เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) วรวุฒิ อุ่นใจ ได้ตกลงเซ็น MOU กับกลุ่มเซ็นทรัล ในการขายหุ้น COL ที่ตัวเองถืออยู่ทั้งหมด 9% หรือ 57.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 19 บาท

ถ้าดีลนี้ไม่มีอะไรผิดพลาดสามารถผ่านที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ต.ค. 63 และผ่านคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามขั้นตอนได้ฉลุย

วรวุฒิจะได้เงินจากการขายหุ้นครั้งนี้ประมาณ 1,094 ล้านบาท

ปิดฉากการทำธุรกิจที่ตัวเองก่อตั้งและปลุกปั้นมานานเกือบ 30 ปี

COL ผู้นำธุรกิจอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ สื่อบันเทิง สินค้าไลฟ์สไตล์ และ E-Book ชื่อเดิมคือบริษัท OfficeMate (OFM) ซึ่งวรวุฒิเป็นผู้ก่อตั้ง และนำเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2553  

ปี 2555 กลุ่มเซ็นทรัลก็ได้เข้ามาขอควบรวมกิจการ “ออฟฟิศเมท” และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) โดยวรวุฒิยังนั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

กันยายน 2563 บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (CRC) ได้เสนอแผนเข้าซื้อธุรกิจและหุ้นทั้งหมดของ COL และเพิกถอนหลักทรัพย์ของ COL จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

สิ่งที่ CRC ต้องการคือเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ของเซ็นทรัล รีเทล  

สิ่งที่ COL ได้ก็คือความใหญ่ของ CRC จะทำให้ธุรกิจในเครือ COL เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ส่วนวรวุฒิจะได้เวลาเพื่อไปทำงานการเมืองอย่างเต็มที่

ทุกอย่างกำลังลงตัว 

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2563 เขาประกาศว่าได้เริ่มต้นทำงานการเมืองอย่างเป็นทางการกับ พรรคกล้า พรรคการเมืองน้องใหม่ ที่มี กรณ์  จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรค และวันนี้เขามีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค

วันที่ 1 มีนาคม 2563 เขาได้ลาออกจากจากตำแหน่ง CEO ของ COL ปัจจุบันนั่งอยู่ในตำแหน่งกรรมการเท่านั้น และในวันเดียวกันก็ได้ลาออกจากประธานสมาคมผู้ค้าปลีก แทนที่จะอยู่ครบกำหนดถึงสิ้นปี

ก่อนหน้าที่จะมีข่าวขายหุ้น 3-4 วัน เขาก็ได้บอกอย่างชัดเจนผ่านทางเฟซบุ๊กว่า เขาเล่นการเมืองเพราะอยากช่วย SME และ Start up ไทย เพราะมั่นใจว่าเข้าใจความรู้สึกและปัญหาของ SME ไทยได้ดีกว่านักการเมืองอื่น ๆ

และเขาได้ผ่านปัญหาต่าง ๆ ในการทำธุรกิจมามากมายตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา

จากความรู้และประสบการณ์ที่ได้พยายามแบ่งปันและบรรยายให้ผู้ประกอบการ SME และ Start up ไทย มาตลอดเวลาร่วม 20 ปี

มาวันนี้เขาคิดว่าแค่บรรยายและทำคลินิก SME หรือ Start up ฟัง… คงไม่พอ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 35 ปีก่อน วรวุฒิเริ่มทำงานกับครอบครัวที่เป็นร้านขายเครื่องเขียนเล็ก ๆ และเป็นธุรกิจที่อยู่ในภาวะใกล้ล้มละลาย มีหนี้สินท่วมท้นล้นตัว

เป็นสภาวะที่เลวร้ายและธุรกิจ SME ไทยอีกมากมายเป็นแบบนี้ บางรายผ่านมันมาได้ แต่อีกหลายรายก็ผ่านไปไม่ได้

ธุรกิจออฟฟิศเมทของเขาเกิดจากโปรเจกต์ขอจบสมัยเรียนปริญญาโทที่นิด้า

เป็นธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านระบบ Catalog และเว็บไซต์ ที่เมื่อ 25 ปีก่อนไม่มีใครทำ

คล้ายกับธุรกิจ Start up ในปัจจุบันที่ทำสิ่งที่ไม่มีมาก่อนในตลาดด้วยโมเดลธุรกิจแบบใหม่

เป็นบริษัทที่พยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ทั้งระบบบัญชีเล่มเดียว และโปร่งใสไม่มีการให้เงินใต้โต๊ะฝ่ายจัดซื้อแม้สักรายเดียว

การทำทุกอย่างให้ถูกต้อง แต่ต้องแข่งกับคู่แข่งที่ทำนอกระบบ มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ

แต่บริษัทที่สร้างขึ้นมาจากโปรเจกต์ปริญญาโทก็สามารถทำรายได้ จาก 0-1 พันล้านบาท ได้ภายใน 15 ปีที่เปิดทำการ

เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จภายใน 15 ปีเช่นกัน

วรวุฒิยังเล่าอีกว่าเขาบริหารบริษัทที่เริ่มต้นจากความฝัน จนยอดขายปีล่าสุดมากกว่าหมื่นสองพันล้าน

เป็นผู้บริหารธุรกิจไม่กี่คนในประเทศไทยที่ผ่านทั้งธุรกิจออนไลน์และธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีสาขาร่วม 200 สาขาทั่วประเทศ

การทำงานการเมืองเลยเป็นอีกความฝันของเขา

เขามั่นใจว่าถ้านำความรู้ความเข้าใจที่เขามีต่อธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพมาเขียนนโยบายพัฒนา SME และ Start up ไทย จะทำให้สามารถพัฒนาและเติบโตได้เหมือนกับเขา

ความฝันครั้งใหม่ของชีวิต วรวุฒิกำลังจะเริ่มต้น โดยปล่อยให้ธุรกิจที่เปรียบเหมือนชีวิตของตนเองไปอยู่ในมือของ ญนน์ โภคทรัพย์ ซีอีโอ นักบริหารมืออาชีพ ของ CRC ต่อไป

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer