ก้าวสู่ปีที่ 47 ที่แบรนด์ S&P อยู่คู่กับคนไทยในทุก ๆ ช่วงเวลาแห่งความสุข ด้วยสินค้าและบริการที่สร้างความประทับใจให้ทุกครอบครัวที่มาใช้บริการ

จากก้าวแรกที่เริ่มต้นเพียงร้านไอศกรีมคอร์เนอร์เล็ก ๆ เติบโตก้าวสู่การเป็นธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ที่มีสาขาทั้งในและต่างประเทศกว่า 500 สาขากระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงไม่แปลกที่ภาพจำของคนส่วนใหญ่จะนึกถึง S&P ในบทบาทของผู้นำด้านเค้กและเบเกอรี่ พร้อมสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการทุกท่านจนนำไปสู่การคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2019-2020” แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ในหมวดร้านเบเกอรี่

ร้านอาหารของครอบครัวส่งมอบความผูกพันและของอร่อย

“ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่นึกถึง S&P นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอด 47 ปี ตั้งแต่ในรุ่นของคุณแม่ (ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เราตั้งใจทำและอยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า”

วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)ส่งต่อคำขอบคุณผ่าน Marketeer พร้อมบอกเล่าถึงความผูกพันและประสบการณ์ดี ๆ ที่อยากแบ่งปันให้กับทุกท่าน

“ครอบครัวเราชอบเรื่องอาหารอยู่แล้ว จำได้เลยว่า ตอนเด็ก ๆ คุณแม่พาไปทานอาหารที่ต่าง ๆ เจอร้านไหนน่าสนใจจะนำไอเดียมาปรับใช้ในสไตล์ของเรา เพื่อให้ลูกค้าเราได้รับสิ่งที่ดี อย่างเช่น เค้ก เริ่มต้นจากการที่คุณน้าได้พิมพ์รูปการ์ตูนมาจากสหรัฐอเมริกา เราจึงเป็นเจ้าแรกที่ทำเค้กการ์ตูนขึ้นมา และโดนใจกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวอย่างมาก จนกระทั่งปัจจุบัน เราก็ยังศึกษาหาข้อมูลจากต่างประเทศตลอด พยายามนำสิ่งที่ดีในแต่ละที่กลับมาประยุกต์และพัฒนาสินค้าของเรา”

โดย วิทูร กล่าวถึง Key Success ของ S&P ว่า จะเน้นหนักในเรื่องของคุณภาพ”และที่สำคัญคือ “เข้าใจลูกค้า”เพื่อส่งต่อสิ่งที่โดนใจและตอบโจทย์ความต้องการที่สุด พร้อมนำเสนอ“นวัตกรรม”ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าเสมอ ๆ

“เราไม่หยุดยั้งในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และยกระดับบริการของเราโดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป เราจะไม่ยอมหยุดนิ่ง แต่เราจะมุ่งไปข้างหน้า เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา”

ไลน์ธุรกิจมากกว่าแค่เบเกอรี่ เพราะ ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย”

S&P เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2532 ซึ่งเป็นปีที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลังจากนั้นก็ยังคงขยายอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในช่วง 3-4 ปีมานี้จะเติบโตช้าลง เนื่องจากมีสาขาค่อนข้างครอบคลุมในหลายพื้นที่ แต่เราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์

และเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต โรงพยาบาล ออฟฟิศ มหาวิทยาลัย กลุ่ม Transportation (แอร์พอร์ต บีทีเอส เอ็มอาร์ที ปั๊มน้ำมัน) รวมทั้ง สแตนอะโลน หรือในคอมมิวนิตี้มอลล์ต่าง ๆ  รวมทั้งขยายไปยังตลาดต่างประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย

ไม่เพียงแค่ผู้นำในตลาดเบเกอรี่ ที่โดดเด่นทั้งเค้ก คุกกี้ พัฟ พาย และขนมไหว้พระจันทร์ S&P ยังมีสายการผลิตขนมไทยที่เป็นที่นิยมของลูกค้า รวมไปถึงมีธุรกิจในเครืออีกมากมาย ทั้ง ร้านอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น  ผลิตภัณฑ์อาหารและเบเกอรี่สำเร็จรูปแช่แข็ง บริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ Food Service สายการบิน นอกจากนี้ ยังให้บริการส่งอาหารถึงบ้าน (1344 Delivery) อีกด้วย

“‘เค้กปอนด์เป็นสิ่งที่แบรนด์เราโฟกัสเป็นอย่างมาก เนื่องจากเค้กไม่เหมือนเบเกอรี่อื่นๆ แต่มันคือ  Cake & Gift ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งมอบความสุข ความประทับใจให้กันในวาระสำคัญ วันพิเศษ หรือวันแห่งการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว นี่คือสินค้าหลักอันดับหนึ่งของเรา สำหรับ ‘เบเกอรี่’ อื่น ๆ เช่น ขนมปัง ขนมอบ บัทเทอร์เค้ก เค้กกล้วยหอม คุ้กกี้ พาย แซนวิช ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ลูกค้าซื้อรับประทานได้ทุกวัน ดังนั้น จะต้องมีความหลากหลายและมีคุณภาพ รวมไปถึง ‘อาหารไทย’ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเริ่มมาตั้งแต่แรก เราจึงให้ความสำคัญทั้งเรื่องรสชาติ และคุณภาพวัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังมี เครื่องดื่มชื่อแบรนด์ Bluecup โดยมีกาแฟเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด ซึ่งรับประทานควบคู่ไปได้ทั้งกับเบเกอรี่และอาหาร

นอกจากนี้ เรายังมีบริการดิลิเวอรี แคทเทอริ่ง เทรดดิ้งพวกแพ็คเกจฟู้ดรีเทล ที่ขายอยู่ในซูเปอร์/ไฮเปอร์มาร์เก็ตด้วย และ Food Service ที่เรารับทำ OEM ผลิตสินค้าให้หลายแบรนด์ดัง เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ หรือเบเกอรี่ที่อยู่ในร้านอาหาร ร้านไอศกรีม หรือเครื่องดื่มเชนใหญ่ๆ ด้วยกำลังการผลิตที่เรามีอยู่ถึง 4 โรงงาน ได้แก่ โรงงานเบเกอรี่ 3 โรงงาน และโรงงานอาหาร 1 โรงงาน รวมถึงทำโปรดักช์ส่งให้กับกลุ่ม ‘ไมเนอร์ ฟู้ด’ หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย คือเราอยู่ในโลกของอาหารเยอะมาก ๆ”

ปรับกลยุทธ์รับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ในปีแห่งความผันผวนจากการระบาดของ COVID-19 ที่เศรษฐกิจสะดุดทุกวงการ S&P มีการปรับกลยุทธ์เพื่อพร้อมรับมือได้อย่างน่าสนใจ พร้อมเติบโตไปท่ามกลางตัวแปรหลากหลาย

“นอกจากวางแผนขยายตัวในอนาคต ปี 2563 นับเป็นปีที่ Re-Structure ภายใต้แนวคิด Lean Management ทำให้มีประสิทธิภาพที่สุดโดยใช้ทรัพยากรขององค์กรให้คุ้มค่าที่สุด ภายใต้แผนการดำเนินงาน 9 ข้อ  ในครึ่งปีหลัง ประกอบด้วย

  1. ผลักดันยอดขายเค้ก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อันดับ 1 ของประเทศ
  2. มุ่งเน้นการบริการ 1344 Delivery เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
  3. พิจารณาการลงทุน การเปิด-ปิด สาขาร้านอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. พิจารณาการดำเนินการผลิตของโรงงานให้คุ้มค่า และเกิดประสิทธิผลสูงสุด
  5. พิจารณาการดำเนินการของกลุ่มแบรนด์พิเศษ เช่น วานิลลา ภัทรา พาทิโอ SNP HQ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  6. พิจารณาการดำเนินการของกลุ่มแบรนด์ญี่ปุ่น ได้แก่ ไมเซน อุเมะโนะฮานะ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  7. พิจารณาค่าใช้จ่ายของสำนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Lean องค์กร ให้มีความกระชับ คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
  8. พิจารณาแบรนด์ต่างประเทศ ให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ในสถานการณ์โควิด-19
  9. พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน รวมทั้งส่งเสริมภาวะผู้นำแก่พนักงานในทุกระดับ

เราต้องปรับตัว เรียนรู้เยอะ ตัดสินใจให้ทัน ให้องค์กรเดินได้เร็วขึ้น และที่สำคัญคือบริหารอย่างไรให้กระชับไปพร้อมกับการดูแลพนักงานให้ดีที่สุดด้วย”

มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน

S&P ถือเป็นผู้นำแบรนด์อาหารไทยยั่งยืน ด้วยการ “ดำเนินธุรกิจบนหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล” ตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอาหารไทยใส่ใจสุขภาพ พร้อมผลักดันกลยุทธ์แบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการเดินหน้าปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ โดยเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษและหลอดพลาสติกย่อยสลายได้ รวมถึงกล่องบรรจุอาหาร และขนมหลายรายการ

“เราเป็นองค์กรที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปีที่แล้วเราลดพลาสติกได้ประมาณ 80 ตัน ปีนี้เราตั้งเป้าไว้ 100 ตัน ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบ ฉะนั้นสำคัญคือ นำสิ่งที่ลูกค้าแคร์ไปให้เค้ารู้ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและดีขึ้นไปเรื่อย ๆ”

หลายท่านอาจนิยามคำว่าS&P แตกต่างกันไป แต่ในมุมของผู้บริหารแล้ว S&P คือ “Super Service & Premium Product” ที่พัฒนาสู่ Service & Product Business” นำเสนอแก่ลูกค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเมื่อเข้าใช้บริการ

“ไม่เพียงแค่มองถึงการเติบโตของแบรนด์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้นได้อย่างไร เราอยากให้ลูกค้าทุกท่าน นึกถึงเราในฐานะแบรนด์ที่มีของดีและคุ้มค่าให้รับประทานได้ในทุก ๆ วัน หรือแม้แต่รับประทานเพื่อความสนุกสนาน เพราะที่ผ่านมา ร้านเราเป็นแนว Functional Foods ไม่ค่อย Emotional ซึ่งเราก็ต้องสร้างจุดนี้ให้มากขึ้น

เราเชื่อมั่นในสินค้าเราว่าดีอยู่แล้วเพราะผมพูดมาตลอดว่า เราทำสินค้าเพื่อให้ครอบครัวรับประทาน คือ ทำสินค้าเพื่อให้เราทานเอง ผมกล้าพูดว่าไม่มีใครที่ทานผลิตภัณฑ์ของ S&P มากเท่าครอบครัวผม เพราะเราทานเกือบทุกวัน และเราอยู่กับร้านอยู่กับธุรกิจของเรามาตลอด เรามีประสบการณ์ร่วมกับร้านตลอดเวลา

เราพยายามทุกอย่างที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าเสมอเมื่อมาใช้บริการที่ S&P ให้ลูกค้าได้รับ Service & Product ที่ดีที่สุดมั่นใจได้ในความสะอาด ปลอดภัย คุณภาพ ความสดใหม่ พร้อมนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อให้ลูกค้าประทับใจที่สุดซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีการพัฒนาบัตรสมาชิก S&P Joy Card ใน Mobile App ทีมีสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย พร้อมอัพเดทเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของลูกค้า

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ S&P คือการมอบ Service & Product ซึ่งเมื่อสองอย่างนี้รวมกันแล้ว นั่นจะกลายเป็น Experience คือประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ดังนั้น เมื่อพวกเขาเข้ามาแล้วจะต้องมีความสุขกับสิ่งที่เราให้ ซึ่งไม่ใช่แค่โปรดักช์อย่างเดียว แต่ต้องได้รับบริการให้ดีที่สุดด้วยมาตรฐานเดียวกันในทุก ๆ ที่ เป็นการสร้างแบรนด์โดยการยกระดับประสบการณ์แก่ลูกค้าให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกค้าควรจะได้รับ”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer