จากเรื่องที่ไกลตัววันนี้ภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ขยับมาใกล้ตัว เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงกว่าที่เราคิด ซ้ำร้ายเป้าหมายที่อาชญากรไซเบอร์เหล่านี้โจมตี ก็ใหญ่และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเรามากขึ้นด้วย

Ransomware 2

เหมือนที่เริ่มมีความกังวลว่าการเจาะระบบออนไลน์ท่อส่งน้ำมันของ Colonial Pipeline ในสหรัฐฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) จะส่งผลให้ราคาน้ำมันสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากสุดในหลายปี หากกู้ระบบให้กลับมาออนไลน์ไม่ได้

Colonial Pipeline เป็นเหยื่อรายล่าสุดของ Ransomware ซึ่งเฉพาะปี 2020 ก็สร้างความเสียหายให้บริษัทใหญ่ ๆ มหาศาล ขณะที่หน่วยงานรัฐก็โดนโจมตีเช่นกัน แต่ต่างกันที่ผลร้ายที่ตามมาหมายถึงชีวิตของคนหมู่มาก

 

เงินมหาศาลที่สูญไปและผลกระทบมากมายจากภัย Ransomware

Rob Miller หัวหน้าฝ่าย IT ของที่ว่าการเมือง Hackey ในอังกฤษเล่าย้อนว่าเช้าวันหนึ่งของตุลาคมปี 2020 ตนและคนทั้ง 300,000 คนในเมืองต้องเจอกับฝันร้าย

หลังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญทางราชการในฐานข้อมูลดิจิทัลได้ เพราะโดน Ransomware จนต้องปิดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในอาคารทั้งหมด เพื่อสกัดความเสียหาย

Hackney ransomware

Rob Miller ยอมรับว่าเคืองมากที่ถูกฉวยโอกาสในวิกฤตโควิดที่สร้างความเสียหายมากถึง 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 434 ล้านบาท)

ย้อนไปอีกราว 1 ปีก่อนหน้านั้น Oflix Group บริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ก็โดน Ransomware เล่นงานจนระบบออนไลน์ทั้งหมดใช้งานไม่ได้เช่นกัน ต้องจำใจซื้อ Bitcoin 45 เหรียญ มูลค่าราว 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15 ล้านบาท) จ่ายเป็นค่าไถ่ไป จนบริษัทเกือบล้มละลาย

Bitcoin มีเอี่ยว Ransomware

และล่าสุดท่อส่งน้ำมันของ Colonial Pipeline หนึ่งในบริษัทส่งน้ำมันทางท่อใหญ่สุดในสหรัฐฯ ก็โดน Ransomware จนต้องหยุดส่งน้ำมันตั้งแต่วันศุกร์ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา

Colonial Pipeline Ransomware

ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าหากยังแก้ไขไม่ได้อาจทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ของพฤษภาคมนี้สูงสุดในรอบ 7 ปีเลยทีเดียว เพราะสัมปทานท่อส่งน้ำมันที่บริษัทนี้ถือครองอยู่เป็นระยะทางยาวถึง 8,850 กิโลเมตร

ในกรณีของ Colonial Pipeline เป็นการโจมตีจาก Darkside ที่โจมตีบริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งในประเทศตะวันตกจนสร้างความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,000 ล้านบาทขึ้นไป) โดยกลุ่มดังกล่าวฉวยโอกาสแฮกระบบผ่านคอมพิวเตอร์วิศวกรที่ทำงานอยู่บ้าน (Work from Home)

ลามถึงโรงพยาบาล Ransomware

ภัย Ransomware ยังลามถึงโรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐฯ จนทำผู้ป่วยหลายพันคนต้องอาการทรุดหรือถึงขั้นเสียชีวิต

Emisoft บริษัทซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยเผยว่า บริษัทที่ตกเป็นเหยื่อ Ransomware  66% ยอมจ่ายค่าไถ่บางส่วนหรือทั้งหมด โดยเงินค่าไถ่สูงสุดเมื่อปี 2020 ที่บันทึกไว้คือ 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท)

เกินครึ่่งยอมจ่าย Ransomware

ส่วนค่าไถ่ที่แฮกเกอร์ขู่เอาจากบริษัทสหรัฐฯ ปี 2020 เฉลี่ยอยู่ที่ 310,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.6 ล้านบาท) ต่อครั้ง เพิ่มจากปี 2019 ถึง 3 เท่า

Ransomeware หน้าเปิด 2

ภัยคุกคามจาก Ransomware ที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้บริษัทใหญ่ ๆ เช่น Microsoft และ Amazon อยู่เฉยไม่ได้ หันมาจับมือกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงสอบสวนของหลายประเทศ

FBI Ransomware

เช่น FBI ของสหรัฐฯ และหน่วยต่อต้านอาชญากรรมอังกฤษ ตั้งคณะทำงานเฝ้าระวัง Ransomware (RTF) ขึ้น เพื่อเป็นหูเป็นตา แจ้งเตือนและช่วยเหลือบริษัทที่โดน Ransomware

RTF เสนอทางรับมือกับ Ransomware ไว้ 4 ข้อคือ รัฐบาลแต่ประเทศต้องกำหนดให้ Ransomware เป็นภัยความมั่นคง ตั้งกองทุนช่วยเหลือหน่วยงานที่สกัด Ransomware พร้อมช่วยเหลือบริษัทที่โดนโจมตี จับตาดูความเคลื่อนไหวของเงินคริปโตในประเทศอย่างใกล้ชิด

และกดดันหรือลงโทษทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ Ransomware ซึ่งรวมถึงรัฐบาลบางประเทศด้วย ท่ามกลางรายงานว่าเกาหลีเหนือและรัสเซียอาจหนุนหลังแฮกเกอร์บางกลุ่มอยู่/theguardian, cnn, bbc, yahoonews, cna

FYI-4-11 Peloton

RANSOMWARE info



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน