ปัจจัยหลักของการเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คงหนีไม่พ้นเรื่องความยากจน และโอกาสทางการศึกษา มีเด็ก ๆ ด้อยโอกาสจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้การเดินทางมาโรงเรียนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทวีความเดือดร้อนให้น้อง ๆ เป็นเท่าตัว… เพราะส่วนใหญ่ครอบครัวมีรายได้น้อยนิด จากการหาเช้ากินค่ำเพียงเท่านั้น ตอนนี้ยิ่งได้รับผลกระทบรุนแรง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้… บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ผนึกกำลังภาครัฐ และผลิตภัณฑ์แบรนด์ดัง เดินหน้าสานต่อแคมเปญเพื่อเด็กและเยาวชนในระยะยาว “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้องปีที่ 13 ตอนปันรัก…สู้ภัยโควิด-19” ชูเป็นต้นแบบโมเดลแห่งการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มอบอุปกรณ์การเรียน และสิ่งของใช้จำเป็น ผ่านถุงปันรักให้น้อง ซึ่งประกอบไปด้วยอุปกรณ์การเรียน, รองเท้า-ถุงเท้า, ชุดเซตเสื้อผ้า, สินค้ากลุ่มโฮม รวมมูลค่า 5 ล้านบาท คิกออฟที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่แรก ก่อนกระจายความช่วยเหลือแก่เด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยมี คุณวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ คุณอุรสา จินโต ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน เมื่อเร็ว ๆ นี้

คุณอนันต์ ตันติปัญญาคุณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรบินสันให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ ภายใต้ โครงการโรบินสัน สานฝันให้น้อง ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของน้อง ๆ ใน 4 ด้าน คือ การศึกษา สุขอนามัย โภชนาการ และเศรษฐกิจพอเพียง โดย 12 ปีที่ผ่านมา สานฝันไปแล้ว 878 โรงเรียน มีนักเรียนที่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งสิ้น 126,600 คน

ล่าสุดกับการก้าวสู่ปีที่ 13 ของโครงการ เราได้ผนึกกำลังกับภาครัฐ และแบรนด์สินค้าชั้นนำ คิกออฟ “โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง ตอนปันรัก…สู้ภัยโควิด-19” มอบอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของใช้จำเป็น ผ่านถุงปันรักให้น้อง ซึ่งประกอบไปด้วย อุปกรณ์การเรียน, รองเท้า-ถุงเท้า, ชุดเซตเสื้อผ้า, สินค้ากลุ่มโฮม ฯลฯ มูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านสุขอนามัย และสิ่งของจำเป็นแก่เด็ก ๆ ด้อยโอกาส และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 พร้อมตอกย้ำปณิธานเศรษฐกิจพอเพียง มอบเมล็ดพันธุ์พืช และต้นกล้าให้โรงเรียนนำไปปลูกผักรับประทานเป็นมื้ออาหารกลางวันต่อไป ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองวาย ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี โดยกิจกรรมในครั้งนี้เป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่ได้รับมอบอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของใช้จำเป็น มูลค่าจังหวัดละ 1 ล้านบาท รวม 5 ล้านบาท

ด้านเด็กหญิงวณิชชา มารีวัลย์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองวาย เผยว่า “หนูดีใจมาก ๆ ค่ะ ที่พี่ ๆ โรบินสัน มามอบอุปกรณ์การเรียนและของใช้จำเป็นต่าง ๆ ทั้งรองเท้า ชุดเสื้อผ้า ฯลฯ เพราะที่บ้านหนูมีฐานะค่อนข้างยากจน หนูอยากช่วยพ่อแม่ประหยัด เพราะรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยมีเงิน ยิ่งช่วงโควิดที่บ้านเดือดร้อนมาก ๆ ค่ะ ขอขอบคุณโรบินสันอีกครั้งนะคะ นอกจากได้ของต่าง ๆ แล้ว หนูยังรู้สึกดีใจที่พี่ ๆ แวะมาหา มาชวนเล่นเกมสนุก ๆ จากนี้หนูจะตั้งใจเรียน และโตขึ้นจะทำความฝันให้เป็นจริงต่อไปค่ะ”

เด็กชายณัฐนนท์ รอดแป้น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองวายเผยว่า “โรงเรียนของผม อยู่ไกลจากตัวเมืองประมาณ 72 กิโลเมตร และการเดินทางจะค่อนข้างคดเคี้ยว วันนี้ผมจึงดีใจมาก ๆ ที่พี่ ๆ มาที่โรงเรียนเรา และยังมามอบสมุด ดินสอ ปากกา รวมถึงรองเท้าคู่ใหม่ ซึ่งผมดีใจมากเลยครับ นอกจากความจำเป็นที่ต้องใช้ ผมยังรู้สึกถึงความรักที่พี่ ๆ มอบให้ ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ”

โรบินสัน มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสานต่อ ‘โครงการโรบินสันสานฝันให้น้อง’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการได้อยู่คู่สังคมและชุมชน ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสานฝัน สร้างรอยยิ้ม เติมเต็มความสุขแก่น้อง ๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้สังคมไทยได้เกิดการพัฒนาและมีความสุขที่ยั่งยืนต่อไป


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer