ดังกิ้น ในเครือมัดแมนฝ่ากระแสโควิด-19 อย่างไร แล้วมัดแมนจะทำอะไรใหม่มาหาคำตอบกัน

ปี 2563 นับเป็นปีที่แทบจะทุกธุรกิจต้องปรับ ‘กระบวนท่า’ ฝ่าสถานการณ์โควิด-19

รวมทั้ง “ธุรกิจอาหารและเครื่อมดื่ม” ที่ต้องหากลยุทธ์ เพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปิดหน้าร้านสาขาที่เป็นช่องทางทำรายได้หลัก

ไม่เว้นธุรกิจโดนัทอย่าง “ดังกิ้น” ที่อยู่ในเครือ ‘มัดแมน’ เองก็ปรับตัวไม่น้อยเช่นกัน

2524 คือปีแรกที่ ‘ดังกิ้น’ แบรนด์โดนัทสัญชาติอเมริกาเข้ามาทำตลาดในไทย

2563 คือปีที่ครบรอบ 40 ปี ของดังกิ้นในประเทศไทย ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ เมื่อเดือน ต.ค.

เป็นวัยสี่สิบ ที่ดังกิ้นต้องเอาตัวรอดมากกว่าปีอื่นๆ

ลูกหม้ออย่าง ‘ภาคิน เพ็ญภาคกุล’ ที่อยู่กับดังกิ้นมากว่า 18 ปี ไต่เต้าจากผู้จัดการสาขามาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลแบรนด์ดังกิ้นทั้งหมด

วันนี้เขายอมรับว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เรา ‘กลัว’ แต่ในความกลัวนี้ก็ทำให้ดังกิ้นกล้าทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น

“ความท้าทายที่สุดตอนนี้คือวิกฤตโควิด-19 ที่ต้องผ่านมรสุมไปให้ได้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะจบลงได้”

กังวลทุกครั้ง แต่ไม่ประมาท เกาะติดสถานการณ์ ปรับตัวให้ทันเวลา

สิ่งที่ดังกิ้นทำในช่วงที่ผ่านมานั้นสิ่งแรกคือ เรื่องของการจัดการภายใน ที่ภาคินบอกว่าเป็นเรื่องของการจัดการบริหารต้นทุนที่ลดลง โดยมีการหาซัพพลายเออร์ใหม่ๆ

สิ่งต่อมาคือ การเปลี่ยนให้ทันตามสถานการณ์

ภาคินบอกว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ดังกิ้นเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร แล้วจึงทำการตลาด ออกสินค้าใหม่ๆ ส่งกลยุทธ์ออกไปให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

จากที่ทุกปีจะเปิดสาขาใหม่ราว 10-15 สาขา แต่ในปีนี้ดังกิ้นเปิดสาขาใหม่และรีโนเวตสาขาเดิมรวมกว่า 50 สาขา (สาขาใหม่เกือบ 30 สาขา)

สาขาใหม่ที่เปิดนี้ยังไม่รวมโมเดลฟู้ดทรัคและคีออส ที่ดังกิ้นมองว่า โมเดลนี้จะตอบโจทย์ในปีนี้มากขึ้น

รวมทั้งการให้บริการเดลิเวอรี่ที่ดังกิ้นเติบโตถึง 3,000% แต่สัดส่วนยอดขายจากช่องทางเดลิเวอรี่ก็ยังมีน้อยอยู่คิดเป็น  4-5% เท่านั้น

ทั้งหมดนี้ทำให้ในช่วง 11 เดือนแรกของปี ดังกิ้นมีกำไรเติบโตขึ้นราว 30% เทียบแบบ YTD และคาดว่าจะมีกำไร EBITDA เกือบ 100 ล้านบาท

ส่วนรายได้น่าจะลดลงราว 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา น่าจะแต่ที่ 900 ล้านบาทได้

ดังกิ้น

 

มีทั้งดังกิ้น-โอบองแปง “มัดแมน” ก็ยังขาดทุน “เกรย์ฮาวด์” จะช่วยได้ไหม

 

แล้วทิศทางปีหน้าของ “ดังกิ้น” จะไปทิศทางไหน

ภาคิน บอกว่า ปีหน้ามั่นใจว่าจะเติบโตกว่าปีนี้ 10-15% จะใช้งบการตลาดและงบในการเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด 70 ล้านบาท

ทั้งเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่ดังกิ้นยังไม่เคยไป ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ห้างค้าส่ง

ทำโมเดลใหม่ที่นำร่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาอย่างฟู้ดทรัค และคีออส ที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าไปเป็นโดนัทในกลุ่มแมสมากขึ้น

หนึ่งในโลเคชั่นที่ดังกิ้นจะไปนั้นคือ ‘โรงพยาบาล’

ที่แม้หลายคนมองว่าโรงพยาบาลน่าจะเหมาะกับอาหารสุขภาพมากกว่า และเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

แต่เซ็กเมนต์โดนัท พฤติกรรมผู้บริโภคยังไม่ได้เปลี่ยน ผู้คนยังเลือกกินโดนัทเป็นรางวัล เป็นความสุขในชีวิต ที่เขาบอกว่า “ไม่เคยประสบความสำเร็จกับการทำโดนัทเพื่อสุขภาพ”

ดังกิ้นมีสาขาปัจจุบันทั้งหมด 296 สาขา และปีหน้าจะเปิดเพิ่มราว 50-60 สาขา เป็น 350 สาขา

รวมทั้งการออกโปรดักต์ใหม่ๆ ที่จะเน้นไปกับพาร์ตเนอร์ และการ collaboration โปรเจ็กต์แรกที่จะเห็นคือ dunkinXฮาร์ทบีท

ตลาดโดนัทปีนี้ทรงตัว มูลค่า 3,300 ล้านบาท

แม้ภาพรวม ‘ดังกิ้น’ จะเอาตัวรอดจากโควิด-19 มาได้ และยังทำรายได้หลักให้กับเครือมัดแมน

แต่ภาพรวมของเครือมัดแมนที่แม้มีแบรนด์ดังในมืออยู่อีกทั้ง Au Bon Pain, Baskin-Robbins, Greyhound Cafe และธุรกิจไลฟ์สไตล์

ภาพรวม 9 เดือนของปีนี้ มีรายได้ 1,702.40 ล้านบาท ขาดทุนถึง 118.72 ล้านบาท

ที่ต้องเร่งหาทางออกไปให้ได้

มัดแมนแก้เกมปีหน้าด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่ โดยเป็นแบรนด์เฟรนช์ฟรายส์ ที่มองว่า ตลาดนี้ยังแข่งขันได้

โดยจะเปิดแบรนด์ใหม่พร้อมกัน 3 สาขา ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า

ส่วนจะทำได้ดีแค่ไหนต้องติดตามอย่างมากๆ

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer