มีเดีย โดนัทส์ ตัวแทนจำหน่ายโฆษณาบนแพลตฟอร์มนอกกระแสหลัก อย่าง Twitter, Tinder, Webtoon, Spotify, Activision Blizzard และ Tiktok ได้บอกกับเราว่า

“วันนี้ผู้บริโภคเสพสื่อตามความชอบ และมีตารางการเสพสื่อของตัวเองในรูปแบบปัจเจกบุคคล” แบรนด์ต้องปรับตัวในการสื่อสารถึงผู้บริโภค

การทำวิดีโอโฆษณาตัวเดียว และส่งออกไปหมดทุกแพลตฟอร์มไม่เหมาะอีกต่อไป  

และการมาของ 5G ทำให้คนเสพคอนเทนต์ผ่านมือถือได้รวดเร็วขึ้น

สิ่งที่สำคัญคือนักการตลาดจะต้องหาให้เจอว่าผู้บริโภคอยู่ที่ไหน ใช้แพลตฟอร์มไหน และเมื่อไหร่ เพื่อส่งคอนเทนต์ไปถึงผู้บริโภคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและตรงแพลตฟอร์มที่สุด และการสื่อสารตัวเองจากคำว่า Mass สู่ Me

จากข้อมูลของมีเดีย โดนัทส์ พบว่า ใน 24 ชั่วโมงของคนหนึ่งคน นอกจากการนอนวันละ 6-8 ชั่วโมงแล้ว พวกเขายังหมดเวลาไปกับโลกออนไลน์มากกว่า 8 ชั่วโมงด้วยกัน

ในแต่ละวันผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูคอนเทนต์ทีวีออนไลน์ และวิดีโอสตรีมมิ่งมากถึง 3 ชั่วโมง 18 นาที

รองลงมา ได้แก่ การท่องโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ 2 ชั่วโมง 24 นาที

การใช้งานโซเชียลมีเดียของผู้บริโภคในวันนี้มีความหลากหลาย ตามความชอบส่วนบุคคล จากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเข้ามาที่จะดึงผู้บริโภคเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเฉพาะที่แพลตฟอร์มสร้างขึ้น

การใช้งานโซเชียลมีเดียที่หลากหลายยังมาพร้อมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวตนในแต่ละโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมือนกัน เช่น ในเฟซบุ๊กเป็นคนนิ่งๆ ในทวิตเตอร์เป็นคนเกรี้ยวกราด ในไอจีเป็นคนชิคๆ ส่วนในทินเดอร์อาจจะเป็นคนดูดีทุกมุมมอง เป็นต้น

และภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในแต่ละแพลตฟอร์มจึงเป็นความท้าทายของนักการตลาดในการที่จะจับตัวตนของผู้บริโภคแต่ละแพลตฟอร์ม และสื่อสารถึงผู้บริโภคในมู้ดแอนด์โทนที่ไม่เหมือนกัน

แต่การสื่อสารในโซเชียลมีเดียในวันนี้ KOL หรือ Key Opinion Leader ยังคงเป็นพลังที่สำคัญให้กับแบรนด์ในการขับเคลื่อนยอดจำหน่าย

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีทางเลือกด้านแอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นเป็นความท้าทายกับนักการตลาดในการเลือกแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันที่ผู้บริโภคใช้งานจริง

มีเดีย โดนัทส์ บอกกับเราว่าผู้บริโภคมีการใช้งานโมบายดีไวซ์ ทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตรวมกันเฉลี่ยวันละ 3 ชั่วโมง 40 นาที และ 91% เป็นการใช้งานอยู่บนแอปพลิเคชันต่างๆ

จำนวนเปอร์เซ็นต์ในการใช้งานแอปพลิเคชันบนมือถือเมื่อเทียบกับเวลาในการใช้งานโมบายดีไวซ์ มาจากแพลตฟอร์มต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการให้บริการอยู่บนแอปพลิเคชันแทนการให้บริการอยู่บนโมบายเบราเซอร์

อย่างเช่นเฟซบุ๊กที่ออกมาประกาศยุติการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กบนโมบายเบราเซอร์

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างอยู่บนแอปพลิเคชันของโมบายดีไวซ์ จึงมีความท้าทายต่อไปว่า จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคใช้งานแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง

มีเดีย โดนัทส์ ให้ข้อมูลว่าวันนี้ผู้บริโภคมีแอปพลิเคชันติดตั้งบนมือถือมากกว่า 80 แอป แต่จะหยิบมาใช้เฉลี่ยเดือนละ 30 แอป

โดยในปี 2019 ผู้บริโภคจะใช้แอปพลิเคชันเฉลี่ย 6 แอปสลับไปมาใน 1 วัน และคาดว่าในปี 2023 การจะใช้งานแอปพลิเคชันมากกว่า 10  แอปในแต่ละวัน

นอกจากนี้ 76% ของ Gen M ยังมองว่าโมบายดีไวซ์ที่ใช้อยู่จะไร้ค่าถ้าไม่มีแอปพลิเคชันในนั้นให้ใช้งาน และพวกเขาจะตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อมีแอปพลิเคชันใหม่ๆ ให้ดาวน์โหลด และ Gen M จะมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ๆ มาทดลองใช้มากกว่า Gen อื่นๆ ที่เป็นรุ่นก่อนหน้านั้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้มาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ที่หลากหลายและเลือกรับเฉพาะในสิ่งที่สนใจเท่านั้น และถึงเวลาที่แบรนด์ต้องปรับเปลี่ยนการสื่อสารจาก Mass สู่ Me ไปหาปัจเจกบุคคลระดับพันล้านคน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer