ธุรกิจเพลง 2563 แค่เปลี่ยนโน๊ตไม่พอ แต่ต้องปรับตัวด้วย (วิเคราะห์)

สถานการณ์โควิด-19 มีผลกระทบวงการศิลปินเป็นอย่างมาก จากการเว้นระยะห่างทางสังคม ศรัณย์ ภิญญารัตน์ Co-founder & CEO ฟังใจ ชุมชนทางดนตรี และปฏิภาณ สุวรรณสิงห์ ศิลปินวง S.O.L.E. ได้กล่าวในงาน Techsauce Virtual Conference 2020 Episode2

ศรัณย์กล่าวว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารายได้จากเพลงได้เปลี่ยนไปจากเดิม

ในอดีตที่ผ่านมา รายได้หลักของศิลปินมาจากการขายเพลงผ่านแผ่นเสียง เทป ซีดี เอ็มพีสาม และสตรีมมิ่ง แต่ในวันที่คนซื้อเพลงเพื่อฟังลดลง รายได้ของศิลปินและค่ายเพลงจึงมาอยู่ที่แสดงสดดนตรี ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่ ดนตรีตามผับ โชว์ตัว และอื่นๆ ทดแทน

และเมื่อไม่สามารถคอนเสิร์ตได้ทั้งคอนเสิร์ตใหญ่ และคอนเสิร์ตในผับ บาร์ ร้านอาหาร จึงกระทบโดยตรงกับรายได้ของศิลปิน โดยเฉพาะรายได้จากการโชว์ตัว แสดงสดตามผับ ตามบาร์ ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของศิลปินในยุคนี้

ปฏิภาณ และศรัณย์ กล่าวว่าในปัจจุบันจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ศิลปินไม่สามารถเดินทางมาห้องอัดได้ และไม่สามารถออกเล่นคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้ได้

ศิลปินบางคนผลันตัวไปขายอาหารและสินค้าอื่นๆ เพื่อความอยู่รอด 

และการที่ศิลปินผันตัวไปสู่ธุรกิจอื่น ศิลปินสามารถสร้างรายได้จากฐานแฟนคลับที่มีอยู่เป็นผู้สนับสนุนในธุรกิจใหม่ๆ ของศิลปินได้

และการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในอุตสาหกรรมเพลงจากโควิด-19 ที่ผ่านมา “ฟังใจ” ได้ลองสร้างบิสซิเนสโมเดลใหม่ๆ ในวงการเพลงผ่านโลกดิจิทัล ด้วยการจัดฟรีคอนเสิร์ตออนไลน์ที่ ฟังใจ เรียกคอนเสิร์ตนี้ว่า At Home Festival ผ่านการเล่นคอนเสิร์ตของศิลปิน 10 คนเล่นดนตรีจากบ้านตัวเอง ผ่านช่องทางออนไลน์ของฟังใจ โดยการเล่นคอนเสิร์ตทั้งหมดใช้เวลา 7 ชั่วโมงบนโลกออนไลน์

และเปิดให้แฟนเพลงศิลปินมีส่วนร่วมในการสนับสนุนศิลปิน ด้วยการโอนเงินสนับสนุนศิลปินผ่านฟังใจ และฟังใจจะนำเงินส่วนนั้นแบ่งให้กับศิลปินเท่าๆ กัน

โดยฟังใจจัดคอนเสิร์ต At Home Festival เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 ได้ยอดเงินสนับสนุนศิลปินทั้งสิ้น 300,000 บาท

ซึ่ง Marketeer มองว่าเป็นยอดรายได้ที่สนใจเหมือนเทียบกับต้นทุนในการจัดงาน

การจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ ศรัณย์เล่าว่า สามารถทำได้หลายบิสซิเนสโมเดล

เช่น

1. การขายบัตรคอนเสิร์ตให้กับแฟนเพลงที่จะเข้ามาดูคอนเสิร์ตออนไลน์ในราคาที่ต่ำ แต่การแสดงในรูปแบบนี้จะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนในระบบภาพ เสียง และบรรยากาศ พร้อมกับเชิญศิลปินมาเล่นดนตรีในสถานที่ที่กำหนด เพราะผู้บริโภคที่จ่ายเงินเข้าชม ส่วนใหญ่คาดหวังจากการชมคอนเสิร์ต

2. การจัดฟรีคอนเสิร์ตให้แฟนเพลงเข้ามาชมฟรี และหารายได้จากเงินที่แฟนเพลงโอนเข้ามาเพื่อสนับสนุนศิลปิน ซึ่งการเปิดให้แฟนเพลงได้ชมฟรี จะลดความคาดหวังจากแฟนเพลงไปพอสมควร

3. การเปิดให้ฟังฟรี และไม่มีการรับเงินสนับสนุนศิลปินแต่อย่างใด

 

ศรัณย์กล่าวต่อว่าโควิด-19 มาจะทำให้เกิดแนวทางใหม่ๆ ใน ธุรกิจเพลง ผ่านโลกดิจิทัล

อย่างเช่นแฟนเพลงยอมจ่ายเงินเพื่อดูคอนเสิร์ต เพราะต้องการซื้อประสบการณ์การชมดนตรี บนแสงสีเสียงที่ดี พร้อมการมีส่วนร่วมกับผู้ชมอื่น

ซึ่งทางออกของผ่านโลกดิจิทัลอาจจะใช้เทคโนโลยี AR และ VR สร้างบรรยากาศชมคอนเสิร์ตผ่านโลกเสมือนได้

 

อย่างไรก็ดี โลกของดิจิทัลทำให้ศิลปินต้องปรับตัว อย่างที่ผ่านมามีศิลปินต่างๆ จำนวนมาก ที่ให้แฟนเพลงได้ฟังเพลงฟรีบนโลกออนไลน์ เพื่อให้ตกหลุมรักในเพลงนั้นๆ จนเกิดการติดตามเป็นแฟนเพลง ตามไปดูคอนเสิร์ต ซื้อของที่ระลึก และผลงานของศิลปินที่ติดตาม

แต่ในปัจจุบันโลกของโซเชียลมีเดียสร้างแนวทางในการโปรโมตเพลงในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงแฟนเพลง อย่างเช่น การสร้างกลุ่มแฟนคลับศิลปินบนโลกโซเชียลเพื่อเป็นตัวกลางระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง ผ่านคอนเทนต์ที่หลากหลายนอกเหนือจากเพลง

รวมถึงไอเดียในการโปรโมตเพลงใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เช่น การหาท่อนฮุกที่สั้นและติดหูเพื่อโปรโมตผ่าน IG Story หรือการตัดเพลงท่อนฮุกให้มีความสั้นไม่ถึงหนึ่งนาทีเพื่อให้แฟนเพลงในแอป TikTok นำไปใช้ประกอบคลิปสั้นๆ เป็นต้น

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer