ด้านล่างนี้คือ “เบอร์เกอร์คิง”  โฉมใหม่สาขาแรกของไทย
.
หลังจากที่เมื่อช่วงต้นเดือน “เบอร์เกอร์คิง” ฟาสต์ฟู้ดแบรนด์ดังจากสหรัฐฯ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการรีเฟรชแบรนด์ใหญ่ในรอบ 20 ปี 
.
เปลี่ยนหมดตั้งแต่โลโก้ หน้าร้าน ยันชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน
.
วันนี้เบอร์เกอร์คิง ประเทศไทย แถลงครั้งแรกของปี เผยอินไซต์และภาพรวมในไทยจะเป็นอย่างไร มาหาคำตอบ

1

เพราะใช้มา 20 ปี และในระหว่างนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค เรื่องของดิจิทัล
.
การเปลี่ยนครั้งนี้ของเบอร์เกอร์คิงจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้ แต่ยังเปลี่ยนบรรยากาศในร้าน แพ็กเกจจิ้ง ยูนิฟอร์ม ให้ดูทันสมัยเข้าถึงง่ายมากขึ้น
.
ส่วนโลโก้ที่กลับไปใช้เหมือนที่เคยใช้ในช่วง 60s  สะท้อนถึงความ simple และคลาสสิก
.
และเพื่อให้สะท้อนถึงความ authentic กับวัตถุดิบในเมนูอาหารของเบอร์เกอร์คิง สีน้ำเงินที่ไม่มีในอาหารที่เคยมีอยู่บนโลโก้จึงถูกตัดออกไป
.
เหลือเพียงขนมปังด้านบน และตัวอักษรที่อวบอ้วน และโค้งมน ที่บ่งบอกถึงความขี้เล่นมากขึ้น
.
นี่คือเหตุผลที่ ธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกให้ฟัง


.
2

สำหรับในไทยสาขาแรกที่เป็นโฉมใหม่แบบฟูลออปชัน คือ สาขาปั๊มเชลล์ เวสต์เกต ที่จะเปิดให้บริการวันแรกในวันศุกร์นี้
.
เหตุผลที่ไทยเป็นสาขาแรกในเอเชีย ธนวรรธบอกว่าเป็นเพราะไทม์มิ่ง และความพร้อมของเบอร์เกอร์คิง ประเทศไทย
.
นอกจากโฉมใหม่ของเบอร์คิงแล้ว ในเร็ว ๆ นี้เราจะเห็นชื่อร้าน คำว่า “เบอร์เกอร์คิง” เป็นภาษาไทยที่จะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคคนไทย และมีความเป็นโลคอลมากขึ้น
.
3

โฉมใหม่ของเบอร์เกอร์คิงที่จะเห็นในปีนี้จะมีอยู่กว่า 10-15 สาขา จากการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ราว 10 สาขา
.
ส่วนที่เหลือเป็นสาขาเก่าที่จะทยอยปรับตามวงรอบการรีโนเวตร้าน
.
เพราะฉะนั้นงบประมาณในการลงทุนปรับโฉมจะไม่เยอะ ไม่ได้ทุ่มปรับทีเดียวทุกส่วน แต่จะค่อย ๆ ปรับ
.
คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับโฉมทุกสาขาทั้งหมดก่อนปี 2573  (สำหรับทั่วโลกบริษัทแม่ตั้งเป้าปรับโฉมทุกสาขาภายในปี 2030)
.
4

ข้ามกลับมาถึงภาพรวมของเบอร์เกอร์คิงในไทย ที่ปีที่แล้วก็กระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เหมือนกัน
.
แม้จะเห็นเทรนด์การกลับมากินของผู้บริโภคมากขึ้นหลังจากช่วงคลายล็อกดาวน์ แต่ภาพรวมทั้งปีรายได้ลดลงราว 1 ดิจิต
.
5

ส่วนการปิดสาขาชั่วคราวยังคงเป็นการปิดสาขาตามแหล่งท่องเที่ยว และในสนามบิน
.
ขณะที่การเปิดสาขาใหม่ในปีที่แล้วเปิดเพียง 3 สาขา ตามสถานการณ์โควิด-19 จากที่ตั้งเป้าเปิดปีละราว 10 สาขา
.
6

จากสัดส่วนรายได้ก่อนโควิดส่วนใหญ่มาจากช่อง din in 50%  แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สัดส่วนรายได้เปลี่ยนเป็น

Din in 25%
Take away 50%
Delivery 25%


7

ส่วนปีนี้ที่เปิดปีมาแม้จะเจอกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่
.
แต่ธนวรรธบอกว่า ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก แต่ก็มีการปรับคาดการณ์ที่เคยตั้งไว้ลง และคาดว่ารายได้ปีนี้จะกลับมาเท่ากับปี 2019

สำหรับการเปิดสาขาใหม่ปีนี้จะมีราว 5-10 สาขา

ทำให้สาขาในปัจจุบัน ณ วันนี้ (27 ม.ค.) มีทั้งหมด 116 สาขา

และอาจจะมีปิดสาขาถาวรราว 5 สาขา
.

8

สำหรับความท้าทายของเบอร์เกอร์คิงในไทย แม้จะเข้ามาอยู่ในไทยมากกว่า 20 ปี แล้ว แต่ธนวรรธบอกว่า เบอร์เกอร์คิงยังเป็นแบรนด์ที่ใหม่กับคนไทย
.
เพราะเอาเข้าจริงการขยายสาขาใน กทม. เบอร์เกอร์คิงเพิ่งจะเริ่มขยายในปี 2015
.
สิ่งที่เบอร์เกอร์คิงทำคือการเพิ่มช่องทางสื่อสารให้มากขึ้น รวมทั้งปรับเมนู เพิ่มเมนูที่เข้ากับคนไทยมากขึ้น อย่างเช่น เมนูข้าว เมนูโจ๊ก  มีสัดส่วน 20%
.
และทำเมนูใหม่ที่มีราคาถูกลงให้เข้ากับผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น เพราะหนึ่งในภาพจำที่มีต่อแบรนด์คือความพรีเมียม และราคาสูง
.


9

สำหรับลูกค้าของเบอร์เกอร์คิงมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ วัยรุ่น และคนอายุ 30-39 ปี การรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้เบอร์เกอร์คิงก็หวังจะดึงลูกค้าทุกกลุ่ม
.
ส่วนกลยุทธ์ในปีนี้นอกจากจะเห็นการรีเฟรชแบรนด์ใหม่แล้ว เบอร์เกอร์คิงจะมีเมนูใหม่ออกมาทุกเดือน
.
รวมถึงเมนู plant based whopper ที่จะเห็นภายในไตรมาส 1 นี้

10
.
สำหรับตลาดเบอร์เกอร์มีมูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 2%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer