เวลากาแฟ / วิรัตน์ แสงทองคำ
ไม่ว่า เรื่องราว “เวลากาแฟ” จะเป็น “ชิ้นส่วน”ที่เล็กมาก ๆเพียงใด ยังคงสะท้อนวิถีปัจเจกที่ปรับเปลี่ยน และเชื่อมโยงบริบทอยู่บ้าง
อาจเป็น”ชิ้นส่วน”เรืองราวที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยนำเสนอมา โฟกัส “เวลากาแฟ”@ บ้าน จะอย่างไรอยู่ในจังหวะเวลาดูสลักสำคัญมากขึ้น เมื่อมองบริบทแห่งสังคม และเชื่อมโยงกับสถานการณ์อันเปราะบาง ท่ามกลางวิถีใหม่ซึ่งทอดยาวออกไป (New Normal New Low)
จุดปะทะแรกแห่งการปรับตัว ว่าแล้วว่าอีกคงไม่ผิด พยายามใช้ชีวิตประคับประคอง อย่างระมัดระวัง ประหนึ่งให้ชีวิตเล็กลง(downsize)
จุดตั้งต้นมาจากตอนหนึ่งซึ่งเคยเล่าไว้ให้เชื่อมโยง “มีที่ยืนให้ผลิตภัณฑ์ใหม่-เครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็ก ฝีมือช่างท้องถิ่น …เกษตรกรผู้ปลูก…สามารถกำหนดราคาและมาร์จิ้นได้เองบ้าง ขณะที่ “คอกาแฟ”…ผู้บริโภคที่หลักแหลม มีทางเลือก ..สร้างสมดุล ว่าด้วย เวลา ราคา วิธี และรสนิยม” (จากตอน “ตัวละคร” เล็ก ๆ แห่งวิถีใหม่)
ปรากฎการณ์ซึ่งบรรจบโดยบังเอิญ ระหว่าง“ ผู้ผลิตเครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็ก มองเห็นโอกาสในยามวิกฤติ …มาจากกิจการอู่ซ่อมรถในช่วงเวลาแทบไม่มีงานทำ” กับ “..เกษตรกรสวนกาแฟ ..ชุมชนต้นธารบนภูดอยภาคเหนือ เมื่อห่วงโซ่สู่ปลายทางแทบจะขาดสะบั้น” จึงหันหาทางเลือกเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค
ทั้งนี้เปิดช่องให้ “คอกาแฟ” ผู้มีเวลา และเรียบง่าย กับกระบวนการหนึ่งซึ่งเจาะจง -“กาแฟดริป” หรือ Pour–over” ปรากฏทางเลือกเพิ่มขึ้น เป็นไปอย่างผสมผสาน และมีสีสัน
เปิดฉากประสบการณ์เชิงขยาย ย้อนรอยไกลกว่าเดิม สู่หมุดหมายใหม่ กับเครื่องคั่วกาแฟแบบมือหมุนขนาดเล็ก (Home Coffee Roaster) ผลงานช่างเชียงใหม่ ผู้อยู่ท่ามกลางศูนย์กลางวัฒนธรรมกาแฟสังคมไทย “คอกาแฟ” มีโอกาสได้ลงมือเอง สังเกต สัมผัสสรรพสิ่งทุกโสต ทั้งกลิ่น ควัน สี และเสียงแตกตัว(crack )ของเมล็ดกาแฟ ก่อนจะไปถึงรสชาติที่ปลายลิ้น(ภาพ1)

จะเป็นเช่นนั้นไม่ได้ หากไม่มีเมล็ดกาแฟดิบ หรือที่เรียกว่า สารกาแฟ(Green Bean Coffee) แต่เดิมในช่วงก่อนวิกฤติCOVID-19 หาซื้อค่อนข้างยาก ด้วยถูกควบคุมและตัดตอน โดย “ขาใหญ่” ทว่าเวลานี้ ต้นแหล่งภูดอยภาคเหนือ หรือแม้กระทั่งซีกโลกใต้แห่งทวีปอาฟริกา และอเมริกา เปิดกว้างและมาถึงได้ ที่น่าทึ่งเพิ่งรู้ ห่วงโซ่ข้อกลาง จากต้นแหล่ง ผ่านโรงคั่วสู่ผู้บริโภค ช่วงสั้นๆนั้น มักมี“ขาใหญ่” ยึดครอง อย่างมั่นคง และกินมาร์จิ้นสัดส่วนมากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน
อีกด้านหนึ่ง “เวลากาแฟ”ทำเองที่บ้านดังว่า จึงมีราคาที่จ่ายลดลงอย่างเหลือเชื่อ ถือว่าเป็นแผนการย่อย ๆ อย่างหนึ่ง ว่าด้วยชีวิตที่เล็กลง สอดคล้องกับภาวการณ์ “เวลากาแฟ” จึงมีส่วนสัมพันธ์กับความเป็นไปทางสังคมอยู่บ้าง
หลายคนบอกว่า แบบฉบับ กาแฟดริป ( Pour Over coffee) ผ่านกระบวนการทำด้วยมือ ว่ากันว่าเชื่อมโยงกับ “ศูนย์กลางวัฒนธรรมกาแฟ และความพิถีพิถันแบบฉบับญี่ปุ่น” สัมผัสและจับต้องได้ ผ่านแบรนด์ระดับโลก อย่าง Kalita , Hario หรือ Kinto ชุด “กาแฟดริป”มีดีไชน์เหล่านั้น ล้วนมีราคาแพง
อย่างไรก็มีทางเลือก มองไปยังอีกกระแสที่ว่า Pour Over coffee ขยายวงไปอย่างกว้างขวาง จากคาเฟ่ทันสมัยเมืองใหญ่ สู่ภูดอยที่มีคาเฟ่เล็ก ๆและบริการที่พักแบบHomestay ฯลฯ ด้วยมีสินค้าหลากหลายรูปแบบและระดับราคา ส่วนใหญ่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีทั้งดูเหมือน หรือไม่เหมือนสินค้า(พยายาม)เลียนแบบแบรนด์ดัง “เวลากาแฟ”@บ้าน กับชีวิตที่เล็กลง เดินตามเส้นทางนี้บ้าง ก็พอเป็นไปได้
อันที่จริง ควรจะมีทางเลือกมากกว่านั้น ควรมีความหมาย และคุณค่าที่แตกต่าง ซึ่งก็มีอยู่จริงเสียด้วย ดูเป็นไปอย่างเจาะจง สัมพันธ์กับวิถีปัจเจกอันซับซ้อนยิ่งขึ้น บางมิติสามารถสัมผัส เข้าถึง รากเหง้าและวัฒนธรรม ผ่านงานฝีมือชิ้นเล็ก ๆในท้องถิ่น
ดังตัวอย่าง dripper ชิ้นหนึ่ง (ภาพ2-3) มิใช่เป็นสินค้าในระบบอุตสาหกรรม ไม่ใช้สารเคมี ไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษหรือผ้ากรอง งานฝีมือพื้นถิ่น จักสารอย่างประณีต ใช้ตอกเส้นขนาดเล็กกว่าหลายเท่า เมื่อเทียบกับงานหวดนึ่งข้าว เครืองใช้ในครัวเรือนท้องถิ่นไทย สะท้อนแบบแผนและประเพณี ที่คงทนมาช้านาน


หวดขนาดเล็กหรือdripperไม้ไผ่สาน รังสรรค์ใหม่จากแบบแผนเชิงวัฒนธรรม สามารถใช้งานได้จริง อ้างอิงประสบการณ์การทดสอบใช้งานมาเป็นเดือน ทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ “สีเขียว” งานฝีมือมีดีไชน์เกินราคา และสามารถผสมผสานเข้ากับชุดอุปกรณ์ที่มีอยู่อย่างลงตัว มีสไตล์และรสนิยม โดยเฉพาะกับแบรนด์ญี่ปุ่น ต้นแหล่งข้างต้น มาไกลพอสมควร งานฝีมือชุมชนจากอำเภอหนึ่งสุดชายแดน ในจังหวัดอุบลราชธานี ด้านเหนือและใต้จรดประเทศลาว
หากจะให้เข้าท่าเข้าชุดกันยิ่งขึ้น ควรมีงานทำเอง(DIY)อีกชิ้นหนึ่ง เรียกว่า แท่นดริปกาแฟ(ภาพ4-5) งานฝีมือทำจากไม้เก่าและไม้ไผ่ แทบจะเรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นเดียวในโลก


ภาพตัวอย่างข้างต้น เป็นงานฝีมือผู้ซึ่งหลงใหลสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นล้านนา “คอกาแฟ”ซึ่งใช้เวลาชีวิตในเมืองสลับฉากวิถีเกษตรกรรม พยายามรังสรรค์ชิ้นงานอย่างตั้งใจ จำหน่ายในวงแคบ ๆ ด้วยจำนวนจำกัดเท่าที่ทำด้วยตัวคนเดียว จุดประสงค์ถ่อมตน บริจาคเงินทั้งหมดให้โรงพยาบาลชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน
แม้ว่า”คอกาแฟ”มีความพยายามดำเนินชีวิตให้เล็กลง ทว่าสามารถแสวงหาคุณค่าแห่งตัวตนได้เช่นกัน

วิรัตน์ แสงทองคำ คอลัมนิสต์ ธุรกิจอิสระ ด้วยวัตรปฏิบัติ 4 ทศวรรษกับผลงานนับพันชิ้น งานบางส่วนปรากฏใน https://viratts.wordpress.com/และ https://www.facebook.com/วิรัตน์-แสงทองคำ เบื้องหลังฉาก “เวลากาแฟ” ดำเนินไปเป็นกิจวัตร ด้วยเรื่องราวและความคิดที่แตกต่าง เพิ่งจะเปิดสู่วงกว้างครั้งแรก @Marketeer online
