Li Ka-shing เจ้าสัวผู้สร้าง Horizon Venture เบื้องหลังความปังของแอป Zoom (วิเคราะห์)

ขณะที่หลายบริษัทป่วยหนักหรือต้องปิดฉากจากวิกฤตโควิด แต่ Zoom กลับเป็นบริษัทส่วนน้อยที่ได้รับผลดีจากวิกฤตดังกล่าว แม้การะบาดทุเลาลงมากแต่เพื่อความไม่ประมาท จึงยังไม่สามารถ “ลดการ์ด” ได้ทั้งหมด การเว้นระยะห่างและสื่อสารทางไกลจึงยังจำเป็น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ยอดการใช้แอป Zoom ยิ่งเพิ่มขึ้น จนไตรมาส 2 ปีนี้ทำกำไรเพิ่มอีก 185.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,800 ล้านบาท) โดยLi Ka-shingมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง ก็ยิ้มแก้มปริกับข่าวดีนี้ไม่แพ้ Eric Yuan – CEO ของ Zoom เพราะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ Zoom ด้วย

Lee Ka shing 8

เบื้องหลังความมั่งคั่งครั้งล่าสุดของ Li Ka-shing คือ Horizon Venture-VC ที่ตั้งเมื่อปี 2002 จากความหลงใหลในเทคโนโลยี ซึ่งต่อยอดมาจากนิสัยชอบอ่าน ชอบหาความรู้ใหม่ ๆ รวมถึงความชอบสนทนากับบรรดาคอเทคโนโลยี และผู้ประกอบการรุ่นลูกรุ่นหลานที่มีความคิดน่าสนใจระดับพลิกวงการ ที่ปัจจุบันเรียกกันติดปากว่า Disruption นั่นเอง 

Horizon Venture

 

Horizon Venture ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมายทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น  Skype, Spotify และ Facebook โดยในส่วนของ Facebook ทางLi Ka-shing ลงทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,696 ล้านบาท) เมื่อปี 2007 แลกกับหุ้นเพียง 0.8%

แต่หลัง Facebook โตจนกลายเป็น Socail Media หมายเลข 1 ของโลก มูลค่าหุ้นดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46,950 ล้านบาท) 

FB

 นอกจากนี้ Horizon Venture-VC ยังลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีหรือวิทยาการที่ซับซ้อนอย่างปัญญาประดิษฐ์ (Deepmind) และเนื้อเทียมจากโปรตีนพืชอีกด้วย (Impossible Food) อีกด้วย 

 

Li Ka-Shing VC

Horizon Venture ของ Li Ka-shing เข้าไปลงทุนใน Zoom ตั้งแต่ปี 2013 หลัง Zoom ก่อตั้งบริษัทได้เพียง 2 ปี และทยอยเพิ่มสัดส่วนหุ้นจนเป็น 8.5% ในปัจจุบัน โดยจากผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ที่สูงถึง 663.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20,750 ล้านบาท)

และตัวเลขกำไรที่เพิ่มมา 185.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,800 ล้านบาท) ทำให้มูลค่าหุ้นใน Zoom ที่ Li Ka-shing ถือครองอยู่เพิ่มขึ้นเป็น 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท)

zoom 2

เงินก้อนใหญ่จาก Zoom ยิ่งทำให้ Zoom มีความสำคัญต่อธุรกิจของLi Ka-shing เพราะเป็นธุรกิจที่ทำเงินให้มากสุดปีนี้ ชดเชยการขาดทุนจากสถานการณ์การเมืองในฮ่องกง รวมถึงผลกระทบจากวิกฤตโควิดต่อธุรกิจอื่น ๆ ขณะที่ตัวLi Ka-shing เองก็วางมือทางธุรกิจแล้วให้ลูกชายทั้ง 2 คนมารับช่วงต่อแทนไปเมื่อ 2 ปีก่อน 

 

เจ้าสัวฮ่องกง เจ้าของฉายา Superman 

Lee Ka shing 3

Li Ka-shingเป็นมหาเศรษฐีคนดังเบอร์ต้น ๆ ของฮ่องกง โดยเขาหนีภัยสงครามจีน-ญี่ปุ่นตามครอบครัวเข้ามาในฮ่องกง ตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่ชีวิตก็พลิกผันต้องเลิกเรียนกลางคัน และไปเป็นหนุ่มโรงงานพลาสติก หลังพ่อป่วยหนักจากวัณโรคจนเสียชีวิตไป 

ทว่าLi Ka-shingก็พัฒนาตัวเองจนเป็นเซลส์เบอร์หนึ่งของโรงงานในอีกไม่กี่ปีถัดมา และพออายุได้ 21 ปีก็ขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจ ตั้งโรงงานพลาสติกของตัวเองและขึ้นมาเป็นโรงงานใหญ่หลังได้ Hasbro บริษัทของเล่นสัญชาติอเมริกันเป็นลูกค้าในปี 1969 

Lee Ka shing 5

Li Ka-shingนำกำไรจากโรงงานพลาสติกไปต่อยอดลงทุนในธุรกิจมากมาย เช่น อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ค้าปลีก และเทคโนโลยี โดยจากการที่หยิบจับธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด ชาวฮ่องกงจึงให้ฉายาเขาว่า Superman 

Lee Superman

ปัจจุบัน Li Ka-shing วัย 92 ปีเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของฮ่องกง รองจาก Lee Shau Kee ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 29,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 919,352 ล้านบาท)/cnn, bloomberg, businessinsider, wikipedia, scmp, forbes

zoom Li ka shing

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer