“บาร์บีคิวพลาซ่า” แบรนด์ปิ้งย่างแบรนด์เลิฟของหลาย ๆ คน ปีนี้ส่งกลยุทธ์หมัดเด็ดปั้นยอดขายตั้งแต่ต้นปี

ปีที่แล้วปิดรายได้ไปกว่า 2,800 ล้านบาท แม้จะน้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้ เพราะผลกระทบจากสถานการณโควิด-19

แต่ยังคงทำกำไร และขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน

มาปีนี้จึงต้องโฟกัสแผนเป็นรายไตรมาส

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างโอกาสทางการตลาดกลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เล่าให้ฟังว่า

จากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสองรอบ ทำให้มุมมองการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้คนเลือกใช้จ่ายมากขึ้น

ทำให้ในปีที่ผ่านมาบาร์บีคิวพลาซ่าและฟู้ดแพชชั่นเองปรับโครงสร้างทั้งหมด ต้องหารายได้เสริมที่ช่วยกระจายความเสี่ยง

หารายได้ที่ไม่ได้มาจากอาหาร หนึ่งในนั้นก็คือการขาย “License บาร์บีกอน” ที่ใช้ความแข็แกร่งของคาแรกเตอร์บาร์บีกอน มังกรตัวสีเขียวเป็นจุดขาย

บุณย์ญานุชยังบอกอีกว่า ปีนี้จะหันมาโฟกัสทำการตลาดในกลุ่ม “ปัจจัย 4” (อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม) ที่มองว่าผู้คนจะให้ความสำคัญกับปัจจัย 4 มากขึ้น

หมัดชกที่ส่งออกไป ส่งไปไม่มาก แต่หมัดชกต้องโดน”

หมัดชกแรกของปีที่ทำคือการทำแฟลชดีล บุฟเฟ่ต์หมูสไลซ์ 3 วัน ที่บุญย์ญานุชบอกว่า การทำโปรโมชั่นแฟลชดีลนั้นเป็นการทดลองตลาด เพราะอยู่ในช่วงความกลัวและความกล้าที่จะออกนอกบ้านมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่แน่อน

จากยอดขายจากปกติอยู่ที่ 50-60% ก็พุ่งขึ้นเป็น 150-160%

ปิดยอดขายเดือน ม.ค. ได้ 70% จากที่ตั้งเป้าไว้

หมัดชกที่สอง คือการจับมือกับบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ อย่าง “แสนสิริ” ด้วยโมเดล Licensing Partnership

จับมือกันทำโปรเจกต์การตลาดรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การพาบาร์บีกอน ออกจากหน้าร้าน ไป Work Form Home ที่โครงการต่าง ๆ ของแสนสิริ ต่อด้วยกระแสไวรัล นั่น GON ป่ะ บนโซเชียลมีเดีย

หวังจะปั้น Licensing “บาร์บีกอน” เสมือน “ณเดชน์” ที่มีความหล่อ น่ารัก ใครเห็นก็มีแต่รอยยิ้มและความสุข รวมถึงความพิเศษของลูกบ้านแสนสิริและกลุ่มลูกค้าที่เป็น GON Lover ที่จะได้สิทธิพิเศษต่างออกไป

ที่มองว่าเป็นการจับมือที่ Win-Win  ด้วยกันทั้ง  2 ฝ่าย

ฝั่งแสนสิริ ที่ปีนี้บอกว่าคือ The Year of Hope ที่หนึ่งในนั้นคือ ความหวังในการมีบ้านของคนไทย

ที่เป็นปีแรกที่จะกลับมาทำคอนโดมิเนียมราคาประมาณ 1 ล้านกว่าบาทอีกครั้ง หลังจากที่หยุดทำไปเป็น 10 ปี

และทำให้แบรนด์แสนสิริเข้าถึงได้

การจับมือกับบาร์บีคิวพลาซ่าครั้งนี้จึงเป็นการสร้างเอนเกจเมนต์กับกลุ่มเป้าหมายควบคู่กับการขายโครงการ ด้วยการสร้างผ่านคาแรกเตอร์สนุก ๆ ของบาร์บีกอน

รวมทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่อีกด้วย ตั้งเป้าสร้างยอดขายจากแคมเปญนี้กว่า 1,500 ล้านบาท

ส่วนฝั่งบาร์บีคิวพลาซ่า ที่มีความเก่งในการทำ Character Marketing  โมเดลการขายไลเซนส์ถือเป็นการต่อยอดสร้างรายได้ช่องทางใหม่ให้กับบริษัท

ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้มีเพิ่มมากขึ้นด้วย

รวมทั้งในยุคนี้หมดยุคที่จะเก่งและโตคนเดียว ที่บุณย์ญานุชบอกว่า การมีพาร์ตเนอร์ทำให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ และไปได้ไกลขึ้น

มากกว่า 1+1=2

ส่วนภาพรวมของฟู้ดแพชชั่นในปีนี้  จะเป็นการต่อยอดจากไอเดียปีทีแล้ว ไอเดียไหนดีก็ไปต่อ ส่วนไอเดียไหนไม่เวิร์กก็จะไม่ทำ และจะสร้างทุกแบรนด์ที่อยู่ในเครือให้มีความแข็งแกร่งขึ้น

 

จำนวนสมาชิกบาร์บีคิวพลาซ่า 2 ล้านคน

จำนวนสมาชิกกอนแก๊ง 1.5 ล้านคน

 

ทั้งหมดนี้คือแนวโน้มของบาร์บีคิว พลาซ่า และฟู้ดแพชชั่น ที่จะเดินเกมในปีนี้ที่ต้องจับตาว่าหลังจากนี้ บาร์บีกอนเจ้ามังกรตัวเขียว ๆ จะไปจับมือกับธุรกิจไหน

ส่วนแนวโน้มธุรกิจร้านอาหาร บุญย์ญานุช บอกเลยว่า “ยังเหนื่อย”

เพราะจากที่ศูนย์วิจัยกสิกรคาดการณ์ไว้ว่าธุรกิจอาหารจะขยายตัวแค่ 1.4-2.6%

มีมูลค่า 4.1-4.15 แสนล้านบาท ตัวเลขกลับไปอยู่ที่ปี 2561

ที่ต้องกลับมาฮึดสู้กันอีกครั้ง

 

ปีนี้ไม่ตั้งเป้าให้เติบโต ขอประคองตัว และไม่ขาดทุนก็เก่งแล้ว”

 

FYI-4-11

 

บาร์บีคิวพลาซ่า X แสนสิริ พิเศษยังไง

หาคำตอบได้จากข้างล่างนี้

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer