หากผลงานดีก็คงไม่ต้องลุ้นหนักช่วงประเมินเงินเดือน หรือหวั่นว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ต้องไปเมื่อมีการลดพนักงานเพื่อช่วยให้บริษัทอยู่รอด แต่ถ้าทำงานพลาด ไม่ว่าตำแหน่งสูงแค่ไหนก็อาจถูกปลดหรือต้องนับถอยหลังสู่วันพ้นเก้าอี้ เหมือนล่าสุดที่ Nokia ประกาศปลด Rejeev Suri-CEO แล้วให้ Pekka Lundmark จะเข้ามารับงานต่อ

การเปลี่ยนตัว CEO ของ Nokia ครั้งนี้เป็นผลมาจาก Rejeev Suri ทำงานพลาด เพราะเมื่อปี 2019 Nokia ตามหลัง ทั้ง Huawei และ Ericsson ในการคว้าสัญญาพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคมระบบ 5G ทั่วโลก   

 

ถึงคราว Boost สัญญาณใหม่ เพื่อลดระยะห่างในสมรภูมิ 5G

 ระหว่างปลายยุค 90 ถึงปี 2007 Nokia เลื่อนขึ้นมาเป็นแบรนด์ระดับโลก ด้วยการทยอยส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกสู่ตลาดไม่ขาดสาย จน Connecting People เป็นสโลแกนของแบรนด์เทคโนโลยีที่คนจดจำได้มากสุด 

Nokia Connect

ณ จุดสูงสุดในปี 2007 มียอดขายทั่วโลกสูงถึง 51,060 ล้านยูโร (ราว 1.7 ล้านล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) เพิ่มจาก 19,770 ล้านยูโร (ราว 691,950 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) ของเมื่อปี 1999 และครองส่วนแบ่ง 40% ของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกในเวลานั้น

Nokia Cellphone

ยอดขายและความโด่งดังของ Nokia ยังทำให้แบรนด์ฟินแลนด์มีที่ยืนบนเวทีโลกและมีส่วนสำคัญให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว แต่ขาขึ้นของ Nokia เปลี่ยนเป็นขาลง หลัง Apple เปิดตัว iPhone ในปี 2008 และพาโลกเข้าสู่ยุค Smartphone พร้อมหน้าจอสัมผัส

จนยอดขายปี 2014 ของ Nokia ร่วงลงเหลือเพียง 11,760 ล้านยูโร (ราว 411,600 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) เช่นเดียวกับมูลค่าแบรนด์ที่ร่วงจากอันดับ 5 สู่อันดับ 98 ของโลก

Nokia HQ

Nokia ใช้เวลา 2 ปีต่อมาในการปรับโครงสร้างบริษัทและกู้วิกฤต ผ่านการให้น้ำหนักกับธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคมมากขึ้น พร้อมกับทยอยคืนสู่ตลาด Smartphone ด้วยรุ่นที่ราคาเข้าถึงได้

ผู้ที่พลิกฟื้น Nokia คือ Rejeev Suri–CEO ชาวอินเดีย ซึ่งขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าวเมื่อปี 2014 หลังเป็น “คน Nokia” มา 20 ปี  

Rajeev Suri Nokia Rejeev Suri-CEO คนปัจจุบันที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง  

Rejeev Suri ทำให้ Nokia กลับมาดีขึ้นอีกครั้งจนเป็นชาวต่างชาติที่คว้าตำแหน่งผู้บริหารแห่งปีของฟินแลนด์ในปี 2017 ทว่าล่าสุด Rejeev Suri ก็ต้องถูกปลด เพื่อให้ Pekka Lundmark มารับช่วงต่อ

เพราะในปี 2019 Nokia สามารถคว้าสัญญาพัฒนาเครือข่าย 5G เพียง 68 ฉบับเท่านั้น ตามหลัง Huawei และ Ericsson ที่ทำสัญญามากกว่าด้วยจำนวน 91 และ 81 ฉบับตามลำดับ

Alcatel Lucent Nokia

นอกจากนี้ Nokia ภายใต้บริหารของ Rejeev Suri ยังทุ่มเงิน 16,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 514,600 ล้านบาท) ซื้อกิจการ Alcatel-Lucent  ค่ายโทรคมนาคมฝรั่งเศสในปี 2015 แทนการพัฒนาเทคโนโลยี 5G จนขาดสภาพคล่องและต้องเลื่อนการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น

Huawei 1 Nokia

ส่งผลให้โอกาสในการลดระยะห่างจาก Huawei ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำหลังตกเป็นตัวประกันในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนต้องหลุดลอยไปด้วยอย่างน่าเสียดาย

 

CEO คนใหม่กับงานใหญ่ที่รออยู่

ตั้งแต่ 1 กันยายนเป็นต้นไป Pekka Lundmark จะขึ้นมานั่งเก้าอี้ CEO ของ Nokia แทน Rejeev Suri ซึ่งจะเปลี่ยนบทบาทสู่สมาชิกบอร์ดบริหาร โดย Nokia เชื่อมั่นว่าการที่ Pekka Lundmark เคยเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมาก่อน

และความสำเร็จในการบริหาร Fortum บริษัทพลังงานลำดับต้นๆ ของฟินแลนด์ จะช่วยพา Nokia ไปข้างหน้าในทิศทางที่ถูกต้อง 

Pekka Nokia Pekka Lundmark ว่าที่ CEO ของ Nokia คนใหม่  

อย่างไรก็ตาม Pekka Lundmark ต้องพิสูจน์ฝีมือด้วยงานยาก เพราะ Ericsson คู่แข่งจากสวีเดน ก็เสริมทัพเพื่อสู้ศึก 5G แล้วด้วยการทุ่มเงิน 306 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9,486 ล้านบาท) ซื้อกิจการ Kathrein บริษัทผู้ผลิตเสาอากาศสัญชาติเยอรมัน

ส่วน Huawei ก็ยังพร้อมทุ่มงบก้อนใหญ่พัฒนาเทคโนโลยี 5G เพิ่มขึ้นจาก 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 403,000 ล้านบาท) เมื่อปี 2017 และเริ่มกลับมาได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลประเทศยุโรป เช่น อังกฤษและเยอรมนี ให้พัฒนาเครือข่าย 5G

5G Nokia

จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงมีความเป็นไปได้สูงว่า หากครึ่งหลังปีนี้ที่การระบาดของไวรัส Covid-19 ทุเลาลง

Rajeev Pekka Nokia

ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่ Pekka Lundmark ขึ้นมาเป็น CEO ของ Nokia บริษัทที่จะเป็นผู้นำในตลาด 5G ยังคงเป็น Huawei ส่วนคู่แข่งที่ Nokia ต้องแซงให้ได้ก่อนคือ Ericsson/cnn, techcrunch, thestar, reuters



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน