Robinhood เหมือนพนักงานใหม่พ้นโปร รอดและได้ทำต่อ

ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ เพอร์เพิล เวนเจอร์ส เจ้าของแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ โรบินฮู้ด กล่าวในวันที่แพลตฟอร์มโรบินฮู้ดมีอายุครบ 88 วัน หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

คำว่าพ้นโปรของธนา ที่กล่าวไว้ ได้แก่

พ้นโปรด้าน สแตนดาร์ดแพลตฟอร์ม อาจจะไม่ดีกว่าคนอื่น แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ ใช้งานง่าย ไม่ล่ม

พ้นโปรในแง่ของตัวเลขทั้ง 3 มุม

มุมแรก ร้านค้าที่เข้ามาเปิดบริการผ่านแพลตฟอร์ม ที่มีร้านค้าเข้ามาเปิดใช้บริการ 5.5 หมื่นร้าน เกินเป้า 3 หมื่นร้านที่ตั้งไว้ในตอนสิ้นปี 2563 การมีร้านค้าเข้ามาจำนวนมาก อาจเพราะเป็นแพลตฟอร์มที่โดนใจ

มุมที่สอง จำนวนการสั่งซื้อต่อวันมากกว่า 10,000 ทรานแซกชั่น การที่ลูกค้าจะเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มอื่นมาสั่งโรบินฮู้ดก็ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะ Rate Comer ที่มาใหม่

มุมสุดท้าย ไรเดอร์มีรายได้พอ จากการ Manage จำนวนการสั่งและไรเดอร์ให้บาลานซ์ มี Timing การรับงานเฉลี่ย 12 วินาทีต่อการสั่ง โดยไรเดอร์จะมีรายได้จากการให้บริการรับส่งอาหารเฉ​ลี่ยรอบละ 40-50 บาท

 

แต่ไม่ใช่ผ่านโปรง่าย ๆ ตลอด 88 วันที่ผ่านมาโรบินฮู้ดก็มีความผิดพลาดในการทำธุรกิจเช่นกัน

ธนาเล่าว่าความผิดพลาดของโรบินฮู้ดประกอบด้วยความผิดพลาด ที่สำคัญได้แก่

1. การแจกโค้ดส่วนลดโดยไม่จำกัดการซื้อ และยอดขั้นต่ำในการใช้ส่วนลด จนทำให้เกิดการโกงของร้านค้าและไรเดอร์ โดยร้านค้า 4 ร้าน ร่วมมือกับไรเดอร์ 5 คน สร้างลูกค้าปลอมขึ้นมา เพื่อสั่งออเดอร์พร้อมใช้โค้ดส่วนลดผ่านระบบ และให้ไรเดอร์ที่ร่วมมือเป็นคนกดรับออเดอร์ เนื่องจากระบบโรบินฮู้ดจะจ่ายงานให้กับไรเดอร์ที่อยู่ใกล้เคียงกับร้านค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อก่อน การสั่งออเดอร์หลอก ๆ ทำให้ร้านค้าได้รับเงินฟรี ๆ จากโค้ดส่วนลด และไรเดอร์ได้รับค่าส่งฟรี ๆ เช่นกัน โดยไม่มีการซื้อขายจริงเกิดขึ้น ซึ่งทำให้โรบินฮู้ดเสียหายเป็นหลักแสนบาท  และเกิดการป้องกันคือยอดซื้อขั้นต่ำก่อนใช้ส่วนลด

2. SCB ระบบล่ม ทำให้การสั่งซื้อล่มด้วย เนื่องจากโรบินฮู้ดรับชำระเงินผ่านระบบ SCB Easy และบัตรเครดิต เท่านั้น

3. การวางเป้าหมายไปที่ร้านค้าเชนก่อน จากการมองเห็นร้านค้าเชนสร้างรายได้ 50% ในแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ แต่เมื่อไปร้านค้าเชนจริงกลับพบว่าการเป็นแพลตฟอร์มใหม่มีความยากลำบาก และมีต้นทุนในการเชิญให้ร้านเชนเข้ามาในระบบมาก และทำให้เปลี่ยนแนวทางไปที่ไปร้านค้าเล็กแทน จนในวันนี้มีร้านเชนเริ่มเห็นโอกาสจากโรบินฮู้ดและเริ่มเข้ามาจับมือเพื่อเป็นหนึ่งในร้านค้าบนแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น การจับมือกับเครือไมเนอร์ CRC The Mall และสยามพิวรรธน์

 

และการที่ร้านเชนจับมือกับโรบินฮู้ดยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับโรบินฮู้ดในการสร้างความถี่ในการสั่งซื้อและลูกค้าใหม่ ๆ ได้ จากการมองว่าการเข้ามาในแพลตฟอร์มเดียวสามารถสั่งได้ทั้งร้านเล็กและร้านเชน

 

 

แม้ธนาจะมองว่าตอนนี้โรบินฮู้ดเหมือนผ่านโปร และมาดูสิ้นปีว่าจะมีโบนัสหรือได้เลื่อนขั้นหรือไม่

เพราะเป้าหมายของโรบินฮู้ดที่แท้จริง คือการให้บริการ B2B ในปี 2565

 

แต่การไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ โรบินฮู้ดต้องผ่านเป้าหมายในปีนี้เสียก่อน

 

ธนามองว่าปีนี้การแข่งขันในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ไม่น่าจะดุเดือดเหมือนปีที่ผ่านมา จากการไม่มี Newcomer รายใหญ่เข้ามาในตลาด จนไม่เกิดการแข่งขันในรูปแบบ Price War หนัก ๆ จากเจ้าของแพลตฟอร์ม แต่อาจจะมีการแข่งขันในเรื่องโปรโมชั่นอาหารที่ร้านค้าเป็นผู้กำหนดเอง

 

เมื่อตลาดเป็นเช่นนี้ธนาวางเป้าหมายในปีนี้คือการ สเกลอัพ

 

เพิ่มลูกค้าเป็น 1 ล้านราย จาก 5.8 แสนรายในปัจจุบัน

เพิ่มร้านค้าเป็น 1.5 แสนร้านค้า จาก 5.5 หมื่นร้านค้า

เพิ่มไรเดอร์เป็น 2 หมื่นราย จาก 1.15 หมื่นราย

และสร้างยอดเงินไหลผ่านแพลตฟอร์ม 1,596.88 ล้านบาท

 

การไปถึงฝั่งฝันโรบินฮู้ดต้องมีแผนดังนี้

1. เปิดฟีเจอร์ที่ควรจะมีให้ครบ เช่น ระบบแผนที่ ระบบการจ่ายเงินผ่านบริการเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะไทยพาณิชย์

2. การบุกตลาดต่างจังหวัด 5 จังหวัด

3. การหาฐานร้านค้า ลูกค้า ไรเดอร์ ให้มากพอที่จะมีพลังในการสร้าง Business Model ในรูปแบบ B2B และศึกษา B2B แพลตฟอร์มให้ถ่องแท้ และทดลองทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อทดลองตลาด

ในมุมลูกค้า ร้านค้า และไรเดอร์ ที่จะสเกลอัพไปยังธุรกิจ B2B ธนาวางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนคือ

1. ในมุมของลูกค้า ผ่านการสร้าง Awareness ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ธนายอมรับว่าในวันนี้คนยังรู้จักโรบินฮู้ดไม่มากนักเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มคู่แข่ง เพราะงบการตลาดน้อย และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ให้บริการไม่ครบถ้วน

2. ในมุมร้านค้า แม้วันนี้จะรู้จักโรบินฮู้ดแล้ว แต่ทำอย่างไรให้เปิด LS หรือส่วนลดร้านค้า เพื่อเป็นส่วนลดค่าอาหารให้กับลูกค้าให้สั่งผ่านแพลตฟอร์ม

เนื่องจาก LS เป็นจุดขายที่สำคัญของโรบินฮู้ดที่จะดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ เพราะการที่ลูกค้าได้ส่วนลดค่าอาหารจากร้านค้า จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสั่งโรบินฮู้ดคุ้มค่ากว่าแพลตฟอร์มอื่น โดยในปัจจุบันร้านค้าที่ร่วมกับ LS กับโรบินฮู้ดมีทั้งสิ้น 8.2 พันร้าน เพื่อให้ส่วนลด 8-20%

และหัวใจที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับร้านค้าคือ การสอนร้านค้าให้ทำตลาดเองได้

“ความต้องการของร้านเล็กในวันนี้คือต้องการให้โรบินฮู้ดช่วยโปรโมต แต่คงทำให้ไม่มาก เพราะในแพลตฟอร์มจะโชว์ที่หน้าฟีดเพียงครั้งละร้อยกว่าร้าน จากร้านหมื่นกว่าร้านในระบบ สิ่งที่โรบินฮู้ดต้องการทำคือ ทำอย่างไรให้ร้านเล็กค้าขายได้มากกว่า โดยโรบินฮู้ดเป็นเพียงหนึ่งแพลตฟอร์มให้บริการเท่านั้น  ถ้าร้านค้ารู้จักทำ Digital Marketing สามารถโปรโมตตัวเองในกลุ่มโซเชียลต่าง ๆ รู้จักทำเมนูให้สวย และอื่น ๆ เขาก็สามารถไปค้าขายที่แพลตฟอร์มไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่กับโรบินฮู้ดเจ้าเดียว”

เพราะถ้าร้านค้าแข็งแรงได้เพราะโรบินฮู้ด จากการที่โรบินฮู้ดชวนให้เขาสามารถหาปลาได้เอง โอกาสที่ร้านจะเลือกใช้บริการทางการเงินอื่น ๆ เช่น สินเชื่อ ประกัน ก็จะคิดถึงโรบินฮู้ดเป็นรายแรก

และ 3. มุมไรเดอร์ เปิด EV Model เพื่อดึงไรเดอร์ที่ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาให้บริการได้  โดยการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ EV ของโรบินฮู้ด ในอัตราค่าบริการประมาณร้อยกว่าบาทต่อวัน  ซึ่งการเช่า EV จะทำให้ไรเดอร์ลดต้นทุนค่าน้ำมัน พร้อมกับสามารถนำแบตเตอรี่รถที่ใช้หมดมาเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟเต็มผ่านสาขาธนาคาร หรือชาร์จไฟเองที่บ้านได้

 

นอกจากนี้ โรบินฮู้ดยังให้ความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อช่วยเหลือตลาดสด ด้วยการจับมือกับตลาดต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวกลางในการส่งอาหารปรุงสำเร็จไปยังลูกค้าที่สั่ง ก่อนที่จะขยายไปยังอาหารสด

โดยจะเริ่มมกราคม 2564 เป็นเดือนแรก การเปิดให้บริการจะเริ่มจาก 4 ตลาด ได้แก่

ตลาดเสนีย์ ฟู้ดมาร์เก็ต

ตลาดถนอมมิตร

ตลาดมีนบุรี 

ตลาดบางใหญ่

ก่อนที่จะขยายไปให้ครบ 9 ตลาดตามข้อตกลงกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

และสุดท้าย คือการใช้เงินเบิร์นธุรกิจให้เติบโต ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของบอร์ดธนาคารว่าปีนี้จะอนุมัติงบการเงินให้กับโรบินฮู้ดมากกว่า 150 ล้านบาทที่ให้ในปีที่ผ่านมาหรือไม่

 

สำหรับปี 2565 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมายที่แท้จริงในการสร้างรายได้ คือ การทำอย่างไรให้เป็น B2B แพลตฟอร์ม ซึ่งธนามองว่าเป็นงานที่ค่อนข้างยากลำบาก

จุดมุ่งหมายของการเป็น B2B แพลตฟอร์ม มาจากการมองเห็นว่าหัวใจหลักคือร้านค้า ที่รักโรบินฮู้ดจากการไม่เก็บค่า GP ร้าน

ธนาเล่าว่าร้านค้าที่อยู่ในโรบินฮู้ดเปรียบได้กับ SME ที่มีเป็นหมื่นเป็นแสนร้านที่อยู่ในระบบ และสิ่งที่ช่วยร้านค้าได้คือ Financial Service และช่วยการจัดการต่าง ๆ ให้กับร้านค้า การทำ Supply Chain Fulfilment ทำอย่างไรให้ร้านค้าเข้าถึงวัตถุดิบ และอื่น ๆ  โดยโรบินฮู้ดจะเป็นตัวกลางระหว่างร้านค้าและซัปพลายเออร์  การทำ Business Service  และสุดท้ายคือ Market Intelligence นำดาต้าที่มีอยู่ในมือไปช่วยร้านค้าในด้านต่าง ๆ ซึ่งในจุดนี้โรบินฮู้ดจะเป็นเอเยนซีเล็ก ๆ ที่ช่วยแนะนำร้านค้าจากดาต้าที่มีอยู่

 

“ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางที่ช่วยหารายได้ให้กับโรบินฮู้ด และทำให้ร้านค้าได้ประโยชน์มากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ไม่มีรายได้ในตัวบริการอยู่แล้ว”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer