เมื่อสัก 5 ปีที่แล้วช่วงเวลาหลัง 23.00 น เมื่อจบละครหลังข่าวเป็นเวลาที่ใครต่างเฝ้าดูรายการ Talk Show  อย่าง ตีสิบ,ที่นี่ หมอชิต และอีกสารพัดรายการบันเทิงก่อนนอนที่อัดแน่นเต็มผังทุกคืน

ในยุคนั้นเป้าหมายก็เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณากันโดยมีช่อง 7 กับช่อง 3 ที่ขับเคี้ยวแบบไม่มีใครยอมใคร

5 ทุ่ม ไม่ตาย ก็ต้องหนี

แต่มาในยุค “ทีวี ดิจิทัล”  23.00 น กลายเป็นเวลามรณะ หลายรายการหลบหนีไป ออนแอร์ ช่วงเวลา เสาร์ – อาทิตย์ หลัง 12.00 น. ไล่ยาวไปถึง 19.30 น   

ขณะเดียวกันก็มีบางรายการเลือกที่จะ “อยู่ต่อ” พร้อมพบกับคำว่า “ขาดทุน” ต่อเนื่องทนพิษบาดแผลทางธุรกิจไม่ไหวต้อง “ฮาราคีรี” ปิดฉากตำนานรายการตัวเองลง ตัวอย่างล่าสุดคือ “ที่นี้หมอชิต” ของช่อง7 ที่มีลมหายใจมากกว่า 10 ปี ก็ยุติการออนแอร์

แล้วเวลานี้หลัง 23.00 น เมื่อกดรีโมททีวีจะเจออะไร ? ส่วนใหญ่คือ ภาพยนตร์เก่าๆ, ละครและซีรี่ย์รีรัน,ข่าวภาคดึก,จะเหลือ      รายการดังๆจากในอดีตก็แค่ “กิ๊กดู๋สงครามเพลง เงินล้าน” และ “เรื่องจริงผ่านจอ” 

วิกฤตทีวีดิจิตอล

จะเห็นว่าอันดับ 3 ข่าวสามมิติของช่อง3 ที่ยืนฝ่าวิกฤติมาได้ยังมีเรตติ้งแค่ 1.1 คงไม่ต้องถามว่ารายการที่ต้องหนีช่วงเวลา 23.00 น ไปออนแอร์ในเวลาอื่น ณ เวลานั้นมีเรตติ้งเท่าไร

เหตุผลที่ 23.00 น จะกลายเป็น Dead Air

และรายการที่ต้องปิดฉากตายไปจากจอ TV เวลา 23.00 น นั้นมีเรตติ้งเท่าไร ?

เหตุผลที่ทำให้เวลา 23.00 ยุคทีวีดิจิทัล อยู่ในขั้นโคม่า นั้นคือในช่วงเวลา Prime time 20.00 – 22.45 น. นอกจากเต็มไปด้วยละครแล้วนั้น ยังมีหลายช่องเลือกจะเสิร์ฟรายการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ละคร ซึ่งนั้นทำให้คนดูได้ดูรายการ “เกมโชว์ “ และรายการดีๆ ในเวลาที่เร็วขึ้น แล้วทำไมจะต้องรอดูรายการหลัง 23.00 น.อีก

อีกทั้งรายการกลุ่มประเภท “ทอล์กโชว์” กับ ดารา คนดัง ที่ในอดีตได้รับความนิยมและอยู่ในช่วงเวลาหลัง 23.00 น ผู้ชมเองก็เลือกจะกดติดตามใน facebook และ IG ของดารา ทำให้แฟนคลับรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวชีวิตของดาราและคนดังทันที ไม่มีความจำเป็นจะต้องมานั่งรอดูรายการ “ทอล์กโชว์”

ที่สำคัญพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากในอดีตหลังเวลา 23.00 น จะเฝ้ารอดูรายการบันเทิงต่อจากละครหลังข่าว แต่ปัจจุบันผู้ชมเลือกจะเสพ Content ออนไลน์ก่อนที่นอนหลับ

ส่วนเหตุผลที่เกือบทุกช่องหันมาเทหมดหน้าตักให้กับช่วงเวลา Prime time ก็ในเมื่อเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ชมทีวีมากที่สุด  ก็ต้องส่งรายการดีที่สุดเข้ามาแย่งชิงเรตติ้งและเม็ดเงินโฆษณาในเวลานี้ 

จึงไม่แปลก! ที่เวลานี้เรากดรีโมทยุคทีวีดิจิทัลช่วงเวลา 23.00 น ก็จะรู้สึกเหงาๆ ไม่คึกคักเหมือนยุคทีวีอนาล็อก

ยิ่งเมื่อเอเจนซี่และแบรนด์สินค้าอีกหลายเจ้าเลือกที่จะไม่ซื้อเวลาโฆษณาในช่วงเวลาหลัง 23.00 น ยิ่งทำให้เวลานี้กลายเป็นเวลา Dead Air  รายการบันเทิงอย่างสมบรูณ์แบบ

วิกฤตทีวีดิจิตอล


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer