หลังประสบความสำเร็จกับแคมเปญ “กีฬาคือครูชีวิต” ที่ “ไมโล” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนด้านกีฬา โดยให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการเล่นกีฬา เพราะเชื่อว่ากีฬาช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับเราได้

ในครั้งนี้ได้ต่อยอดเมสเซจเดิม ภายใต้แคมเปญใหม่ “Teamwork Makes Us” ชูบทเรียนจากกีฬาที่ได้มากกว่าแค่สุขภาพ ผ่านซีรีส์โฆษณาชุดใหม่ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ผลักดันครอบครัวให้เห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนและปลูกฝังลูกให้เล่นกีฬาเป็นทีม และเข้าถึงแก่นของคำว่า “ทีมเวิร์ก”

‘ไมโล x กีฬาสิ่งที่อยู่คู่กันมาตลอด

เมื่อพูดถึงไมโล ทุกคนก็คงจะนึกถึงภาพของกีฬาและเด็ก ๆ ผ่านการเล่าเรื่องราวที่สะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของการที่เด็ก ๆ ควรเล่นกีฬาเสมอ

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าไมโลมีการอัปเดต ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารไปตามยุคสมัย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ทางแบรนด์ตอกย้ำให้เห็นว่า “ไมโลกับกีฬา คือ สิ่งที่อยู่คู่กันมาตลอด”

เรียนรู้ทีมเวิร์ก เรียนรู้ชีวิต

เพราะเชื่อว่า “กีฬาให้อะไรมากกว่าสุขภาพ” แกนหลักของแคมเปญ “Teamwork Makes Usจึงสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเล่นกีฬาเป็นทีม โดยจุดประกายสังคมและทุกครอบครัวให้เห็นถึงความสำคัญ และสนับสนุนให้ลูก ๆ เล่นกีฬาเป็นทีมตั้งแต่วัยเยาว์

เพื่อให้พลังของทีมเวิร์กหล่อหลอมเด็ก ๆ ให้มีพัฒนาการทั้งทางด้านจิตใจและสังคมที่ดี ไปพร้อมกับสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง

เป็นการส่งต่อ Brand Proposition ที่เชื่อว่ากีฬาสามารถทำให้เยาวชนเรียนรู้ทักษะและคุณค่าของชีวิต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เด็ก ๆ ประสบความสำเร็จในชีวิต ได้เป็นอย่างดี

สื่อสารผ่านซีรีส์โฆษณา และ Influencer
สะท้อนคุณค่าของการเล่นกีฬาเป็นทีม

ไมโลนำเสนอซีรีส์โฆษณา Teamwork Makes Us พร้อมลุยได้ทุกสนาม แค่เต็มที่ไปด้วยกัน” ออนแอร์ในช่องทางหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น TVC, Web Film, Podcast และเผยแพร่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายเดือน

โดยมีการร้อยเรียงเรื่องราว เพื่อส่งต่อเมสเซจของแคมเปญที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งสำคัญ 4 อย่าง ประกอบด้วย

  1. Togetherness : พร้อมที่จะก้าวไปด้วยกันเสมอไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ
  2. Sharing : แบ่งปันทริคเด็ด ๆ ให้กับทีม เราจะได้เก่งไปด้วยกันเพราะมีเป้าหมายร่วมกัน
  3. Energy to helping each other : ซัปพอร์ตกันและกัน ยิ่งได้พลังจากทีมเวิร์ก
  4. Respect of self and others : ได้รู้จักตัวเองและเพื่อนในทีมมากขึ้น เสริมพลังกันได้มากกว่าเดิม

พร้อมเสริมด้วยเหล่า Influencer ที่จะมาช่วยนำเสนอแนวคิดของแคมเปญผ่านมุมมองและประสบการณ์ของแต่ละคน เช่น นิ้วกลม (Roundfinger) ชูประเด็นว่า ทำไมคนเล่นกีฬาจึงประสบความสำเร็จในการทำงานเป็นทีม กัสจัง (Gutjang’s Life – โลกของกัสจัง) ที่พบว่าการได้เรียนรู้ทักษะทีมเวิร์กตั้งแต่เด็ก ๆ ส่งผลดีมากมาย คำสิงห์แฟมิลี่ (Kamsing family channel) สะท้อนมุมมองในแบบฉบับครอบครัวนักกีฬาตัวจริง รวมถึง Influencer ท่านอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ประสบความสำเร็จเพราะได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตผ่านการเล่นกีฬาแบบทีม

ซีรีส์โฆษณา ส่งต่อคีย์หลัก #พลังของทีมเวิร์ก

ภาพยนตร์โฆษณาเริ่มต้นผ่านคำถามที่ว่า “กีฬาทำให้เห็นอะไร”

บอกเล่าเรื่องราวผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ในสนามกีฬาจริง ๆ ให้คนได้เห็นภาพเดียวกับเด็ก ๆ ในสนาม

โดยมี Copy ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬา ในมุมมองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น  “เห็นพลังที่ทำให้ลุกขึ้นสู้” , “เห็นพลังที่ให้มากกว่าความห่วงใย”, “เห็นพลังของทีมเวิร์ก”

พร้อมเน้นหนักถึง “ทีมเวิร์ก” ที่เคียงข้างกัน สู้ไปด้วยกัน ล้มไปด้วยกัน และชนะไปด้วยกัน และส่งต่อคีย์เมสเซจที่ว่า #พลังของทีมเวิร์ก โดยมีไมโลร่วมเคียงข้างสู้ไปด้วยกัน

ทั้งหมดของภาพยนตร์โฆษณาเป็นการสะกิดครอบครัวให้มองภาพเดียวกับที่ลูก ๆ มองเห็น เปิดมุมมองใหม่ในสนามกีฬาที่ทำให้เห็นถึงการร่วมมือกันของเพื่อนร่วมทีมและครอบครัว โดยมีกีฬาที่เปรียบเสมือนเป็นครูของชีวิต

ซึ่งการใช้นักแสดงที่เล่นกีฬาเป็นจริงๆ (น้องวอร์มอัพ-ภาสวัฒน์ และ น้องแพร์รี่-ภิญญดา) มาเล่นภาพยนตร์โฆษณา ยิ่งเพิ่มความสมจริง ทำให้ได้เห็นสถานการณ์ กิริยา และแนวคิด ณ ขณะนั้นของชีวิตคนเล่นกีฬาเป็นทีม เพิ่มความน่าสนใจและความน่าเชื่อถือได้อย่างมาก พร้อมเป็นตัวอย่างให้ผู้ปกครองได้เห็นและชี้นำให้บุตรหลานได้ดูเป็นตัวอย่างที่ดีอีกด้วย

สรุป

นับเป็นแคมเปญที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไมโลกับความเป็น แบรนด์ที่สนับสนุนให้เด็กเล่นกีฬา ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยเลือกสื่อสารการสนับสนุนการกีฬาแบบทีม เพื่อโน้มน้าวใจพ่อและแม่ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการเติบโตของลูกโดยตรง ให้เห็นคุณค่าของการเล่นกีฬาแบบทีมเวิร์กและปลูกฝังลูก ๆ ของเขาต่อไป

และการส่งต่อบทเรียนที่สามารถนำไปปรับใช้กับการเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตได้อย่างแท้จริงนั้น ยังสะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ที่ทำเพื่อสังคม ช่วยปลูกฝังสิ่งที่จะเป็นรากฐานชีวิตที่ดีทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจให้กับเด็ก ๆ อย่างยั่งยืนต่อไป

เพราะการเรียนรู้ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน

เฉกเช่นกีฬาที่ให้มากกว่าสุขภาพ เพราะ “กีฬาคือครูชีวิต”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer