนแอร์ตามช่วงเวลา และทางออกที่ง่ายสุดคือการซื้อลิขสิทธิ์ Content จากต่างประเทศมาออนแอร์ในไทย ในรูปแบบนำคอนเทนต์ที่มีอยู่แล้วมาออนแอร์ทั้งดุ้น ซึ่งสามารถนำมาออนแอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาในการถ่ายทำใหม่

2.การลงทุนทำละคร 1 เรื่องใช้งบลงทุนค่อนข้างสูง กว่าการซื้อซีรีย์อินเดียมาฉาย ที่คิดเฉลี่ยต้นทุนต่อ 1 ตอนถูกกว่าการทำละครเอง 50%  

3.ซีรีย์อินเดียที่มีจุดเด่นคือซีรีย์ 1 เรื่อง มีความยาวมากกว่า 100 ตอน เมื่อผู้ชมติดหมายถึงการได้เรทติ้งต่อเนื่องระยะยาว

4.ส่วนใหญ่ ซีรีย์อินเดีย จะไม่มีรีรันในออนไลน์ในนามของช่อง(นอกจากเว็บเว็บละครย้อนหลังต่างๆ จะแอบลักลอบมารีรันเอง) จากสัญญาที่บริษัท JNK Global Media บริษัทที่ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีย์อินเดียจากเจ้าของคอนเทนต์ในประเทศอินเดียมาขายลิขสิทธิ์ให้กับช่องทีวีดิจิทัลไทยระบุว่า ช่องที่ซื้อลิขสิทธิ์ไป จะนำ Content มาออนแอร์ผ่านทีวีดิจิทัลได้เพียงช่องทางเดียว และถ้าจะเผยแพร่ผ่านออนไลน์ด้วยจะต้องซื้อลิขสิทธิ์เพิ่ม

ทำให้ช่องทีวีเลือกที่จะนำเสนอ Content ทางช่องดิจิทัลอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นผลดีในการสร้างเรทติ้งกับช่องเพราะผู้ชมจะที่ติดชมซีรีย์อินเดียเรื่องนั้นๆ จะรอชมผ่านหน้าจอทีวีเพียงช่องทางเดียวภารตะซีรีย์

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline

 

LINE it!