ในงานแถลงข่าวกลยุทธ์ dtac Tomorrow for All ก่อนเริ่มเปิดแผนกลยุทธ์ ชารัด เมห์โรทรา ซีอีโอ ดีแทค เล่าเรื่องร้านโชห่วยร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นบุคคลทุพพลภาพ ชื่อวีรยุทธ พุทธวงค์ อยู่ อ.พาน จ.เชียงราย ที่ห่างจากตัวเมืองไปถึง 30 กิโลเมตร เข้ามาสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายดีแทค จากการมองเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการใช้งานมือถือในพื้นที่

วีรยุทธจะตื่นมาเปิดร้านแต่เช้าเพื่อรับเติมมือถือและให้คำปรึกษา ตอบข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้มือถือ แพ็กเกจ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าที่เข้ามาปรึกษาและเติมเงินในแต่ละคน

และในช่วงโควิด-19 ระลอกแรก ผู้คนจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่เดินทางกลับบ้านเกิด หางานทำในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งการกลับมาของผู้คนเหล่านี้ ทำให้วีรยุทธเห็นว่าพวกเขาบางคนมาถามหาซิมมือถือ เพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจากในพื้นที่ต่างจังหวัดไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตทุกหลังคาเรือน

 

ชารัดกล่าวว่าจากเรื่องเล่าของร้านวีรยุทธ กลายเป็นบทเรียน 3 ข้อของดีแทค ในการวางแผนกลยุทธ์ dtac Tomorrow for All ที่จะเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในปี 2564-2566

1. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับทุกคน

ชารัดกล่าวว่าโควิด-19 เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งานดาต้ามือถือในประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

ชารัดเปิดเผยข้อมูลว่าในช่วงมกราคม 2563-มกราคม 2564 การใช้งานดาต้าและสมาร์ตโฟนในต่างจังหวัดมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

โดยการใช้งานดาต้าในส่วนภูมิภาคโตมากกว่าการใช้งานในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ถึง 9 เท่า และการใช้งานสมาร์ตโฟนในส่วนภูมิภาคก็เติบโตเร็วกว่ากรุงเทพฯ ถึง 3 เท่า และการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ อย่าง Zoom ก็มีการเติบโตมากถึง 500 เท่า

จากข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำว่าผู้ใช้ในภูมิภาคและพื้นที่ห่างไกลหันมาใช้ดิจิทัลมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้เองทำให้ดีแทควางทิศทางตัวเองสู่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกับคนกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ชารัดมองว่าการให้บริการ 5G ของดีแทคไม่ได้เน้นการวิ่งที่เร็วเพื่อไปถึงจุดหมาย แต่ 5G ของดีแทคเปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอนที่วิ่งไปอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้

ในปีนี้ดีแทคจึงวางแผนนำคลื่นความถี่ 700 MHz มาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยตั้งเป้าจะขยาย 4,400 สถานีฐานทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 1/2564

การเลือกคลื่น 700 MHz มาจากจุดเด่นของคลื่น คือมีความถี่ต่ำให้ประสิทธิภาพในการกระจายสัญญาณจาก 1 สถานีฐานได้ไกล ทำให้สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น

โดยในปีนี้ดีแทคจะเปิดให้บริการ 5G และ 4G บนคลื่น 700 MHz ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Dynamic Spectrum Sharing (DSS) ทำให้สามารถใช้งานคลื่นเดียวทั้ง 5G และ 4G ไม่ต้องแบ่งแบนด์วิดท์เพื่อรองรับการใช้งานทั้ง 5G และ 4G ได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น

 

2. บริการตอบโจทย์ลูกค้าที่ตรงใจ

ดีแทคไม่ได้ขายบริการวอยซ์และดาต้าอย่างเดียว แต่เป้าหมายคือช่วยลูกค้าให้เข้าถึงบริการดิจิทัล พร้อมกับ Offer บริการต่าง ๆ ให้กับลูกค้าผ่านดีแทคแอป ตัวกลางในการเชื่อมโยงบริการดีแทคกับลูกค้า

ชารัดกล่าวว่าหลังจากที่ดีแทคปรับการให้บริการผ่านดีแทคแอปอย่างต่อเนื่อง มีการนำระบบ AI มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการ เพื่อให้ดีแทคแอปเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงกับลูกค้า ผ่านบริการต่าง ๆ ที่สนุกมากขึ้น พบว่า ดีแทคแอปมีการใช้งานเพิ่ม 40% จากปี 2563

และพบว่าพฤติกรรมของลูกค้าเติมเงินและรายเดือนมีความแตกต่างไม่เหมือนกัน และในอนาคตดีแทคจะพัฒนาดีแทคแอปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อเสนอบริการต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแต่ละบุคคลมากที่สุด

 

3. สร้างประเทศยืนหยัดแบบยั่งยืน

แนวทางที่สำคัญที่ราชัดวางไว้คือ การปกป้องลูกค้าในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ และพัฒนาดีแทคเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของลูกค้า เช่น การเปิดโครงการเน็ตทำกิน หลักสูตรการตลาดดิจิทัลสูตรเร่งรัด เพื่อสร้างโอกาสในการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างเท่าเทียม

โดยโครงการเน็ตทำกินหลังจากเปิดรับสมัคร 5 วันแรกมีผู้ประการให้ความสนใจสมัครมากกว่า 1,000 ราย

รวมถึงโครงการเซฟเน็ต เพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับเยาวชน ในปัจจุบันมีเยาวชนร่วมโครงการมากถึง 200,000 คน

และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากถึง 50% ในปี 2573

 

วีรยุทธ พุทธวงค์ เจ้าของร้านโชห่วย เชียงราย

จากกลยุทธ์ทั้ง 3 ข้อของชารัด ฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด และประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค มาปรับเป็นแนวทางในการรุกตลาดและให้บริการ ดังนี้

 

ในมุมของการตลาด ฮาว ริเร็น มองว่าแนวทางการตลาดที่สำคัญคือ การเร่งให้เกิดการใช้งานดิจิทัล

ฮาว ริเร็น กล่าวว่าเทรนด์ผู้บริโภคที่สำคัญ 5 ประการที่สนับสนุนการใช้มือถือในยุคนี้ ประกอบด้วย

1. Digital-First Experiences: เน้นการสร้างประสบการณ์ผู้บริโภคแบบ Digital First เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตตามที่ต้องการในทุกช่วงเวลา

ฮาว ริเร็น กล่าวกับเราว่า การเติบโตของช้อปปิ้งออนไลน์ จากผู้ใช้งานมือถือในพื้นที่ห่างไกลเป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่ทำให้ดีแทคเห็นโอกาสที่สำคัญในการขับเคลื่อนสู่ดิจิทัล

โดยฮาว ริเร็นวางแผนการตลาดดีแทค ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านบริการใหม่ ๆ และยกบริการเดิมให้ดีขึ้น เชื่อมโยงบริการลูกค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เช่น การเปิดร้านค้าดีแทคสโตร์ในลาซาด้า ช้อปปี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าจากดีแทคผ่านช่องทางไหนก็ได้

และรูปแบบการสื่อสารใหม่ถึงลูกค้า เช่น Facebook Live และ Tik Tok รวมถึงและการให้บริการ WeChat mini program แอปในภาษาจีน เป็นต้น

 

2. Digital Inclusion: สร้างอัตราเร่งสู่ดิจิทัล

สร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เปิดกว้างสำหรับทุกผู้ใช้งาน ให้ลูกค้าเข้าถึงบริการตลอดเวลา ทุกดีไวซ์ และทุกพื้นที่ โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัด รวมถึงลูกค้าแรงงานต่างด้าว เช่น การเปิดตัวดีแทคแอปในภาษาเมียนมา เพื่อให้ลูกค้าชาวพม่าสามารถเข้าถึงดีแทคแอปได้  

นอกจากนี้ ดีแทคยังได้เน้นใช้ช่องทางดิจิทัลในดีแทคแอป โดยมีกิจกรรมจาก dtac reward สำหรับลูกค้าระบบเติมเงิน ที่สามารถสะสม dtac reward Coins แลกสิทธิพิเศษได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

 

3. 360-degree Personalization: มอบประสบการณ์เฉพาะบุคคล รอบด้าน 360 องศา

นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเสนอบริการที่ตอบสนองเฉพาะบุคคลให้รอบด้านผ่านประสบการณ์เดียวกันในทุกช่องทาง ในเวลาและสถานการณ์ที่ผู้บริโภคต้องการ

ฮาว ริเร็นกล่าวว่า การเสนอบริการเฉพาะบุคคลมีประสิทธิภาพสูงกว่าข้อเสนอทั่วไปมากถึง 3 เท่า ทำให้การใช้งานดีแทคแอปรายเดือน เติบโตขึ้น 40% ในปี 2563 และสร้าง ARPU หรือรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายเพิ่มขึ้น 13%

 

4. New Business Normal: โมเดลธุรกิจวิถีใหม่ ส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน

สำหรับการทำธุรกิจของฮาว ริเร็น คือการ 1+1=3 ผ่านการบูรณาการธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน การตลาดของดีแทคจะเน้นการรวมพลังพันธมิตรเข้าด้วยกันเพื่อเชื่อมโยงผู้บริโภค ด้วยการมอบคุณค่าของสินค้าบริการที่ให้มากกว่าความคาดหมาย

นอกเหนือจากบริการหลักเช่นเสียงและดาต้า

เช่น ประกันสุขภาพ ส่วนลดร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต หรือการบริการโอนเงินที่ไปต่างประเทศมั่นใจได้ บริการเหล่านี้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางดิจิทัลให้กับผู้ใช้งาน

 

5. Trust Matters: ดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ลูกค้าทุกคน

ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดีแทคให้ความสำคัญและความไว้วางใจกับลูกค้าได้ ดีแทคมีมาตรฐานที่สูงมากในการจัดการข้อมูลลูกค้าโดยมีนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับความยินยอมและคู่ค้า ดีแทคให้ความสำคัญกับการเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ (Trusted and secure internet provider) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีบริการที่ช่วยเหลือลูกค้าในภาวะที่เศรษฐกิจเผชิญกับความท้าทาย เช่น บริการใจดีให้ยืม ใจดีให้โอน และบริการดิจิทัลอื่น ๆ จากดีแทคที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในเวลาที่ต้องการ

 

 

ในด้านของเครือข่ายมือถือ ประเทศ บอกกับเราว่าจากโควิด-19 ทำให้พบการเปลี่ยนแปลงของการใช้งานมาก

และสามารถแยกการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อพัฒนาเครือข่ายตามความต้องการใช้งานผู้บริโภคได้ดังนี้

1. THE NEW RURALS: เน็ตภูธรหน้าใหม่

ในอดีตการใช้งานดาต้าอินเทอร์เน็ตมือถือ จะกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และเขตเมือง แต่โควิด-19 เปลี่ยนแปลงปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเพิ่มขึ้นทั้งจากการย้ายถิ่นฐานของคนเมืองและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของชุมชน

จากข้อมูลของดีแทคในเดือนมกราคม 2563- มกราคม 2564 พบว่าจังหวัดที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเติบโตมากที่สุดประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี และนครศรีธรรมราช ตามลำดับ

ส่วนจังหวัดที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเติบโตน้อยที่สุด กลับกลายเป็นจังหวัดที่แต่เดิมในการเติบโตการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี กระบี่ ตาก และภูเก็ต ตามลำดับ

และจังหวัดที่มีการเติบโตการใช้งานสมาร์ตโฟนมากที่สุด ได้แก่ กาฬสินธุ์ สุโขทัย และน่าน

ทำให้ดีแทคเร่งนำคลื่น 700 MHz ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

 

2. THE REMOTE DESKERS: ขยันผ่านเน็ตทางไกล

 กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปรับตัวรับกับความปกติใหม่โดยทำงานและเรียนที่บ้าน ซึ่งมีความต้องการใช้งานดาต้าจากชุมชนที่พักอาศัย

การใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อสร้างผลผลิตและการทำงานร่วมกันแม้อยู่คนละพื้นที่ ตามข้อมูลตั้งแต่มกราคม 2563- มกราคม 2564 พบว่า

แอป Zoom มีการใช้งานเพิ่มขึ้น 5050% และ Google Hangouts เพิ่มขึ้น 740%

และทำให้ดีแทคยกระดับประสบการณ์ด้วยคลื่น 700 MHz ที่ให้บริการ 5G และ 4G ครอบคลุมในอาคารสูงและพื้นที่ห่างไกล รวมถึงชุมชน

 

3. THE NON-STOP STREAMER: อยู่ติดบ้านด้วยเน็ตบันเทิง

จากสถานการณ์ล็อกดาวน์ หรืออยู่บ้านพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานที่ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านแอปพลิเคชันเพื่อบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง และช้อปปิ้งออนไลน์ ผ่านแอปเพื่อตอบโจทย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้น อาทิ YouTube และ TikTok ดีแทคเร่งขยายเทคโนโลยี 5G-ready massive MIMO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้น 3 เท่า และเปิดให้บริการ 4G-TDD บนคลื่น 2300 MHz (ให้บริการบนคลื่น NT หรือทีโอที เดิม) อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประมาณ 20,400 สถานีฐาน ทั้งนี้ Opensignal ให้ดีแทคเป็นผู้ชนะรางวัลด้านดาวน์โหลดเร็วสุดในประเทศไทยติดต่อกันจาก 2 รายงานประจำเดือนเมษายน และพฤศจิกายน 2563

 

4. THE CRITICAL USER: เน็ตคือหัวใจสำคัญ

ปรับระบบชุมสายเป็น Virtual Core Network 100% พร้อมรองรับเทคโนโลยีทันสมัยและนวัตกรรมการสื่อสารแห่งอนาคต ดีแทคยังยืนหยัดการให้บริการทุกสถานการณ์แม้ในยามเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ นอกจากนี้ ดีแทคยังนำคลื่น 26 GHz มาทดสอบใช้งานบริการต่าง ๆ รวมถึงขยายสู่คลื่น 700 MHz ดีแทคพร้อมนำศักยภาพที่แท้จริงของโครงข่าย 5G มาทำให้เกิดประโยชน์เพื่อผู้ใช้งาน

 

เพราะทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายการตลาดและภาพลักษณ์คือ ความต้องการให้ผู้ใช้งานไทยจดจำดีแทค เป็น Connectivity for all คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการเชื่อมต่อได้ โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้กลางทาง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน