SCB Julius Baer ชี้ ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ไม่ได้วัดที่ทรัพย์สิน แต่วัดที่ความพร้อม
เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ The Great Wealth Transfer การส่งต่อสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลจากรุ่นสู่รุ่นในระดับโลก สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่จำนวนความมั่งคั่ง แต่คือ ความซับซ้อนของการส่งต่อ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวไทย และกลุ่มเจ้าของธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการโอนทรัพย์สิน แต่คือการบริหารการเปลี่ยนผ่าน ให้ทั้ง ความมั่งคั่ง คุณค่า และเป้าหมายของครอบครัว สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
เอเดรียน เมซซินาวเออร์ (Adrian Mazenauer) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด สะท้อนภาพชัดว่า “ในอดีต การส่งต่อความมั่งคั่งอาจหมายถึงทรัพย์สิน แต่วันนี้ความท้าทายคือการส่งต่อคุณค่า และ ความพร้อม ไปสู่คนรุ่นถัดไป ดังนั้น Wealth Planning จึงไม่ใช่แค่การเตรียมมรดก แต่คือการออกแบบระบบที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งได้ในระยะยาว”
4 เมกะเทรนด์ ที่กำลังเปลี่ยนโจทย์ Wealth Planning ของครอบครัวไทย
- ความมั่งคั่งไร้พรมแดนมากขึ้น
ปัจจุบันครอบครัวไทยจำนวนมากถือสินทรัพย์กระจายข้ามประเทศ ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ในยุโรป ไปจนถึงโครงสร้างการถือหุ้นในสหรัฐฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โจทย์ใหม่จึงอยู่ที่ กฎหมายมรดกที่แตกต่าง ระบบภาษีที่ซับซ้อน และข้อกำหนดในแต่ละประเทศ ทำให้การวางแผนแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป การออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสมจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การส่งต่อเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และลดความเสี่ยงในระยะยาว
- Next Gen ไม่ใช่แค่ ผู้รับ แต่คือ ผู้ร่วมกำหนดอนาคต
คนรุ่นใหม่กำลังเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ก่อนการส่งต่อ พร้อมมุมมองที่ต่างจากรุ่นก่อน ทั้งด้าน เทคโนโลยี ความยั่งยืน และ Impact ต่อสังคม ซึ่งหลายครั้งอาจแตกต่างจากแนวคิดของคนรุ่นก่อน การสร้างพื้นที่สื่อสารระหว่างรุ่น จึงกลายเป็นหัวใจใหม่ของ Wealth Planning
- สินทรัพย์ยุคใหม่ = ความเสี่ยงแบบใหม่
จากโลกกายภาพ สู่โลกดิจิทัล วันนี้ความมั่งคั่งไม่ได้มีแค่ทรัพย์สินที่จับต้องได้ แต่รวมถึง Digital Assets, Data และ Cyber Security ทำให้การวางแผนต้องครอบคลุมความเสี่ยงรูปแบบใหม่มากขึ้น
- ความยั่งยืน คือส่วนหนึ่งของความมั่งคั่ง
Next Gen ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ ESG และ การกุศล (Philanthropy) มากขึ้นอย่างชัดเจน Wealth Planning จึงไม่ใช่แค่การเก็บรักษา แต่ต้องตอบโจทย์ว่า ครอบครัวจะสร้างผลกระทบอะไรให้โลก
Wealth Planning Series: จากการวางรากฐาน สู่การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างรุ่น
เพื่อช่วยให้ครอบครัวไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว SCB Julius Baer จึงร่วมมือกับ Baker McKenzie จัดทำหลักสูตรเอ็กซ์คลูซีฟ “SCB Julius Baer Wealth Planning Series” ซึ่งออกแบบสำหรับครอบครัวผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ ผ่านการถ่ายทอดมุมมองเชิงลึก ครอบคลุมทั้งมิติด้านกฎหมาย การกำกับดูแล และการส่งต่อคุณค่าระหว่างรุ่นเพื่อวางรากฐานการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน
- Foundations of Wealth Planning: รากฐานของการส่งต่อที่ยั่งยืน
ในโลกที่สินทรัพย์กระจายตัวข้ามประเทศ การวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งที่ดีเริ่มต้นจากโครงสร้างที่เหมาะสม เนื้อหาในตอนแรกได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญของ Baker McKenzie มุ่งเน้นการทำความเข้าใจประเด็นด้านกฎหมายมรดก ภาษี และโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินในแต่ละประเทศ รวมถึงเครื่องมือสำคัญอย่าง ทรัสต์, Foundation หรือโครงสร้างการถือครองแบบต่างประเทศหัวใจสำคัญคือการช่วยให้ครอบครัวมองเห็นว่า Wealth Planning ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างระบบที่รองรับการเติบโตของครอบครัวในระยะยาว และระบบนั้น ต้องยืดหยุ่นพอสำหรับโลกที่เปลี่ยนเร็ว และมั่นคงพอสำหรับการส่งต่อหลายรุ่น
- Governance for Your Family Wealth: เมื่อความมั่งคั่งต้องมาพร้อมกติกาที่ชัดเจน
หลายครั้งความท้าทายของการส่งต่อไม่ได้เกิดจากเรื่องทรัพย์สิน แต่เกิดจากความไม่ชัดเจนของบทบาท หน้าที่ และกระบวนการตัดสินใจภายในครอบครัว Family Governance จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ ตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม การจัดทำ Family Charter การจัดตั้ง Family Council ไปจนถึงบทบาทของ Family Office ในการบริหารสินทรัพย์อย่างมืออาชีพ ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
Julius Baer Foundation ได้แบ่งปันมุมมองว่า การทำสาธารณกุศล (Philanthropy) และกิจกรรมด้านการกุศลของครอบครัว (Philanthropic Initiatives) เป็นอีกหนึ่งกลไกที่เปิดโอกาสให้ Next Gen เข้ามามีบทบาทในครอบครัวผ่านการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืน พร้อมเรียนรู้การบริหารโครงการ การกำกับดูแล และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในบริบทที่ปลอดภัยและไม่กระทบต่อธุรกิจหลักของครอบครัว ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างภาวะผู้นำ ส่งเสริมการทำงานร่วมกับคนรุ่นก่อน และทำให้ Next Gen เข้าใจบทบาทของครอบครัวต่อสังคมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- Mending Family Bridges: เมื่อทรัสต์ (Trust) เป็นมากกว่าเครื่องมือทางกฎหมาย
ทรัสต์ในยุคปัจจุบันไม่ได้มีบทบาทเพียงปกป้องหรือส่งต่อทรัพย์สิน แต่ยังเป็นกลไกที่ช่วยสร้างความโปร่งใส ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมการสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัว โดยครั้งนี้เรามุ่งเน้นการสร้าง “สะพานเชื่อม” ระหว่างรุ่น เพื่อให้การส่งต่อความมั่งคั่งเป็นมากกว่าการส่งต่อทรัพย์สิน แต่เป็นการส่งต่อคุณค่า วิสัยทัศน์ และความรับผิดชอบร่วมกัน
SCB Julius Baer เน้นย้ำถึงบทบาทของทรัสต์ในฐานะ “กลไกกลาง” ที่ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างรุ่น ด้วยโครงสร้างที่เป็นกลาง โปร่งใส และมีกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน ช่วยให้การสื่อสารระหว่างรุ่นเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความคลุมเครือ และสร้างความมั่นใจว่าทรัพย์สินจะถูกบริหารและส่งต่อไปตามเจตนารมณ์ของครอบครัว
ทรัสต์จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่ทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลาง” ที่ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวสามารถพูดคุยประเด็นสำคัญได้อย่างเปิดกว้าง และสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเป้าหมายของครอบครัวในระยะยาว
ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการวางแผนที่มีวิสัยทัศน์
การส่งต่อความมั่งคั่งไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต แต่เป็นกระบวนการที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ยิ่งสินทรัพย์มีความซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจขยายตัวมากขึ้น และความคาดหวังของคนแต่ละรุ่นแตกต่างกันมากขึ้น การวางแผนอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ
“ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้วัดจากมูลค่าสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัว การส่งต่อคุณค่า และการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นต่อไปสามารถรับช่วงต่อได้อย่างมั่นใจ
ด้วยเหตุนี้ Wealth Planning จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความมั่งคั่งในโลกยุคใหม่ SCB Julius Baer จึงมุ่งทำหน้าที่เป็นพันธมิตรของครอบครัวไทย ไม่เพียงในมิติการลงทุน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การส่งต่อ ไปจนถึงการดูแลให้ความมั่งคั่งเติบโตอย่างยั่งยืนข้ามรุ่น เพื่อให้ครอบครัวได้เตรียมความพร้อมร่วมกัน และส่งต่อความมั่งคั่งอย่างมีความหมาย ภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Your legacy. Our promise.’” เอเดรียน กล่าวทิ้งท้าย
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
