อร่อยอย่างเดียวพอที่ไหน! “ D’oro ” รีแบรนด์ใหญ่ มอบความสุขลูกค้ามากกว่าเดิม

ถ้าถามอาชีพในฝันของใครหลายคน เชื่อว่า “เปิดร้านกาแฟ” นี่น่าจะติดระดับท็อป

ลองนึกภาพตาม  มีร้านกาแฟเล็กๆของตัวเอง สูดไออุ่นเมล็ดกาแฟทุกวัน มองดูรอยยิ้มลูกค้าระหว่างคนกาแฟ เป็นแหล่งรวมไอเดียที่ผู้คนเข้ามาแชร์ในแต่ละวัน

การได้ทำในสิ่งที่รักให้เป็นอาชีพ ได้ใช้เวลาอยู่กับมันทั้งวัน นี่มันอาชีพในฝันชัดๆ

ไม่แปลกที่เราจะให้หนุ่มสาวบาริสต้า แห่กันเปิดร้านกาแฟควบคู่กับงานประจำ หรือบางคนทุ่มเทลาออกมาเพื่อทำร้านกาแฟอย่างเดียว

ทว่า …จะมีสักกี่คนที่ ไม่ใช่แค่ “รักจริง” แต่ “รู้จริง” ในทุกเรื่องของกาแฟ

และในจำนวนที่คนรักจริง รู้จริง จะมีสักกี่คนที่ประสบความสำเร็จ สร้างแบรนด์ของตนเอง คงอยู่และต่อยอดได้

แต่วันนี้ไม่ได้มาเล่าเรื่องแบรนด์กาแฟ “ไซเรนสาว”เบอร์หนึ่งโลก ที่เพิ่งโดนแบรนด์ “ป่าดงดิบ” ทำยอดขายแซงในประเทศไทยไปหมาดๆ

จากมูลค่าตลาดกาแฟปัจจุบันประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถ้านับแค่ อันดับ 1 และ 2 ก็มีส่วนแบ่งไปมากกว่า 70% แล้ว

กำเนิด “ดิโอโร่”กาแฟสัญชาติไทย แรงบันดาลใจอิตาลี

เพราะเชื่อว่าหลายคนรู้สตอรี่มวยรุ่นใหญ่คู่นี้จนเบื่อแล้ว วันนี้เรามาคุยกับมวยรุ่นเล็ก แต่คุณภาพไม่เล็ก กับแบรนด์กาแฟสัญชาติไทย แรงบันดาลใจอิตาลี “Café D’oro” หรือที่วันนี้รีแบรนด์ใหม่ที่เรารู้จักกันดี ในชื่อ D’oro ซึ่งบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวการทำธุรกิจกาแฟของ “คนกาแฟตัวจริง” และตอนนี้กำลังรุกตลาดหนักขึ้นด้วยการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ภาษามวยเรียกว่าเล็กพริกขี้หนู หุ่นกำลังสวย แถมสดสุดๆ

“D’oro เริ่มมาตั้งเเต่รุ่นคุณพ่อเมื่อ 30 ปีที่เเล้ว โดยมีธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เราผลิตกาแฟเอง รวมทั้งธุรกิจการส่งออกกาแฟ, เครื่องชงกาแฟ และกาแฟคั่ว ต้องบอกว่า D’oro ถือเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านกาแฟแบรนด์แรกๆของไทย ในเมื่อเรามีวัตถุดิบที่สามารถผลิตได้เอง เเละมีคุณภาพที่ดี เป็นคำตอบว่าทำไมกาแฟเราจึงรสชาติเยี่ยม” ภคมน สมบูรณ์เวชชการ “นีน่า” ผู้บริหารไฟแรงทายาทรุ่นที่สอง ที่วันนี้ดูแลตำแหน่ง Chief Operation Officer บริษัท โกลเด้นครีม จำกัด เล่าที่มาที่ไปให้เราฟัง

“ D’oro ” Premium Economy Coffee 

ทำไมกาแฟดีๆ รสชาติเยี่ยมต้องราคาแพง นี่เป็นคำถามที่ผู้บริหารสาวเล่าให้เราฟังถึงจุดยืนที่แตกต่างหรือ Positioning ในการสร้างธุรกิจ

ด้วยความตั้งใจที่จะต่อยอดธุรกิจ กับการสร้างแบรนด์ร้านกาแฟคุณภาพ เป้าหมายสำคัญคือต้องการให้คนไทยได้เสพกาแฟชั้นเยี่ยม ทั้งรสชาติและบรรยากาศที่ดี ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ สามารถเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน เหมือนมีร้านกาแฟเป็นเพื่อนในทุกช่วงเวลา ดังนั้นคำว่า Premium Economy จึงเป็นจุดยืนในการสร้างแบรนด์ตั้งแต่วันแรก

แรงบันดาลใจของร้านเกิดขึ้นเมื่อได้ไปเห็น Coffee Corner ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งในยุคนั้นทุกคนสามารถแวะพักเพื่อซื้อกาแฟและใช้เวลาในร้านได้ และในตอนนั้นประเทศไทย ยังไม่มี Coffee corner มากเท่าไหร่ จึงปิ๊งไอเดีย concept ดังกล่าวมาสร้างร้านกาแฟเป็นที่มาของร้านกาแฟสไตล์อิตาเลียนครั้งแรกในประเทศไทย โดยสาขาเเรกเกิดขึ้นที่ปั้มนํ้ามันเซลล์ สาขาถนนวิภาวดี จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 17 ปี

 

D’oroเป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ทอง ซึ่งสีทองมาจากการทำ Perfect Espresso Shot ซึ่งเป็นชั้นโฟมของน้ำมัน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นและรสชาติที่ดีที่สุด

 

ความรักที่อยู่ในดีเอ็นเอทุกเมล็ด

เพราะช่วงเวลาจิบกาแฟร้อนๆ มันไม่ใช่แค่การดื่มกาแฟ มันคือช่วงที่อารมณ์ของเราจะหยุดนิ่ง สงบ เป็นการผ่อนคลายและเตรียมตัวที่จะเผชิญชีวิตประจำวัน ดังนั้นกาแฟที่ดีจึงต้องละเมียดละไม คู่ควรกับอารมณ์ที่ละเมียดละไมเช่นกัน ซึ่งนี่เป็นจุดหมายที่เจ้าของแบรนด์ดิโอโร่ต้องการที่จะเป็น คือการสร้าง “ร้านกาแฟชั้นดีที่ทุกคนเข้าถึงได้”

 

 

“กาแฟทุกเมล็ด ส่วนผสมทุกอย่าง วิธีการทำ ขั้นตอนการปรุง พื้นฐานเหล่านี้ต้องละเอียด ตลอดจนบรรยากาศ การบริการ ราคา ทั้งหมดทำให้ลูกค้าจะรู้ดีว่ากาแฟร้านไหนควรมาบ่อยๆ หรือนานๆมาครั้งก็พอ สิ่งที่เราแตกต่างคือ คุณภาพของเราควบคู่กับราคาที่เหมาะสม เราจัดบรรยากาศที่ดี การบริการแบบเป็นกันเอง ลูกค้าประจำเดินเข้ามาคนชงก็รู้แล้วว่าเอาแบบไหน ส่วนผสมอย่างไร ดิโอโร่จึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟที่ซื้อมาขายไป แต่เราเติบโตยืนระยะได้ เพราะลูกค้ารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกับลูกค้า ซึ่งลูกค้ารักและผูกพันกับแบรนด์เรามาก”

ไม่ใช่แค่กาแฟแต่งานศิลปะที่ถูกส่งต่อ

ปัจจัยเหล่านี้ถูกบรรจุเป็นดีเอ็นเอ ถ่ายทอดจากเจ้าของร้าน ถึงพนักงานทุกคน นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการจนถึงวันนี้ ตรงนี้ผู้บริหารสาวย้ำว่า  คนที่คิดจะเปิดร้านกาแฟต้องตกตะกอนเรื่องคุณภาพและการบริการ เพราะธุรกิจร้านกาแฟมีความพิเศษตรงที่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนและความรู้สึก แค่ทำกาแฟอร่อยอย่างเดียวจึงไม่พอ การสร้างแบรนด์ร้านกาแฟต้องอยู่บนพื้นฐานการสร้างความรู้สึกที่ดีกับลูกค้า ซึ่งการจะทำได้ต่อเนื่อง ย่อมต้องออกมาจากใจ ออกมาจากความรัก ทั้งรักในกาแฟ รักลูกค้า และลูกค้าจะรักร้านเรา

 

Rebrand ครั้งใหญ่ ให้ความสุขลูกค้ามากขึ้น

แต่หากยึดความสำเร็จเดิมๆ การเติบโตคงไม่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทีมผู้บริหารจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่D’oro จะต้องเปลี่ยนแปลง เป็นที่มาของการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ เพื่อที่จะมอบความสุขลูกค้ามากกว่าเดิม

การ Rebranding ครั้งนี้เปลี่ยนเปลงทั้งหมดทุกด้าน ตั้งแต่ปรับกลยุทธ์ใหม่ ครบ 360 องศา(Product,Service,CRM,Marketing etc.), Logo ใหม่, Decoration ร้านใหม่, สีสัน mood & toneใหม่, design แก้วใหม่, ภาพลักษณ์ เเละ เมนูใหม่ๆ รวมทั้งชื่อร้านใหม่จากเดิม Café D’oro เป็น“D’oro”

โดย conceptทั้งหมดถูก design เพื่อตอบโจทย์คนในสมัยนี้เเละยังคงราคาที่เหมาะสมควบคู่กับคุณภาพที่ดี (reasonable price เเละ good quality)

 

Reasonable Price & Good Quality

 

 

 

 

 

ทุก shop ออกแบบไห้ตอบโจทย์คนทุกเพศ อายุ เเละ อาชีพ ไม่ว่าใครๆก็สามารถเข้ามาดื่มกาแฟได้อย่าง ไม่เคอะเขิน ตามคอนเซ็ปต์ Friendly, Passionate, Optimistic

“เราจะดื่มกาแฟอย่างมีความสุข บรรยากาศเป็นเรื่องสำคัญมาก การดีไซน์ของเราจึงอยากให้บรรยากาศดูสบาย ชิลๆ เเละเมื่อเข้ามาใช้บริการเเล้วรู้สึก friendly ซึ่งโดยองค์ประกอบรวม Mood & Tone ที่ทันสมัย โดยยังคงเอกลักษณ์ใน style D’oroสะท้อนออกมา คือมีความกันเอง สดชื่น เป็นเพื่อนกับทุกคน ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้” เธออธิบายแรงบันดาลใจของการตกแต่งร้านใหม่

การรีโนเวตร้านใหม่ไม่ใช่แค่เพิ่มความสดใหม่เท่านั้น แต่ยังเติมเต็มตัวตนให้ชัดเจนขึ้น การเลือกใช้สีที่คำนึงถึงอารมณ์ลูกค้า ยังสะท้อนตัวตนเด่นชัด ที่เน้นเพิ่มความสุขให้ลูกค้ามากขึ้น

“ไม่ใช่แค่ทำร้านใหม่อย่างเดียว เราเพิ่มสาขาขึ้นด้วย จากเดิมสาขาส่วนมากจะอยู่ตามปั้มนํ้ามัน เเต่ถึงเวลาเเล้วที่ D’oroจะเข้าไปเสิร์ฟกาแฟให้กับทุกคน ให้ D’oro เข้าไปอยู่ใน lifestyle ของคนมากขึ้น โดยจะเริ่มขยายไปในตัวเมืองหรือชุมชนใหญ่ๆ จนกระทั่ง Office Building,โรงเรียน, โรงพยาบาล เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม Target”

 

แบรนด์กาแฟไทยแบรนด์แรกที่มี Drive Thru

ในขณะที่ผู้คนใช้เวลาเดินทางนานกว่าเดิม การดื่มกาแฟในรถขณะขับรถก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง จึงนำรูปแบบ Drive Thru เข้าไปตอบโจทย์ลูกค้าเพื่อให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเริ่มที่สาขา สุขาภิบาล 5 ซึ่งD’oro ถือว่าเป็นแบรนด์กาแฟไทยเเบรนด์เเรกที่มี drive thru อีกด้วย

การสร้างสรรค์เพื่อที่จะให้ลูกค้าได้รับความสะดวกที่สุด เป็นปัจจัยสำคัญของการต่อยอดทุกธุรกิจ

 

 

ลงทุนวางระบบ CRM เพื่อเชื่อมความสุขให้ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ

นอกจากเรื่องผลิตภัณฑ์และบริการ ทางผู้บริหารD’oro ได้ทุ่มทุนวางระบบเพื่อมุ่งให้ความสำคัญกับลูกค้าในระดับ Personalize คือการใส่ใจแบบรายบุคคลโดยการวิเคราะห์ผ่าน Big Data เเละพัฒนาโดยใช้ One -on-one Marketing เพื่อที่จะตอบสนองความสุขของลูกค้าแบบรอบด้านและเสิร์ฟความใส่ใจในเชิงรายละเอียด
จะเห็นว่า D’oroเป็นแบรนด์กาแฟที่แม้ดูเป็นเจ้าเล็กเมื่อเทียบกับสองเจ้าใหญ่ในตลาด แต่ก็มีการพัฒนานวัตกรรมและคุณภาพให้ทัดเทียมโกลบอล ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะที่ดีของผู้ประกอบการไทย
D’oroวางแผนที่จะเพิ่มสาขาให้ครบ 300 สาขา ภายใน 3 ปี เเต่ยังคงมุ่งรักษามาตรฐานเเละคุณภาพของ สินค้าเเละบริการ ในราคาที่สมเหตุสมผล ด้วยการควบคุมคุณภาพของกาแฟที่ผลิตเอง ซึ่งในอนาคตผู้บริหารสาวเล่าว่าการขยายทุกสาขายังคงเน้นเรื่องการควบคุมคุณภาพให้มีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพของทุกสินค้าก่อนถึงมือลูกค้า

 

ทำงานที่รัก เพื่อให้ลูกค้ารักในงานของเรา

การเติบโตของ D’oro เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจ แต่ความคิดของเจ้าของแบรนด์น่าสนใจกว่า

“แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เราปั้นมาด้วยความรักและความเอาใจใส่ เป้าหมายสูงสุดเราต้องการให้คนไทยมากินกาแฟแบรนด์ไทย ได้อย่างมั่นใจถึงคุณภาพเเละภาพลักษณ์ที่ ถือเเล้วต้องไม่อายใคร เป็นแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนทุกวัย”

แน่นอนการมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง คงเป็นความฝันของคนรุ่นใหม่ใครหลายคน

แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าสลัดความฝันแล้วลุกขึ้นมาทำให้เป็นจริง

แล้วไม่ได้ทำแบบมั่วๆ แต่ศึกษาหาช่องทางโอกาส ทำการบ้าน จนกระทั่งอยู่รอด ต่อยอดได้

สิ่งที่เธอเน้นย้ำในตอนท้ายบทสนทนา เธอเชื่อว่าความสุขคือสิ่งที่ส่งต่อได้ สำหรับคนรักกาแฟแล้ว เธอจึงต้องการส่งความสุขผ่านกาแฟที่ละเมียดละไมทั้งรสชาติ บรรยากาศและการบริการ ต้องทำให้ลูกค้ามาครั้งแรก แล้วติดใจมาครั้งต่อๆไป รวมถึงแนะนำคนอื่นต่อได้ นี่จึงเป็นความหมายที่แท้จริงของการทำงานที่รัก เพื่อให้ลูกค้ารักในงานของเรา และเติบโตอย่างยั่งยืน


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline