……………………………………
“สมาร์ทโฟน” ตลาดที่เริ่ม “หม่นหมอง”
ปี 2015 จำนวน 14,595,000 เครื่อง
ปี 2016 จำนวน 13,900,000 เครื่อง
ที่มา : ออปโป้
…………………………..
การเติบโตอย่าง “หวือหวา” 30-40 % ต่อปี ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ได้ทำให้ “ตลาดสมาร์ทโฟน” กลายเป็นดวงดาวที่ต้องจับตามองขึ้นมาทันที แต่ในปี 2015 แสงของดาวที่สว่างจ้ากลับเริ่มริบหรี่ด้วยการเติบโตเพียง 10% และคงไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าตลาดนี้กำลังจะ “ติดลบ” เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

จุด “อิ่มตัว” ที่เริ่มสร้างปัญหา

หากจะถามถึงต้นตอของการติดลบ ? ชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด บอกถึงปัญหาของตลาดสมาร์ทโฟน เกิดจากตลาดนี้เริ่ม “อิ่มตัว” ผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนเครื่องจาก 2G ไปเป็น 3G เกือบหมดแล้ว ช่องวางที่เคยมีมากมายจึงหายไป ทำให้ครึ่งแรกปี 2016 ตัวเลขติดลบ 12%
และหากจะให้ประเมินทั้งปีก็คาดว่าจะติดลบประมาณ 5% หรือคิดเป็นจำนวน 13.9 ล้านเครื่อง โดยในครึ่งปีหลังตลาดน่าจะหดตัวน้อยกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งมีปัจจัยมาจากการเมืองที่นิ่งขึ้น จึงส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อที่เริ่มกลับมา และสะท้อนไปหายอดขายของกลุ่มค้าปลีกที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

“เบอร์ 3” ผู้แหวกกระแสตลาด

ยอดขายครึ่งปีแรกของ “ออปโป้” ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน กลับเป็นไปในทิศทางตรงข้ามกับตลาด มีอัตราเติบโตแบบพุ่งกระฉูดถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากเดิมมี 6% เป็น 10% รั้งเบอร์ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟน
ชานนท์ มองว่ามี 4 ปัจจัยที่เข้ามาร่วมสร้างผลงานให้แก่ออปโป้ คือ ทีมงานที่มีคุณภาพ, การตลาดที่ใกล้ชิดผู้บริโภค, สินค้าที่โดดเด่นในด้านการถ่ายภาพ สุดท้ายคือการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากแบรนด์อื่นๆ โดยเฉพาะแบรนด์เกาหลีที่เป็นผู้นำตลาด
“ภาพลักษณ์ของสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนได้เปลี่ยนไปแล้ว ในอดีตผู้บริโภคอาจจะกลัวสินค้าไม่มีคุณภาพ แต่ในปัจจุบันจะเห็นสินค้ามีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งภาพลักษณ์ของออปโป้ที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นอินเตอร์แบรนด์ นี่จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาผลักดันยอดขายของออปโป้”

สู่จุดหมาย “เบอร์ 1” ภายใน 5 ปี

ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังออปโป้จึงต้องเร่งเครื่องกระตุ้นยอดขายอย่างต่อ เนื่อง ภายใต้งบการตลาดกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นลำดับต้นๆในแบรนด์สมาร์ทโฟนเลยทีเดียว สำหรับกลยุทธ์จะเน้นที่ช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มตัวแทนจำหน่ายให้ครบ 8,000 แห่ง จากปี 2015 ที่มี 5,000 แห่ง และเพิ่มศูนย์ซ่อมเป็น 35 แห่ง จากเดิมที่มี 26 แห่ง
พร้อมเปิดตัว Camera Phone รุ่นใหม่ชื่อ “F1s” ราคา9,900 บาท มีจุดเด่นคือกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล โดยออปโป้ได้วางตัวให้ F1s เข้าเจาะในกลุ่มกลาง ราคา 7,000 – 10,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ครองสัดส่วนกว่า 27% ในตลาดรวม ที่สำคัญเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันไม่สูงมากและมีผู้เล่นจำนวนน้อยราย ซึ่งออปโป้ได้ตั้งเป้าที่จะมีส่วนแบ่งตลาด 40% ภายในปีนี้
ทั้งนี้ออปโป้ได้ประกาศความต้องการที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดภายใน 5 ปี หลังจากเคยเกิดขึ้นมาแล้วในตลาดบ้านเกิด