ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร ผู้นำคนใหม่ที่จะพา ไปรษณีย์ไทย ฝ่ามรสุม (สัมภาษณ์พิเศษ)

ปีนี้ ไปรษณีย์ไทยมีอายุครบ 137 ปี เป็นองค์กรใหญ่ของเมืองไทยที่ไม่ยอมปล่อยตัวเองให้แก่ไปตามกาลเวลา   

รายได้จากการบริการที่เริ่มต้นเมื่อ 100 กว่าปีก่อนทั้งจดหมาย โทรเลข ธนานัติ ถูกดิจิทัลดิสรัปไปเกือบหมด

แต่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมายังสามารถทำรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

จนกระทั่งในปี 2562 รายได้และผลกำไรของ ปณท เริ่มลดลงชัดเจนขึ้น (รายได้ 27,531 จาก 29,728 ล้านบาทในปี 61) 

ครึ่งปีแรก 2563 ปณท มีรายได้ที่ 13,000 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 8% กำไร (ก่อนหักภาษี) 1,200 ล้านบาท ลดลง 15% (เป็นรายได้จากกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ 53% กลุ่มบริการไปรษณีย์ 29.7%)

เหตุผลหลัก ๆ ก็มาจากหลายปีมานี้มีคู่แข่งในเรื่องบริการส่งด่วนหลายรายเกิดขึ้น เช่น Kerry, J&T, Flash, Best รวมทั้งเดลิเวอรี่ออนดีมานด์ อย่างเช่น LINE MAN Grab GET

แม้แต่มาร์เก็ตเพลสใหญ่ ๆ เช่น ลาซาด้า และช้อปปี้ ที่ต่างมีบริการโลจิสติกส์ของตัวเองแล้ว

ล่าสุดเคอรี่ คู่แข่งคนสำคัญก็ปาดหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนมาเพิ่มเขี้ยวเล็บเสริมความแข็งแกร่ง

เป็นยุค “แข่งเดือด” ที่ต้องยอมรับว่าไม่เคยมียุคใดที่คู่แข่งเข้าประชิดตัวไปรษณีย์ไทยได้เท่ายุคนี้

 

แล้ว “ผู้นำ” คนใหม่ ที่ไม่ใช่ “คนเก่า” ของไปรษณีย์ไทยก็เข้ามา

วิสัยทัศน์ของ ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร อดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่แสดงให้เห็นว่าเขามีมากกว่าเข้าร่วมวง “สงครามกล่อง” ของคู่แข่ง

แต่วิธีคิดในการใช้จุดแข็งดั้งเดิมที่มีมานานกว่าศตวรรษ มาตีความใหม่ บนบริบทใหม่  คือสิ่งที่คณะกรรมการบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ตัดสินใจเลือกเขา

ก่อกิจอธิบายว่า ในช่วง 2-3 เดือนแรกที่เขาเข้ามารับตำแหน่ง ได้พยายามถามพนักงานหลาย ๆ คนว่ารู้ไหมว่าตัวตนของเราคือใคร

ซึ่งหลาย ๆ คนก็ตอบว่าไปรษณีย์ไทยคือบริษัทขนส่ง

นั่นคือปัญหาแรกที่เขาเจอ และเป็นภาระสำคัญที่ต้องปรับวิธีคิดของคนทำงานให้เข้าใจตรงกัน มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน   

 ผมพยายามอธิบายทุกคนว่า บทบาทหลักของกิจการไปรษณีย์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คือการส่งจดหมายซึ่งเป็นการสื่อสารแบบเดิม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป จดหมายน้อยลง แต่การสื่อสารกลับมากขึ้น แต่เปลี่ยนเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) แทน เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่แต่ยังเกี่ยวกับการสื่อสารเหมือนเดิม ซึ่งยังมีช่องทางที่ทำรายได้อีกมาก”

 โดยไม่ทิ้งดีเอ็นเอของตัวเองคืองานบริการของรัฐที่ต้องเข้าถึงผู้คนทุกกลุ่มรายได้  

เข้าใจไหมครับว่า ทำไมวันนี้บริการ 2 บาท 3 บาท โดยการส่งโปสต์การ์ด ส่งจดหมาย ไปรษณีย์ก็ยังทำอยู่ เช่นเดียวกับการส่งธนาณัติที่วันนี้ยังมีคนใช้อีกหลายแสนคนเพราะมีคนอีกมากมายที่ไม่มีสมุดบัญชีเงินฝาก”

แต่ธุรกิจการขนส่งพัสดุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะการขยายตัวจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จนวันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นรายได้หลักที่เลี้ยงไปรษณีย์ไทย

 อะไรที่ทำอยู่แล้วก็ทำต่อ แข่งกันต่อ เขามีอะไรเราก็ต้องมีให้ผู้บริโภคเขาตัดสินใจเลือกเอง แต่เรื่องที่เรามีบางเรื่องแต่เขามีไม่ได้ ผมจะให้เวลากับตรงนั้นเยอะขึ้น เราก็ต้องกลับมาภูมิใจกับสิ่งที่บรรพบุรุษให้มา แล้วกำหนดทิศทางให้ชัดเจน”

เกือบ 2 ชั่วโมงที่นั่งคุยกันกับ Marketeer มีโครงการที่เรียกว่าพรั่งพรูออกมาจากความคิดของเขาที่กำลังทำมากมายไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ หลายเรื่องเพิ่งเริ่ม หลายเรื่องคอนเซ็ปต์โอเคแล้ว และหลายเรื่องรอขั้นตอนอนุมัติ

เช่น โครงการพัฒนาระบบจัดการด้านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Total Document Handling: TDH) โดย ปณท จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นบุคคลที่ 3 ที่ยืนยันว่ามีการรับส่งแล้ว เมื่อเวลาเท่าไร

เป็นโครงการหนึ่งที่ก่อกิจบอกว่านี่ คือตัวตนคือจุดแข็งของ ปณท ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ แค่เปลี่ยนจากจดหมายธรรมดามาเป็นอิเล็กทรอนิกส์เมล

หรือเรื่องของ e-Timestamping ซึ่งก็คือการประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับรองการมีอยู่ของเอกสาร ณ เวลานั้น ๆ เทียบได้กับตรายางหมึกที่สำนักงานต่าง ๆ ใช้ประทับเวลาที่ได้รับเอกสารต่าง ๆ

ในโลกยุคใหม่ การทำธุรกรรมทางด้านการเงินจะเปลี่ยนไป

ทุกวันนี้ เรื่องธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การทำธุรกรรมออนไลน์ ผมว่ามีไม่ต่ำกว่าพันล้านธุรกรรม คือถ้าเป็นการโอนเงินให้ลูกซื้อของ มูลค่าไม่มากทำผ่านเจ้าไหนก็ได้ แต่ถ้ามัดจำของเป็นพันล้านคนที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางตรงนี้ผมมั่นใจว่าชื่อของ ปณท ได้เปรียบกว่าพวกเอกชน” 

เมื่อ ปณท ขายกาแฟ “โพสต์ คัพ

เขายังมีแผนร่วมทุนกับ กาแฟแบรนด์ดัง ให้มาเปิดร้านขายกาแฟภายใต้แบรนด์ใหม่ “โพสต์ คัพ” ในที่ทำการไปรษณีย์จำนวนไม่ต่ำกว่า 100 สาขา เพื่อเป็นการหารายได้เพิ่ม และสร้างวิถีใหม่ในการให้บริการใครอยากส่งของตอน 6 โมงเช้าก็ไปส่งได้ที่ร้านกาแฟ ขายกาแฟ กำไรแน่นอน ต้นทุนก็น้อยค่าเช่าที่ก็ไม่ต้องเสีย คือสิ่งที่เขาคิด   

ร่วมมือกับพันธมิตรเก่งๆ

ในแต่ละวันก่อกิจจะต้อนรับผู้บริหารจากหลายองค์กรชื่อดังที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดและมองช่องทางทำธุรกิจในการทำธุรกิจใหม่ ๆ  เช่น ไมโครซอฟท์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งโอเปอเรเตอร์ค่ายต่าง ๆ  

เป็นภาพที่เขาบอกว่าต้องการให้ลูกน้องเห็น และกระตุ้นให้ลูกน้องได้คิดตาม อาจจะไม่สำเร็จ ทุกโครงการ แต่ล้มให้เร็ว ลุกให้เร็ว เรื่องไหนทำแล้วไม่ใช่ ก็ต้องเลิก

สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าเบอร์ 1 ไม่ยอมอยู่นิ่งคิดหาโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลา 10 หมัดที่ออกไปอาจจะสำเร็จแค่ 2 หมัด ไม่ต้องมองหมัดที่มันพลาด มองหมัดที่มันเข้าเป้าดีกว่าแอดติจูดควรจะเป็นอย่างนี้ เพราะเราอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว สงครามกล่องตอนนี้ลดเหลือ 9.90 บาท เราจะเล่นสงครามนี้อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

ล่าสุด ปณท เป็น Banking Agent อย่างเป็นทางการให้กับธนาคารกรุงไทย เพื่อเป็นการเพิ่มสาขาในการให้บริการ และยังร่วมกันศึกษาพัฒนารูปแบบและต่อยอดเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการทางการเงินใหม่ ๆ เช่น โครงการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อลดปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลาง ร่วมกับ ธกส. และธนาคารกรุงไทย

 3 หลักในการทำงาน ทำให้เขา “ชอบ” “เชื่อ” แล้วเข้ามา “ช่วย”

 เรื่องของงานอาจจะมองเห็นภาพ แล้วกำหนดวิธีการทำงานกัน่ไป แต่การทำงานกับคนเป็นสิ่งที่ยากกว่า   

เรือใหญ่จะเปลี่ยนทิศใหม่มันต้องใช้แรงเยอะมาก 2 เดือนแรก ผมกลับ 2 ทุ่มทุกวัน โห ต้องยอมรับว่าว่ามันคัดท้ายยากมาก วันแรก ๆ ที่ผมถามว่าบริษัทไปรษณีย์ไทยคืออะไร เขาตอบเราว่าเป็นโลจิสติกส์ ผมก็กลุ้มใจแล้ว เหมือนตัวเองยืนอยู่คนเดียว ต้องกลับไปถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าคนอื่นเขาไม่เอาด้วยจะทำยังไง”

หลักคิด 3 อย่างที่เขายึดปฏิบัติคือทำให้พนักงาน “ชอบ” “เชื่อ” แล้วเข้ามา “ช่วย”

ก่อกิจบอกว่า เขาไม่ใช้วัฒนธรรมการทำงานแบบเจ้านายกับลูกน้องที่อาจจะทำให้หลายคนเกรงไม่กล้าแสดงความคิดเห็น   

ผมไม่ชอบให้คนเรียกว่า นาย อยากให้เป็นวัฒนธรรมหัวหน้ามากกว่า ถ้าเรียกพี่บางทีก็ดูใกล้มาก จนบางครั้ง ตี 1 ตี 2 ยัง โทรหาพี่ (หัวเราะ) เฟซบุ๊กผมคนขอ add friend เป็นร้อยไม่ไหว แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเรียกผมว่า กจป. (กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท)

เข้ามา 10 วันแรก ต่างคนต่างช็อก

กจป. ช็อกในเรื่องวิธีการทำงานที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทำอย่างนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนั้น แต่พนักงานคงช็อกในเรื่องที่ผู้นำมีเรื่องใหม่ ๆ ให้คิดให้เซอร์ไพรส์ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ 10 วันแรก เขาบอกให้พนักงานนุ่งกางเกงยีนส์มาทำงานได้ เสียงค้านเข้ามามากมาย ไม่ได้ ไม่เหมาะ

อย่าลืมว่าครึ่งหนึ่งของเราคือสายปฏิบัติการ ใส่กางเกงทรงสแล็ก ใส่รองเท้าหนังมาทำงานผมว่าไม่ใช่ คำสั่งออกไปผ่านไปเป็นเดือนยังไม่ค่อยมีใครกล้า จนผมต้องถามว่านุ่งยีนส์มาทำงานจะเป็นไรนักหนา ตอนนี้ก็เลยกล้ากันมากขึ้น”

พนักงานหลายคนไม่ว่าอยู่สาขาไหน จังหวัดไหน ประสบอุบัติเหตุก็จะได้รับโปสต์การ์ดหายเร็ว ๆ จาก กจป. คนใหม่ มีเรื่องอะไรด่วน ๆ เขาก็ใช้วิธีเขียนโน้ตไปแปะวางบนโต๊ะของพนักงาน หรือบางครั้งให้คนเดินเอกสารไปให้

ผมต้องกลับมาใช้วิธีนี้เพราะไม่มั่นใจว่าในโลกของข้อมูลข่าวสาร ที่ท่วมท้นในแต่ละวัน วิธีการส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ลูกน้องจะเห็น ก็ผมเห็นเขาแชตโน่นนี่ทั้งวัน เราก็กลัวเขาไม่เห็นของเรา ก็เลยต้องเขียนหา”

อินเทอร์นอล คอมมูนิเคชั่น ผ่านแพลตฟอร์ม “ตะแลปแก๊ป” 

การสื่อสารกับคน 4 หมื่นคน ถ้าใช้ Two-way Communication คงทำได้ยาก ทำไม่ได้ ก่อกิจเลยคิดแพลตฟอร์มตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อ “ตะแลปแก๊ป” เพื่อการสื่อสารภายในองค์กร  

คิดง่าย ๆ ว่า ผมจะรู้ได้ยังไงว่าออกจดหมายเวียนไปแล้วทุกคนอ่าน อ่านแค่ไหน ไม่รู้ว่าเวลาทำไลฟ์เฟซบุ๊ก แล้วเขาดู เขาฟังแค่ไหน แพลตฟอร์มตัวนี้สามารถเช็กได้ว่า จดหมายที่ออกไปพนักงานอ่านไปกี่นาที คลิปไลฟ์ ดูนานแค่ไหน โดยสามารถสั่งให้อ่านซ้ำ ดูซ้ำได้ด้วย”

คาดว่าเดือนตุลาคมนี้จะสามารถเปิดใช้ได้ เขามั่นใจว่าด้วยวิธีนี้จะลดปัญหาความไม่เข้าใจในการทำงานได้มากขึ้น

ดับฝัน ยกเลิกสร้างออฟฟิศใหม่ 

เป็นการช็อกพนักงานอีกเรื่องหนึ่ง คือการที่ผู้นำคนใหม่มานั่งในตำแหน่งไม่กี่วันสั่งยกเลิกการประมูลแบบการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของบริษัทที่มีมูลค่าถึง 3 พันล้าน เขาให้เหตุผลว่า

โลกหลัง COVID-19 มีแต่ความไม่แน่นอน เราควรรักษากระแสเงินสดไว้ แล้วนำเงินไปลงทุนกับเรื่องดิจิทัลหรือเทคโนโลยีดีกว่า”  

Marketeer ถามคำถามสุดท้ายว่า มีเหนื่อย หรือท้อบ้างไหมกับปัญหาที่เจออยู่ทุกวัน เขาตอบทันทีว่า

“ผมไม่เคยสะดุ้งตื่นตี 4 บ่อยขนาดนี้มาก่อน พนักงาน 4 หมื่นคน น่ารักมาก บอกว่าฝากความหวังไว้ที่ กจป . ทำให้ต้องขอบคุณ และไม่ขอบคุณ เพราะผมทำคนเดียวไม่ได้ พวกคุณต้องช่วย แต่ไม่เป็นไร วันนี้ยังยิ้มได้อยู่”

ก็ต้องติดตามดูตอนต่อไปว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของก่อกิจจะทำให้เขากลายเป็นฮีโร่คนใหม่ขององค์กร 100 ปีนี้ได้หรือไม่ 

——————————————————————————————

ห้องทำงานชั้น 2 ของก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กรรมการผู้จัดการคนใหม่ วัย 52 ปีของ ปณท. ก็คือห้องเดิมที่เบอร์ 1 คนก่อน ๆ เคยใช้ เพียงแต่เปลี่ยนการตกแต่งใหม่ตามสไตล์ และความชอบของแต่ละคน

และนี่คือความชอบของผูู้บริหารคนนี้ 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer