เพื่อให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์กับงาน จึงต้องระวังไม่ให้ความสัมพันธ์ร้าวฉาน เพราะหากเกิดขึ้นแล้วจะฉุดให้งานสะดุดและ ‘ปิดจ็อบ’ ได้ยากขึ้น เมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้นและลากยาวกลายเป็นดราม่า ผลเสียที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่กับงานเท่านั้น เพราะจะบานปลายเป็นการแตกแยก แบ่งฝั่ง แบ่งฝ่าย จนบริษัทอาจปิดฉาก

แล้วถ้าเกิดดราม่าขึ้นในออฟฟิศ เราจะเคลียร์กันอย่างไร ให้ความเสียหายต่อทั้งบริษัท ด้านล่างนี้มีคำตอบ  

 

อย่าอ้อมค้อม

เมื่อปัญหาขยายจนเป็นดราม่านั่นแสดงว่าเรื่องราวถูกปล่อยให้มาพักใหญ่ ๆ ดังนั้นขั้นตอนแรกคือให้คู่กรณีมาจับเข่าพูดกันตรง ๆ แบบไม่ต้องโปรยคำหวานให้กันแต่ต้องพูดอย่างเคารพต่อกัน และไม่หยาบคาย โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเปิดสนทนาว่า “ผมอยากพูดกับคุณตรง ๆ เพราะปล่อยให้เรื่องล่วงเลยมานานเกินไปแล้ว”

การเปิดบทสนทนาแบบนี้ก็จะเรียกให้อีกฝ่ายหันมาสนใจและรู้ตัวว่าถึงเวลาต้องเคลียร์ดราม่าให้จบเสียที

 

ไม่ต้องอ้างคนอื่นให้เสียเวลา

ถัดจากเปิดสนทนาด้วยการส่งสัญญาณ ‘ขอพูดตรงๆ’ แล้ว ถัดมาคือการทำพูดคำพูดว่า “ผมว่า” หรือ “ฉันว่า” เพื่อย้ำว่านี่เป็นเรื่องที่ ‘เราสองคน’ ต้องเคลียร์กัน และควรระวังการสนทนาไม่ให้มีคำพูดทำนอง “คนนั้นคนนี้ว่า” หลุดปากออกมาเด็ดขาด เพราะคู่สนทนาอาจเข้าใจผิดไปได้ว่าตนถูกลดความสำคัญและถูกรุม จนอาจขอตัดจบทั้งที่ยังเคลียร์กันไม่ได้      

 

ต้องข่มอารมณ์ไว้

เคล็ดลับถัดมาในการเคลียร์ดราม่าจากความขัดแย้งในออฟฟิศคือ ระวังอย่าให้มีเรื่องส่วนตัวหรืออารมณ์ปนเข้ามา เพราะเมื่อมีอารมณ์ปนเข้ามา ดราม่าก็จะยิ่งไม่จบ กลายเป็นเรื่องความรู้สึกผิด น้อยใจ โกรธเกลียดหรือมองว่าตนถูกเลือกปฏิบัติ โดยถ้าหากบานปลายไปถึงขั้นนั้นจะเป็นฝันร้ายแน่นอน

เช่นถ้าจะเตือนเรื่องมาสายบ่อยให้พูดว่า “สัปดาห์นี้คุณมาสายทั้งวันจันทร์ อังคาร และพฤหัสบดี ไม่ไหวแล้วนะ ปรับปรุงตัวนะ” ดีกว่าแทนการพูดว่า “ไม่ไหวเลยนะ มาสายหลายวันแล้วนะ”

 

เป็นคนคุมบทสนทนา

เคล็ดลับข้อที่ 4 ในการเคลียร์ดราม่าในออฟฟิศคือการเป็นคนคุมเกม ไม่ปล่อยให้คู่สนทนาวอกแวกไปกับสิ่งรบกวน หรือต้องดึงกลับเข้ามาทันทีที่สังเกตเห็น แต่อาจผ่อนจังหวะได้บ้างเพื่อไม่ให้การพูดคุยเครียดจนเกินไป ส่วนถ้ามีใครแทรกเข้ามาก็ให้บอกไปตรง ๆ ว่ากำลังคุยธุระสำคัญ

 

หาทางจบให้ได้

เคล็ดลับข้อสุดท้ายคือการหาทางจบบทสนทนาให้ได้ เพื่อเคลียร์ใจ เคลียร์ดราม่า ไมให้อะไรคั่งค้างอีกต่อไป หรืออย่างน้อยก็ควรให้การพูดคุยกันครั้งนี้คืบหน้าไปมากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ควรเป็นไปแบบเอาชนะอีกฝ่าย เพราะเรายังต้องทำงานร่วมกัน และต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้

ส่วนถ้ายังเคลียร์กันไม่จบจริง ๆ ก็นัดเวลามาคุยกันอีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีเรื่องคาใจอีกต่อไป และหลังจากนี้จะได้เอาเวลามาทุ่มเทกับงานบริษัทได้อย่างเต็มที่/fastcompany

I-



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน