ทรัพย์สินมหาศาลของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี อภิมหามหาเศรษฐี อันดับที่ 3 ของเมืองไทย ที่มีมูลค่าทรัพย์สินถึง 3.43 แสนล้านบาท

นอกจากกลุ่มไทยเบฟที่มีทั้งเหล้า เบียร์ น้ำ อาหาร ที่ ฐาปน ลูกชายคนโต รับผิดชอบแล้ว ยังมีอสังหาริมทรัพย์จำนวนมหาศาลทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ ที่ลูกสาว “วัลลภา” และ “ปณต” ลูกชายคนเล็ก ช่วยกันบริหาร

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ลูกเขยอีกคน ก็ยังเป็นคนคุมทัพธุรกิจของ “เบอร์ลี่ ยุคเกอร์” ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านอุปโภคบริโภครายใหญ่

ส่วนอาณาจักรทางด้านการเงินและประกันภายใต้บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ (SEA) ที่ต่อยอดมาจากบริษัทอาคเนย์ประกันภัย ประกันชีวิต (โดยเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปี 2547) นั้นมีลูกเขย โชติพัฒน์ พีชานนท์ และลูกสาวคนโต อาทินันท์ เป็นผู้รับผิดชอบ

ปีที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวสำคัญของกลุ่มธุรกิจนี้เกิดขึ้นเมื่อได้นำ บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทางอ้อม (backdoor listing) หลังจากบริษัทเครืออาคเนย์ได้เข้าเทกโอเวอร์บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

จากนั้นจะดำเนินการโอนทรัพย์สินในเครืออาคเนย์ทั้งหมดเข้าไปอยู่ใน “เครือไทย โฮลดิ้งส์” และนำบริษัทเครือไทยฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทน

เมื่อเดือน เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา ก็ขยับเข้าไปเทกโอเวอร์ บมจ. อินทรประกันภัย

ทำให้วันนี้เจ้าสัวเจริญมีธุรกิจประกันภัยในมือ 4 บริษัทด้วยกัน คือ อาคเนย์ประกันชีวิต, อาคเนย์ประกันภัย, ไทยประกันภัย และอินทรประกันภัย (ส่วนทิพยประกันภัยที่ สปป. ลาว ถือหุ้นเพียง 10%)

กลายเป็นตระกูลใหญ่ที่มีธุรกิจประกันมากที่สุดทันที ในขณะที่ ตระกูล “โสภณพนิช” มี 3 บริษัทในเครือ คือ กรุงเทพประกันชีวิต, กรุงเทพประกันภัย และไอโออิกรุงเทพประกันภัย

ตระกูล “ไชยวรรณ” มี 3 บริษัท ไทยประกันชีวิต, ไทยประกันสุขภาพ และ ไทยไพบูลย์ประกันภัย

ตระกูล “ล่ำซำ” มี 2 บริษัทคือ เมืองไทยประกันภัย และเมืองไทยประกันชีวิต

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา เครือไทย โฮลดิ้งส์ มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ด้วยการแต่งตั้งมือดีระดับเซียนทางการเงินของประเทศ 2 คนเข้ามาร่วมทีม คนแรกคือ ฐากร ปิยะพันธ์ อดีตประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนโชติพัฒน์ ลูกเขย โดยโชติพัฒน์จะขยับไปนั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป

คนที่ 2 คือ บุญทักษ์ หวังเจริญ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (TMB) เข้ามาเป็นกรรมการบอร์ดด้วย

ฐากรเป็นผู้บริหารคนสำคัญที่ทำให้กรุงศรีฯ เติบโตอย่างรวดเร็วในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นดิจิทัลแบงกิ้งได้อย่างรวดเร็ว

เช่นเดียวกับบุญทักษ์ที่ในยุคของเขาธนาคารทหารไทยโดดเด่นอย่างมากในการปรับตัวมารุกดิจิทัล และการสร้างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่

นอกจากบทบาทสำคัญในการรวมพลังการวางแผนรับมือกับธุรกิจทางการเงินในช่วงโควิดแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าเจ้าสัวจะเร่งเครื่องกลุ่มธุรกิจด้านนี้อย่างเต็มตัว เพื่อมุ่งสู่ความเป็นดิจิทัลด้านธุรกิจประกันและการเงินของประเทศไทย

นอกจากธุรกิจทางด้านประกัน อาณาจักรด้านการเงินของเขายังมีธุรกิจทางด้านลิสซิ่งและอื่น ๆ

ทำรายได้ในปี 2562 ที่ผ่านมา 19,487 ล้านบาท กำไร 304 ล้านบาท แต่เพียงครึ่งปีแรก 2563 กลุ่มธุรกิจนี้ทำกำไรไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท

โมเดลการทำธุรกิจทางการเงินและประกันจากนี้ไปของเจ้าสัวเจริญจะเป็นอย่างไร จะใหญ่ต่อไปแค่ไหน ต้องติดตาม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer