คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่อง ‘ธุรกรรมทางการเงิน’ นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพบเจอในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน โดยเฉพาะในยุคนี้ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกย่างก้าวและการทำธุรกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์ ธนาคารกรุงไทย หนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นธนาคารที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในแวดวงธุรกิจการเงิน ด้วยการปรับแผนกลยุทธ์และสร้างความแตกต่างให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน แม้จะก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลด้วยการให้บริการ Mobile Banking มาตั้งแต่ปี 2010 และเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินบนโลกออนไลน์อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นก็ตาม

พร้อมปรับตัวสำหรับทุกการเปลี่ยนแปลง

“แม้เราจะทำธุรกิจบนโลกดิจิทัลมานานแล้ว แต่เราเองก็เล็งเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยหลังจากพัฒนา Krungthai NEXT เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาทางด้าน Mobile Banking มากขึ้น เราเห็นว่าวงการธนาคารเป็นอุตสาหกรรมแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ Digital Disruption เมื่อลูกค้าหันมาสั่งอาหารและช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น โดยมีวิกฤตการณ์การระบาดของโควิด-19 มาเป็นตัวกระตุ้น ให้กระบวนการ Disruption เป็นไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น” นายกฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย เล่าเรื่องราวการเดินทางที่ไม่สิ้นสุดของธนาคารบนโลกออนไลน์ ก่อนกล่าวถึงความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกันทั่วประเทศ โดยพบว่าฐานผู้ใช้งานแอปพลิเคชันนั้นค่อนข้างแข็งแรงในพื้นที่ต่างจังหวัด ในขณะเดียวกันผู้ใช้บริการธนาคารที่สาขามีจำนวนลดน้อยลง

บริการครอบคลุมกระตุ้นธุรกิจทุกภาคส่วน

นอกจากการให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT แล้ว ธนาคารกรุงไทยได้ก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำด้าน Open Banking บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่มอบโอกาสให้ผู้ถือบัญชีทุกธนาคารได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน G-Wallet ได้ แม้ไม่ใช่ลูกค้าของธนาคารกรุงไทยก็ตาม โดย G-Wallet นี้ เป็นการให้บริการเพื่อรองรับมาตรการจากภาครัฐ เริ่มจากโครงการ ชิม ช้อป ใช้, เราเที่ยวด้วยกัน สู่โครงการ เราไม่ทิ้งกัน ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ Digital Adoption เมื่อเงินจากภาครัฐสามารถกระจายไปสู่มือของประชาชนได้โดยตรง”

ก้าวเข้าสู่ธุรกรรมดิจิทัลเต็มรูปแบบ

นอกจากความสำเร็จจากแอปพลิเคชันเป๋าตัง และ Krungthai NEXT แล้ว ธนาคารกรุงไทยยังสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการธนาคาร ด้วยการพัฒนาบริการ ‘Invisible Banking’ บนแอปพลิเคชันแชตของประเทศไทยอย่าง LINE ที่มีผู้ใช้งานกว่า 47 ล้านคนทั่วประเทศ “Invisible Banking หมายถึงการทำธุรกรรมในอากาศ นั่นคือตัวธนาคารยังอยู่ ไม่ได้หายไป แต่การทำธุรกรรมอย่างการโอน เติม จ่าย ต่างหาก ที่กำลังอยู่ในอากาศ” นายกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติม

“ถ้าเราเจาะดูพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ แล้ว เราจะเห็นว่าลูกค้ากลุ่มการลงทุนนั้นจะซื้อกองทุนผ่านมือถือได้เลยหากหุ้นตก อย่าง SME และพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่อดีตใช้เงินสดเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันเราเองเห็นว่าเขาได้นำการโอนเงินเข้ามาซื้อขายของกันมากขึ้น แม้แต่โครงการภาครัฐเอง ก็ได้มอบเงินและบัตรสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับประชาชนผ่านโลกดิจิทัล”

ด้วยเหตุนี้เองธนาคารกรุงไทยจึงได้ถือกำเนิดบริการ Krungthai Connext ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้ทุกความเคลื่อนไหวธุรกรรมการเงินแบบครบวงจรภายในแอปฯ เดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำธุรกรรมการเงินของผู้บริโภคให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านแนวคิดที่เน้นความรวดเร็วและลื่นไหล (Seamless) ให้ทุกกิจกรรมการเงินเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างไม่สะดุด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

นายกฤษณ์กล่าวเสริมอีกว่า “เครื่องมือในการทำธุรกรรมถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วตามยุคสมัย ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบของธนาคารกรุงไทยซึ่งมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก ผนวกกับ LINE ที่มีฐานลูกค้ามากถึง 47 ล้านคน และเป็นแอปพลิเคชันที่คนไทยนิยมใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด ทำให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์ Lifestyle Banking ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก และสร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่หันมาทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้สะดวกมากขึ้น”

บริการ Krungthai Connext บนแอปพลิเคชัน LINE ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับทุกกิจกรรมการเงินของผู้ใช้งาน จุดเด่นอยู่ที่ความรวดเร็ว ลื่นไหล และช่วยลดขั้นตอนธุรกรรมทางการเงินที่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นบริการแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกบัญชี เช็กยอดเงินในบัญชี ค้นหาตู้ ATM จองคิวธนาคารสาขาที่ใกล้ที่สุด รวมทั้งการตอบคำถามโดยแชตบอตเกี่ยวกับการใช้งานและบริการต่าง ๆ พร้อมให้บริการเชื่อมต่อกับบัญชีบัตรเดบิต Krungthai Travel Card ให้ผู้ใช้งานมั่นใจในความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากบริการทางธุรกรรมที่โดดเด่นแล้ว Krungthai Connext ยังสามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านข้อความบนแอปพลิเคชัน LINE ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงบทความต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับตัวผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นพนักงานออฟฟิศ และกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า SME จะได้รับข้อความและเนื้อหาที่แตกต่างกันไป โดยธนาคารสามารถกำหนดและเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตามวัตถุประสงค์ ตอบโจทย์ประสบการณ์ด้านธุรกรรมของตนเองมากขึ้น รวมทั้งได้รับบริการจากธนาคารได้สะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ธนาคารกรุงไทยวางกลยุทธ์เตรียมพัฒนาบริการใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้รวดเร็ว และลื่นไหลมากขึ้น โดยจะดึงเอาฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ LINE มาช่วยผลักดันและพัฒนาบริการในอนาคต เข้าถึงผู้ใช้งานได้ตรงจุด สะดวก ครอบคลุม ขยายฐานลูกค้าในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้งานทุกคน ทำให้บริการ Krungthai Connext เป็นบริการทางการเงินที่แตกต่างและให้ประสบการณ์การทำธุรกรรมการเงินที่ยอดเยี่ยมกว่าใคร และเป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภค

“เราเชื่อว่าในอนาคตจะเป็นเรื่องของ Seamless End-to-End Customer Journey นั่นคือทุกอย่างเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่นมากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายขึ้น เราตั้งมั่นว่า เราจะต้องทำงานกับเรื่องประสบการณ์การใช้งานของลูกค้ามากขึ้นด้วยเช่นกันนายกฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ กล่าวทิ้งท้าย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer