คำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ ว่า ‘คนไทยอ่านหนังสือ 8 บรรทัด’ คำนี้เห็นทีจะไม่จริงเสียแล้ว เพราข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สำรวจการอ่านของประชากร ประจำปี 2561 นั้นพบว่า
คนไทยอ่านและใช้เวลาอ่านนานขึ้น…คนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปอ่านหนังสือเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน
และคนไทยอ่านหนังสือ (รวมถึงการอ่านหนังสือบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์) คิดเป็น 78.8% หรือ 49.7 ล้านคน
แม้จำนวนเฉลี่ยการอ่านจะเพิ่มมากขึ้น แต่มูลค่าของอุตสาหกรรมหนังสือในปัจจุบันก็ไม่ได้โตมากนัก กลับลดลงอีกต่างหาก
จากที่ 8 ปีก่อน อุตสาหกรรมหนังสือมีมูลค่าราว 25,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 15,000-20,000 ล้านบาท
จากมูลค่าอุตสาหกรรมที่ลดลง โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยหรือ PUBAT กล่าวว่า ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ต้องปรับตัวของการถูกดิสรัปชั่น ที่สำคัญกว่านั้นคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปต่างหาก ที่ในแต่ละอุตสหกรรมต้องปรับตามให้ทัน
อุตสาหกรรมหนังสือไม่ใช่หนังสือเป็นเล่มๆ แต่อยากให้มองว่า อุตสาหกรรมหนังสือ = อุตสาหกรรมคอนเทนต์ ที่ต้องไม่จำกัดอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ต้องต่อยอดไปยังรูปแบบอื่นๆ เช่น e-book , talking platform ได้
นั่นหมายถึงการที่ ‘หนังสือดิ้นได้’ เปลี่ยนจากตัวหนังสือเล่มๆ กลายเป็นไอเดียของบทละคร ภาพยนตร์ หรือแม้แต่แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง ฯลฯ
จึงเป็นไอเดียที่มาของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 48 นี้
และบวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 นี้ ทำให้การจัดงานสัปดาห์หนังสือในครั้งนี้เปลี่ยนรูปแบบการจัดงาน On Ground มาสู่ Online แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ” หนังสือดิ้นได้ไปออนไลน์”
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 48 นี้ จะเป็นอย่างไร ตาม Marketeer มาหาคำตอบ
1.ปกติงานหนังสือจะมีสำนักพิมพ์สมาชิกราว 300-400 ราย ได้มีพื้นที่ในการมาออกบูธ ส่วนในการจัดออนไลน์ครั้งนี้ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ระบุว่า ตอนนี้มีสมาชิกตอบรับแล้วกว่า 200 ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีก
2.ส่วนหนึ่งที่สมาชิกอาจจะมาขึ้นอยู่บนออนไลน์ ไม่เท่ากับการออกบูธนั้น เพราะว่า
– ความไม่คุ้นเคยของบางสำนักพิมพ์
– ระยะเวลาจำกัด
– หนังสือไม่เอื้ออำนวยในการขึ้นจำหน่ายทางออนไลน์ ซึ่งจะเป็นกลุ่มประเภทหนังสือเก่า และกลุ่มหนังสือประเภท 3 เล่ม 100 บาท
3.การจัดงานสัปดาห์หนังสือออนไลน์ใช้งบราว 20% ของการจัดแบบ on ground
และการจัดงานครั้งแรก กับสถาการณ์แบบนี้ สมาคมผู้คาดหวังมีเม็ดเงินสะพัดราว 150 ล้านบาท หรือ 50% ของการจัดแบบดั้งเดิมที่มีเม็ดเงินกว่า 300 ล้านบาท
4.ส่วนทราฟฟิกนั้นมองว่า จะมียอดทราฟฟิกของการเข้าเว็บไซต์มากกว่าการจัดแบบ on ground ส่วนหนึ่งก็เพราะเพราะผู้ชมอาจจะเค้ามาส่องหาหนังสือแล้วเก็บไว้ในลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
ขณะที่การจัดแบบเดิมก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการเดินทาง ที่บางคนอาจจะสามารถมาได้แค่ครั้งเดียว แล้วต้องซื้อหนังสือให้ครบ
5.การจัดงานสัปดาห์หนังสือออนไลน์ครั้งนี้จะจัดขึ้นวันเดิมคือ 25 มี.ค.-5 เม.ย. ผ่านเว็บไซต์ thaibookfair.com โดยเมื่อเข้าไปแล้วก็จะเจอกับหน้าสถานที่ให้เข้าไปช้อปปิ้งหนังสือทั้งจากเว็บไซต์หลักเอง หรือลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มพันธมิตร
และยังมีการพูดคุยกับบรรดานักเขียนผ่านไลฟ์สดทั้งการเปิดตัวหนังสือใหม่ หรือกิจกรรมทอล์คต่างๆ ที่เคยจัดบนเวทีภายในงานเหมือนเดิม
6.ในมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมหนังสือที่มีมูลค่า 15,000-20,000 ล้านบาทนี้ มาจากออนไลน์ 10-15% ขณะที่ในปีนี้คาดว่าสัดส่วนออนไลน์จะเพิ่มขึ้นแตะ 20%
งานนี้คงต้องตามดูว่าการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 48 ที่มีรูปแบบออนไลน์นี้จะว้าว และเวิร์กขนาดไหน อดใจรอนับถอยหลังอีก 9 วัน
