บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้นำธุรกิจค้าปลีกของไทย ตอกย้ำกลยุทธ์หลักของสยามพิวรรธน์ ในการเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัยของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย จัดประชุมผู้นำพันธมิตรค้าปลีกโลกประจำปีครั้งแรก “The 1st Global Privilege Partnership Annual Meeting ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ระดมสมองผู้นำค้าปลีกจาก ศูนย์การค้าฮ่องกง ไทม์สแควร์, ศูนย์การค้าไอออน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์, ห้างสรรพสินค้าไทเป 101 ไต้หวัน และห้างสรรพสินค้าปาร์คโก้ ญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีก และพฤติกรรมผู้บริโภค จัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อผลักดันธุรกิจค้าปลีกให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคและร่วมมือวางแผนงานในการส่งเสริมการค้าปลีกระดับภูมิภาคโดยเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของบริษัทที่จะทำให้ธุรกิจค้าปลีกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทางสยามพิวรรธน์ จึงได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำพันธมิตรค้าปลีกระดับภูมิภาคเอเชียประจำปีครั้งแรก “The 1st Global Privilege Partnership Annual Meeting” ขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อผนึกกำลังกับพันธมิตรค้าปลีก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและสร้างสรรค์กลยุทธ์ร่วมกันที่จะส่งเสริมการธุรกิจนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

“และความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพลิกโฉมของวงการค้าปลีกโลก เพราะเราไม่ได้มองว่าเราเป็นคู่แข่ง แต่เราเป็นพันธมิตรธุรกิจข้ามประเทศ เราเชื่อว่าการร่วมมือกันพัฒนากลยุทธ์ค้าปลีกจะช่วยให้สยามพิวรรธน์และพันธมิตรของเราสามารถขยายกลุ่มลูกค้าสมาชิกได้เพิ่มอีกกว่า 50 เปอร์เซนต์ภายในสามปีนับจากนี้ และจะนำไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวไปยังศูนย์การค้าพันธมิตรของเราให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ เหล่าผู้นำในตลาดค้าปลีกของเอเชียยังร่วมกันนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งระดับโลก ผ่านแคมเปญ Global Privilege Partnership ที่ได้รับความนิยมอย่างดียิ่งจากกลุ่มสมาชิกซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกรวมกันทั้งหมดจำนวนกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก โดยมอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับสมาชิกของบัตร Platinum M Card และบัตร VIZ Card พร้อมทั้งสมาชิกผู้ถือบัตรของพันธมิตรค้าปลีกทั้งหมด

และจะมีการขยายความร่วมมือภายใต้ Global Privilege Partnership ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง อาทิ การจัดให้มีการประชุมระหว่างพันธมิตรร่วมกันทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปปรับใช้และดึงดูดลูกค้าจากแต่ละประเทศ การขยายสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าสมาชิก เพื่อร่วมกันเพิ่มจำนวนสมาชิกและเพิ่มความถี่ของการเดินทางเยือนศูนย์การค้า พร้อมทั้งดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ให้ไปเยือนศูนย์การค้าพันธมิตร รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าสมัยใหม่ และการจัดให้มีการทำ Pop-up store หรือ พาวิลเลี่ยนของประเทศพันธมิตร เพื่อแนะนำสินค้าระหว่างกัน เช่น การจัดทำ Pop-up Store ของไทยดีไซเนอร์ ที่ห้างพันธมิตรอื่น ๆ รวมถึง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (Corporate activities) เช่น นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะระดับโลก หรือกิจกรรมเนื่องในโอกาสเทศกาลพิเศษ เพื่อหมุนเวียนจัดแสดงในศูนย์การค้าของแต่ละประเทศ เปิดประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครให้ลูกค้าของพันธมิตรค้าปลีก ซึ่งความร่วมมือเช่นนี้จะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองให้ธุรกิจ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันได้อย่างดี

โยชิโนริ ชิมิสึ ผู้บริหารจากห้างสรรพสินค้าปาร์คโก้ ญี่ปุ่น กล่าวว่า “ธุรกิจค้าปลีกกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก โดยธุรกิจค้าปลีกที่แข็งแกร่ง สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง ที่พร้อมจะสามารถเติบโตไปได้ การจับมือกับพันธมิตรค้าปลีกด้วยกัน เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจ ค้าปลีกเติบโตได้อย่างยั่งยืน หลังจากการประชุมพันธมิตรค้าปลีกครั้งแรกนี้ เราเชื่อว่า ห้างสรรพสินค้าปาร์คโก้และห้างพันธมิตรจะสามารถขยายฐานลูกค้าสมาชิก และเพิ่มความถี่ของผู้มาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้จากการที่ได้ผนึกกำลังร่วมกัน จะนำไปสู่การร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น การร่วมกันแลกเปลี่ยนฐานลูกค้า และส่งเสริมลูกค้าให้ไปเยือนศูนย์การค้าของพันธมิตร เมื่อเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ทั้งยังหวังว่าลูกค้าชาวไทยจะไปเยือนปาร์คโก้มากขึ้นเมื่อไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น

เฉิน ชิน-มิง ผู้บริหารไทเป 101 จากไต้หวัน กล่าวว่า “การหารือครั้งนี้ช่วยให้เกิดความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในการที่จะช่วยผลักดันธุรกิจค้าปลีกให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งสอดคล้องกับการเติบโตของการท่องเที่ยวทั่วโลก และในไต้หวันเองที่ธุรกิจค้าปลีกขยายตัวได้ดี ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตโดยรวมคือกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เพิ่มขึ้นโดยผู้ค้าปลีกและบัตรเครดิตหรือ การใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟน อาทิ Line Pay, Apple Pay, Ali Pay ฯลฯ ที่นำเสนอโดยธนาคารหรือสถาบันทางการเงินได้มีส่วนกระตุ้นการใช้จ่ายโดยรวมในไต้หวัน”

คริส ชอง ผู้บริหารจากศูนย์การค้าไอออน ออร์ชาร์ด สิงคโปร์ กล่าวว่า “ศูนย์การค้าในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงในประเทศ แต่กับคู่แข่งทั่วโลก แต่การร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ ดังเช่น แพลตฟอร์มของ Global Privilege ระหว่างผู้ประกอบการจากแต่ละประเทศ เพื่อส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกให้เติบโตร่วมกันจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในภาพรวมมากกว่า เพราะในปัจจุบัน ลูกค้าเดินทางถึงกันอย่างง่ายดาย การร่วมกันจัดโปรโมชั่น หรือ สิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดลูกค้าผู้มาเยือน จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าได้ ก็เป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าใช้ในการเลือกตัดสินใจไปเยือนห้างต่าง ๆ โดยหากแต่ละห้างมีการนำเสนอสิทธิประโยชน์ร่วมกัน หรือมีสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้ ก็จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของพันธมิตรเติบโตร่วมกันได้อย่างดี ทั้งยังช่วยรักษาฐานลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าสมาชิกไว้ได้”

 

ขณะที่ เวอร์นอน ม่าร์ ผู้บริหารจาก ศูนย์การค้าฮ่องกง ไทม์สแควร์ กล่าวว่า “ฮ่องกง ไทม์สแควร์ ยินดีที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากต่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์การประกอบธุรกิจค้าปลีก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเหล่าลูกค้า โดยการจับมือสร้างอำนาจการต่อรอง และเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการตอบสนองกลุ่มลูกค้าให้กว้างขวางมากขึ้น ทั้งภายในและในต่างประเทศ ทั้งนี้ ศูนย์การค้าฮ่องกง ไทม์สแควร์ ได้ร่วมมือกับผู้ค้าปลีกชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งสยามพิวรรธน์ เพื่อสร้างฐานลูกค้ารอยัลตี้ร่วมกันให้มีมากขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มหลัก ที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกได้อย่างยั่งยืน”

ปัจจุบันสยามพิวรรธน์ได้จัดทำบัตรสมาชิก เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการ 2 บัตรสมาชิก ได้แก่ Platinum M Card (แพลตตินั่ม เอ็ม การ์ด) และบัตร VIZ Card (วิซ การ์ด) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการของศูนย์การค้าสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่ และเพื่อขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นโดยเจาะกลุ่มนักช้อปที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ด้วยแคมเปญ “Global Privilege Partnership” เป็นการนำเสนอกลยุทธ์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อลูกค้า (CRM) แบบไม่มีพรมแดนทั่วโลกเพื่อให้ลูกค้าผู้ถือบัตรได้สิทธิประโยชน์สูงสุด และยังเป็นการร่วมมือแบบ Global Collaboration เพื่อพัฒนาและสร้างกลไกการกระตุ้นยอดใช้จ่ายจากต่างประเทศสู่ไทยให้มากขึ้น และจะสามารถดึงดูดสมาชิกผู้ถือบัตรของพันธมิตรค้าปลีกจากประเทศต่างๆ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์และพันธมิตรมากขึ้น

สำหรับสิทธิพิเศษสมาชิกบัตร Platinum M Card และบัตร VIZ Card สองบัตรในประเทศไทยจะได้รับการต้อนรับอย่างดีเมื่อเดินทางท่องเที่ยวไปยังศูนย์การค้ายอดนิยมทุกแห่งอีกด้วย พร้อมทั้งสมาชิกผู้ถือบัตรของพันธมิตรค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับคือ ส่วนลดตั้งแต่ 5% – 50% จากร้านค้ากว่า 2,000 ร้านค้า ในประเทศท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกที่เป็นพันธมิตร พร้อมบริการที่สุดพิเศษซึ่งอำนวยความสะดวกสบายสูงสุด ได้แก่บริการผู้ช่วยส่วนบุคคลที่จะแนะนำบริการต่างๆ ภายในศูนย์การค้า, เวลคัมกิ๊ฟ และบริการเอ็กซ์คลูซีฟเลาจน์ เป็นต้น