ซิติ กรุ๊ป ผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่อันดับ 3 ในสหรัฐฯ ประกาศถอนจากธุรกิจบุคคลธนกิจ (Consumer Banking) ในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง เพื่อหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) 
การถอนตัวจากธุรกิจ Consumer Banking ของซิติ กรุ๊ป ประกอบด้วยประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย โปแลนด์ บาห์เรน และรัสเซีย
การประกาศถอนตัวจากธุรกิจ Consumer Banking ของซิติ กรุ๊ป เป็นหนึ่งในแนวทางปรับกลยุทธ์การดำเนินงานของซิติ กรุ๊ป หลังเจน เฟรเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ซิตี้กรุ๊ป เข้ารับตำแหน่งเมื่อกุมภาพันธ์ 2564 จากการมองเห็นซิติ กรุ๊ป มีกำลังไม่มากพอที่จะแข่งขันในธุรกิจ Consumer Banking กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เข้าไปทำธุรกิจในแต่ละประเทศได้
ส่วนธุรกิจอื่น ๆ ยังคงดำเนินการและบริหารผ่านฮับ 4 แห่ง ได้แก่ สิงคโปร์, ฮ่องกง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และลอนดอน
ทั้งนี้ที่ผ่านมาธุรกิจ Consumer Banking ของซิติ กรุ๊ป ในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ครอบคลุมตลาดถึง 17 ประเทศ และมีลูกค้าบัตรเครดิตรวมกัน 16 ล้านใบ
ส่วนธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีลูกค้ารวมกัน 4 แสนราย
สำหรับประเทศไทยอ้างอิงจากเว็บไซต์ Citibank ซิติ กรุ๊ป เข้ามาทำธุรกิจในประเทศตั้งแต่ปี 2510 ในชื่อบริษัท The Commercial Credit Corporation (Thailand) Ltd. ธุรกิจบริการกู้ยืมสำหรับรถยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภค
ปัจจุบันประกอบด้วยธุรกิจ ธนาคารซิติ แบงก์ ให้บริการธุรกิจเงินฝาก บัตรเครดิต สินเชื่อ และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีลูกค้าบุคคล 1 ล้านราย และมีสาขารวมกัน 3 สาขา ได้แก่ สาขากรุงเทพฯ อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21, สาขาเดอะคริสตัล และสาขาเซ็นทรัลเวิลด์
และมีบริการสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านบริษัทซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย)
.
โดยซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) มีรายได้หลักและกำไรดังนี้
2560 2,658.63 ล้านบาท กำไร 306.90 ล้านบาท
2561 2,879.69 ล้านบาท กำไร 587.87 ล้านบาท
2562 3,284.19 ล้านบาท กำไร 740.95 ล้านบาท
อ้างอิง


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer