ปัจจุบันแบรนด์จีนไม่แปลกหน้าหรือเป็นแบรนด์ชั้นสองที่สามารถดูถูกได้อีกต่อไป หลักฐานคือการขึ้นมาเป็นแบรนด์ Smartphone ขายดีสุดอันดับ 2 ทั่วโลกของ Huawei เมื่อปี 2019 ขายได้มากถึงกว่า 240 ล้านเครื่อง พร้อมพาแบรนด์ร่วมชาติอย่าง Xiaomi กับ Oppo ตามมาในอันดับ 4 และ 5 แต่อินเดียก็เป็นอีกประเทศจากเอเชียที่มีที่ทางในแวดวงเทคโนโลยีและ Startup ระดับโลกแล้วเช่นกัน 

ยืนยันได้จาก Sundar Pichai ได้ขึ้นเป็น CEO ของ Google เมื่อปี 2015 และควบตำแหน่งเดียวกันของ Alphabet บริษัทแม่ต่อเมื่อปลายปี 2019  

Sundar Pichai อินเดีย Sundar Pichai 

นอกจาก Google แล้ว Microsoft และ Adobe ก็มี CEO เป็นชาวอินเดีย ส่วน WeWork ก็เพิ่งได้ชาวอินเดียมานั่งเก้าอี้ CEO เช่นเดียวกับ IBM ที่ดันชาวอินเดียขึ้นเป็น CEO หลัง Ginni Rommetty-CEO คนปัจจุบันลงจากตำแหน่งเมษายนนี้                    

 

Tech Brand อเมริกันต่างมั่นใจให้ชาวอินเดียรับงานใหญ่สุดในองค์กร  

การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งที่ Google ของ Sundar Pichai เป็นการส่งสัญญาณแล้วว่า ต่อไปบริษัทเทคโนโลยีและ Startup สหรัฐฯ อยู่ภายใต้การบริหารของชาวอินเดียมากขึ้น หลัง Shantanu Narayen ได้นั่งเก้าอี้ CEO ของ Adobe มาตั้งแต่ปี 2007 และ Satya Nadella เป็น CEO ของ Microsoft เมื่อปี 2014

Shantanu Narayen อินเดีย      Shantanu Narayen

มาปีนี้บริษัทเทคโนโลยีและ Startup ในสหรัฐฯ มีตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารเป็นชาวอินเดียเพิ่มอีก 2 คน คือ Sandeep Matharani-CEO คนใหม่ของ WeWork และ Arvind Krishna ว่าที่ CEO ของ IBM

นอกจากประเทศบ้านเกิดแล้ว ผู้บริหารชาวอินเดียกลุ่มนี้ต่างมีงานใหญ่ลักษณะเดียวกันรออยู่ นั่นคือการกู้วิกฤต นำบริษัทสู้กับคู่ปรับได้อย่างสูสียิ่งขึ้น หรือก้าวสู่ทิศทางใหม่ๆ ท่ามกลาง Trend ธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

Sandeep Matharani อินเดีย Sandeep Matharani

งานของ Sandeep Matharani คือการฟื้นฟู WeWork–Startup ดังในธุรกิจ Co-working Space หลังมูลค่าบริษัทลดลง วิกฤตธรรมาภิบาลในองค์กรจากมือของ Adam Neumann-CEO ที่ถูกบีบให้ลาออกสร้างเอาไว้ และพาบริษัททำกำไรให้ได้ โดยมีการทำ IPO ให้สำเร็จเป็นเป้าหมายต่อไป 

ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่าแม้ Sandeep Matharani อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปีในการกู้วิกฤตให้ WeWork แต่ก็มีความเป็นไปได้ เพราะเขาเป็นผู้บริหารฝีมือดีที่พาบริษัทอสังหาฯ ใหญ่ในสหรัฐฯ 2 แห่งฟื้นมาได้

arvind krishna IBM อินเดีย Arvind Krishna

ด้าน IBM ก็ได้กระแสตอบรับที่ดีในการแต่งตั้ง Arvind Krishna รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจ Cloud ขึ้นมาเป็น CEO ต่อจาก Ginni Rommetty ผู้บริหารหญิงที่อยู่ในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2020 ยืนยันได้จากราคาหุ้น IBM ที่ขึ้นมา 5% หลังการเปลี่ยนแปลงนี้ประกาศออกมา

เพราะนักลงทุนเชื่อว่า Arvind Krishna ที่อยู่กับ IBM มาเกือบ 30 ปี และเป็นแกนนำพา IBM ซื้อกิจการ Red Hat บริษัท Software บริหารจัดการแอปและหน่วยความจำรายใหญ่ และความรู้ความเข้าใจระบบ Cloud จะพา IBM สู้กับ Amazon และ Microsoft ได้อย่างสูสี

Satya อินเดีย Satya Nadella

การนั่งเก้าอี้ CEO ที่ IBM ยังทำให้ Arvind Krishna ได้ประชันฝีมือในการบริหารกับ Satya Nadella หัวเรือใหญ่ของ Microsoft ในตลาด Cloud อีกด้วย

 

ทำไม CEO ชาวอินเดียในสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้น

จำนวน CEO ชาวอินเดียในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน เริ่มจากทุกคนมีความมุ่งมั่นเป็นสารตั้งต้นในการผลักดันตัวเองให้พ้นจากความยากลำบากในวัยเด็กและขึ้นเป็นที่หนึ่งท่ามกลางคนหมู่มาก

ตั๋วใบแรกที่จะพาพวกเขามาได้ไกลกว่าชาวอินเดียอีกนับล้าน คือการศึกษานั่นเอง โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือรู้จักในแวดวงการศึกษาว่า วิชากลุ่ม (STEM)

STEM อินเดีย CEO ส่วนใหญ่จบการศึกษากลุ่มวิชา STEM จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของอินเดียมาก่อน โดยในจำนวนนี้ Sundar Pichai กับ Arvind Krishna คือนักเรียนระดับหัวกะทิ จบคณะวิศวกรรมจาก Indian Institutes of Technology สถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมของอินเดียที่สอบเข้ายากมาก

และต่อมา CEO ชาวอินเดียในสหรัฐฯ ทุกคนยังมาศึกษาต่อในสหรัฐฯ อีกหลายปี ขณะเดียวกันชาวอินเดียยังเป็นนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่านั้นในสหรัฐฯ อยู่มากในลำดับต้นๆ อีกด้วย

Indian Tech อินเดีย

ปัจจัยต่อมาคือ หลังเรียนจบในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่านั้น CEO ชาวอินเดียเลือกทำงานต่อในสหรัฐฯ ในแวดวงเทคโนโลยี โดย Arvind Krishna ทำงานกับ IBM มา 30 ปี ตั้งแต่จบปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าในสหรัฐฯ เมื่อยุค 90

ส่วน  Sundar Pichai เริ่มงานแรกในสหรัฐฯ ด้วยตำแหน่งวิศวกรในบริษัทผลิตอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วจึงมาร่วมงานกับ Google ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2004

อีก 2 ปัจจัยถัดมาคือ ความรู้ความเข้าใจในสายงานและวัฒนธรรมสหรัฐฯ จากการทำงานและอาศัยในสหรัฐฯ มานาน จึงช่วยให้ทุกคนปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมการทำงานและการใช้ชีวิตแบบอเมริกันได้เป็นอย่างดี

จนชาวอินเดียหรือผู้ที่มีเชื้อสายอินเดียเป็นกลุ่มชาวต่างชาติในสหรัฐฯ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และแทรกตัวอยู่ในวงการอื่นด้วย เช่น บันเทิง นางงาม และการเมืองระดับสูง

NinaNina Davulri – Miss America เชื่้อสายอินเดียคนแรก  

ส่วนปัจจัยสุดท้าย คือการเปิดกว้างของวัฒนธรรมและกฎหมายในสหรัฐฯ ที่เอื้อให้ชาวต่างชาติประวัติดีประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่าในอดีต แม้ยังต้องพยายามมากกว่าชาวอเมริกันหลายเท่าก็ตาม

CEO Nokia อินเดีย Rajeev Suri

ทั้งนี้ นอกจากบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ แล้ว Rajeev Suri – CEO ของ Nokia บริษัท Smartphone และเครือข่ายคมนาคมสัญชาติฟินแลนด์, Ivan Manezes – CEO ของ Diageo กลุ่มบริษัทเครื่องดื่มสัญชาติอังกฤษ และ Vasant Narisimhan – CEO ของ Novartis บริษัทยาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก็เป็นชาวอินเดีย/cnn, fortune, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer