เสี่ยวหมี่ จากโทรศัพท์มือถือ สู่สินค้าไลฟ์สไตล์ เมื่อแบรนด์จีนท้าชนแบรนด์ระดับโลก (วิเคราะห์)

เสี่ยวหมี่ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้คุมจักรวาลทั้งปวง อยากได้อะไร เสี่ยวหมี่มีหมด

จนหลายคนพูดกันเล่น ๆ ว่า พระเจ้าสร้างโลก ที่เหลือเสี่ยวหมี่สร้าง

เพราะความที่เสี่ยวหมี่มีสินค้าที่ใคร ๆ ก็มีกัน เราเลยลองคิดเล่น ๆ ว่า สิ่งที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อที่สร้างรายได้ให้กับแบรนด์ระดับโลก เสี่ยวหมี่จะมีกับเขาบ้างไหม

และนี่คือตัวอย่างที่เราลองคิดเล่น ๆ ดู

 

ทั้งนี้ แม้สิ่งที่ทำให้เสี่ยวหมี่ประสบความสำเร็จที่ผ่านมาคือโทรศัพท์มือถือ ที่กินสัดส่วนเกินครึ่งของรายได้ทั้งหมด

นับตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน 2563 จากรายงานของบริษัทเสี่ยวหมี่ พบว่า เสี่ยวหมี่ มีรายได้ 103,240 ล้านหยวน หรือประมาณ 472,717.58 ล้านบาท (เติบโตจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 95,708 ล้านหยวน หรือ 438,229.9 ล้านบาท)

แบ่งเป็นรายได้จากการขายมือถือ 61,952.2 ล้านหยวน หรือ 283,668.10 ล้านบาท

แต่ในส่วนของสินค้า IoT และไลฟ์สไตล์ ตามที่เราได้หยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบ ถือเป็นรายได้ที่น่าสนใจ นับตั้งแต่ต้นปี 2563 ไปจนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา เสี่ยวหมี่มีรายได้จากธุรกิจสินค้าในกลุ่มนี้มากถึง 28,237.1 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทย 129,292.65 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 รายได้ของกลุ่มธุรกิจ IoT และไลฟ์สไตล์ มีรายได้ 27,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 123,628.19 ล้านบาท

การเติบโตของธุรกิจ IoT และไลฟ์สไตล์ ส่วนหนึ่งมาจากการที่เสี่ยวหมี่เข้าไปซื้อกิจการของสตาร์ทอัพ รวมถึงเข้าไปลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ มากกว่า 200 บริษัทเพื่อพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลายครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคออกมาให้หลากหลายที่สุด

การลงทุนนี้ส่วนหนึ่งมาจากทิศทางของ Lei Jun หนึ่งในผู้ก่อตั้งเสี่ยวหมี่ ที่วางงบลงทุนรวม 5 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 228,941.10 ล้านบาท ในการลงทุนพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่เข้ามารองรับเทคโนโลยี 5G, AI และ IoT ไลฟ์สไตล์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับการทำตลาดของเสี่ยวหมี่ในกลุ่มสินค้า IoT และไลฟ์สไตล์ เน้นทำตลาดผ่านกลยุทธ์หลักคือ

1. ดีไซน์ ที่มีความสวยและมินิมอล

จากการมองเห็นพฤติกรรมของคนทั่วโลก ที่นิยมตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยอีโมชันนอลมาตัดสินใจร่วมกับฟังก์ชันนอลหลักของสินค้า เพราะคนทั่วโลกมองว่าสินค้ามีดีไซน์ และโชว์ความเป็นตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

ทำให้สินค้าของเสี่ยวหมี่เกือบทั้งหมด จะเป็นสินค้าที่มีดีไซน์สวยงาม เรียบง่ายเน้นสีขาว สีดำ ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์กับทุกสิ่งทุกอย่างได้ง่าย

2. เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งาน

แม้จะเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ แต่เสี่ยวหมี่ยังคงนำเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเป็นตัวดึงดูดความสนใจของผู้ใช้งานใส่ลงไปในนั้น เพื่อให้สินค้าสามารถขายทั้งดีไซน์ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ตอบโจทย์ฟังก์ชันนอลและอีโมชันนอลตามที่เราได้กล่าวมา

3. ราคาดึงดูดใจ

การตั้งราคาจะเน้นราคาที่ผู้บริโภครับได้เมื่อเทียบกับฟังก์ชันและดีไซน์

ซึ่งกลยุทธ์ด้านราคาถือเป็นกลยุทธ์หลักของเสี่ยวหมี่ในการบุกตลาดสมาร์ทโฟน จนประสบความสำเร็จในหลากหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี แม้เสี่ยวหมี่จะตั้งราคาที่ผู้บริโภคเอื้อมถึง แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์ระดับโลกแล้ว คุณภาพของสินค้า เทคโนโลยี อาจจะไม่เทียบเท่ากับสินค้าบางประเภท แบรนด์ระดับโลกเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ และการควบคุมต้นทุนการผลิตที่ไม่ทำให้สินค้าราคาสูงเกินไปนัก

แต่การทำราคาของเสี่ยวหมี่ทำให้หลายคนมองเสี่ยวหมี่เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและสบายกระเป๋า

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer